'ลุงหนาน'พิการตาบอดถักแหดักปลาขายจุนเจือครอบครัว ฝากถึงทุกคนที่เผชิญพิษเศรษฐกิจ-ต้องสู้ให้ถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายสมาน ชุ่มใหญ่ หรือลุงหนาน อายุ 66 ปี ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวของน้องสาว ที่บ้านใหม่จอมทอง ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา โดยลุงหนานเป็นผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง แต่ยังคงใช้มือคลำเส้นด้าย แสดงทักษะการสานแหตาห่างเพียงแค่ 3 เซนติเมตรอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้เสร็จทันส่งให้กับลูกค้า จะได้รับเงินค่าจ้างมาช่วยครอบครัวให้ได้โดยเร็วที่สุด ท่ามกลางภาวะวิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น
นายสมาน กล่าวว่า ตาทั้ง 2 ข้างของตนบอดสนิท มาตั้งแต่ พ.ศ.2540 เกิดจากปัญหาเนื้องอกในจอประสาทตา แม้จะพยายามรักษาด้วยการผ่าตัดหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุดต้องทำใจรับสภาพที่ต้องอยู่ในโลกของความมืดมิด แม้จะยังมีลมหายใจ ในช่วงแรกยอมรับว่า แทบจะไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ เคยคิดที่จะจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง เพราะทั้งอายเพื่อนฝูง และกลัวเป็นภาระครอบครัว แต่มาได้กำลังใจจากพี่น้อง และยังช่วยสอนความรู้เรื่องของการถักแหให้ด้วย เนื่องจากเห็นว่า ตนมีพื้นฐาน เพราะเคยไปอยู่เรือประมง และปะชุนแหได้บ้าง จากนั้น ตนจึงใช้เวลาเกือบทั้งหมดในแต่ละวัน ตั้งใจถักแหเพื่อให้ชีวิตไม่ต้องคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ได้แหปากแรกภายในเวลาประมาณเดือนเศษ แต่ปรากฏว่า ใช้การไม่ได้ หว่านไม่แตก เลยกลับมาแก้ไขใหม่ คราวนี้ใช้เวลาเกือบ 3 เดือน ก็ได้แหที่ใช้การได้ และนำไปทดลองใช้จริง หว่านติดปลามาจำนวนมาก จนมีคนถูกใจมาติดต่อขอสั่งซื้อตามๆ กัน จนถึงปัจจุบันนี้
นายสมาน กล่าวว่า นับตั้งแต่ตนตาบอด แล้วต้องมานั่งถักแหเป็นอาชีพ เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ก็ผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว ส่งแหออกสู่ตลาดประมงในพื้นที่และต่างพื้นที่ไปมากกว่า 100 ปาก แลกเงินประมาณปากละ 1,000-1,500 บาท ด้วยความคิดที่ว่า ไม่อย่างเป็นภาระและยังพอได้สร้างประโยชน์ให้กับคนที่ดูแลชีวิตประจำวันของตนได้บ้าง จึงทำให้ตั้งใจทำ เพราะแม้จะดูแลตัวเองได้แทบทุกอย่าง แต่เรื่องการหาอยู่หากิน ก็ต้องอาศัยพึ่งพาคนอื่นบ้าง อีกทั้งการได้ใช้เวลาไปกับการทำงานถักแห ก็ทำให้ไม่ต้องมามัวคิดน้อยใจชีวิต และทำให้มีกำลังใจสู้ต่อ เพราะยังสามารถทำประโยชน์เพื่อคนอื่นได้ ซึ่งตนยังยืนที่จะยังสู้ต่อตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
“อยากฝากบอกถึงทุกคน แม้ว่าในช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังเผชิญวิกฤติจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาวิกฤติน้ำมัน จนหมดกำลังใจ แต่อย่าได้ถอย เพราะร่างกายเรายังดี มีครบทั้ง 32 ต้องสู้ให้ถึงที่สุด เพราะเดี๋ยวอะไรๆ มันก็จะผ่านไป วันหน้าฟ้าใหม่อาจจะมีอะไรดีๆ รอเราอยู่ ลองคิดถึงคนที่ขาดโอกาส มีร่างกายไม่พร้อมสมบูรณ์อย่างผม ที่แม้พิการตาบอดก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ และหาเลี้ยงชีพเพื่อสู้กับชีวิตต่อไปจนถึงที่สุด” นายสมาน กล่าว
สำหรับลุงหนาน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวของน้องสาว รวมทั้งหมด 5 ชีวิต แต่ไม่สมบูรณ์แบบไปถึง 3 คน ประกอบด้วย น้องเขยที่ตอนนี้กำลังจะป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีก น้องชายของน้องเขยซึ่งก็ป่วยเป็นจิตเวช มีเพียงน้องสาวและหลานชายที่ยังปกติ คอยหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับจ้างทั่วไป ทำไร่ทำนา และเย็บผ้าเป็นอาชีพเสริม พร้อมกับเงินช่วยเหลือจากทางภาครัฐ เช่น เบี้ยดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ เป็นต้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ลุงหนาน’พิการตาบอดถักแหดักปลาขายจุนเจือครอบครัว ฝากถึงทุกคนที่เผชิญพิษเศรษฐกิจ-ต้องสู้ให้ถึงที่สุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th