ราคาทองเช้านี้ร่วง 650 บาท หลุด 73,000 บาท กังวลสงคราม-ดอกเบี้ยกดดัน
ราคาทองวันนี้ (20 มี.ค.) เปิดตลาด ราคาปรับลง 650 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 73,050.00 บาท/ บาททองคำ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.04 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับลง 650 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้
โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 73,050.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 70,615.28 บาท/ บาททองคำ
สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 72,250.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 72,050.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 4,682.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของราคาทองคำ แนวโน้มการคงดอกเบี้ยหรือเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก เพื่อรับมือความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ก่อนที่จะรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง สู่โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์
ทอง–เงินร่วงแรง! นักลงทุนเทขายหนัก หลังสงคราม–เงินเฟ้อกดดันตลาดโลก
19 มี.ค. 2569 เวลา 16.01 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำและเงินปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางแรงขายในสินทรัพย์ทั่วโลก โดยทองคำร่วงราว 5% และเงินดิ่งกว่า 10% หลังความกังวลเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและเงินเฟ้อกดดันบรรยากาศการลงทุน
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ร่วงลงมากกว่า 3% สู่ระดับ 4,654.29 ดอลลาร์/ออนซ์
- ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนใกล้ (Gold Futures) ลดลงราว 5% อยู่ที่ประมาณ 4,648.20 ดอลลาร์/ออนซ์
- ด้านราคาเงิน ตลาดสปอต (Spot Silver) ลดลงมากกว่า 3% สู่ระดับ 72.62 ดอลลาร์/ออนซ์
- ส่วนสัญญาเงินล่วงหน้าปรับตัวลดลงมากกว่า 8% ปิดที่ 71.25 ดอลลาร์/ออนซ์
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ รวมถึงกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับทองและเงิน ต่างปรับตัวลดลงก่อนเปิดตลาด โดยกองทุน ProShares Ultra Silver ETF ร่วงถึง 20% ขณะที่ iShares Silver Trust ETF ลดลง 4.4% และ Aberdeen Physical Silver Shares ETF ลดลงมากกว่า 4% ด้านหุ้นเหมืองอย่าง Teck Resources ลดลงมากกว่า 3% ส่วน First Majestic Silver และ Coeur Mining ร่วงกว่า 6% และ 5% ตามลำดับ
แรงขายยังลุกลามไปยังตลาดยุโรป โดยดัชนี Stoxx Europe Basic Resources ลดลง 6% หุ้น Fresnillo ผู้ผลิตเงินรายใหญ่ของโลก และทองคำรายสำคัญ ร่วง 9.3% ขณะที่ Antofagasta ปรับตัวลง 8.2%
การปรับตัวลงของทองและเงินเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะ “risk-off” ที่นักลงทุนลดความเสี่ยง ส่งผลให้ทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวลงพร้อมกัน โดยตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบแรง และฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐก็ส่งสัญญาณอ่อนตัวเช่นกัน
นักลงทุนกำลังจับตาสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยความขัดแย้งดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อ “ช็อกด้านพลังงาน” ที่อาจกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก หลังราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้นจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านและกาตาร์
ธนาคารกลางทั่วโลกต่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด พร้อมระบุว่าผลกระทบจากสงครามยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็ยังคงดอกเบี้ยเช่นกัน และเตือนว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารกลางในยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักรและยูโรโซน เตรียมประกาศนโยบายการเงินเพิ่มเติมในวันเดียวกัน ขณะที่ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์คงอัตราดอกเบี้ยที่ 0% และส่งสัญญาณอาจเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินมากขึ้น หากสงครามยืดเยื้อ
แม้ทองและเงินจะเคยพุ่งแรงในปี 2568 โดยทองคำเพิ่มขึ้น 66% และเงินทะยานถึง 135% แต่ในปี 2569 กลับมีความผันผวนสูงมาก โดยเฉพาะสัญญาเงินที่เผชิญแรงเทขายหนักที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980
Paul Surguy กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนของ Kingswood Group ระบุว่า ทองคำได้รับแรงหนุนมาอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า แต่สถานการณ์ปัจจุบันอาจทำให้นักลงทุนต้องกลับมาทบทวนการถือครอง
เขากล่าวว่า “ตลาดโลกกำลังเผชิญแรงขายในวงกว้าง เนื่องจากนักลงทุนต้องการขายสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว และอาจเป็นช่วงที่สินทรัพย์ปลอดภัยถูกขายเพื่อนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ปรับตัวลงแรงเกินไป”
ด้านIain Barnes ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Netwealth มองว่า ความผันผวนของราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าทองกลายเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมในพอร์ตการลงทุนมากขึ้น
เขาระบุว่า นักลงทุนเชิงการเงินกำลังลดความเสี่ยงในพอร์ต โดยเฉพาะกองทุนที่ใช้เลเวอเรจ ซึ่งต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
ขณะที่Dan Coatsworth หัวหน้าฝ่ายตลาดของ AJ Bell กล่าวว่า การปรับตัวลงของราคาทองคำอาจสะท้อนว่านักลงทุนกำลังขายทำกำไร หรือได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ
เขากล่าวว่า “ทองคำมักปรับตัวลดลงเมื่อดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากทำให้ราคาทองแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น”
อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ