โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

'ลุงหนาน'พิการตาบอดถักแหดักปลาขายจุนเจือครอบครัว ฝากถึงทุกคนที่เผชิญพิษเศรษฐกิจ-ต้องสู้ให้ถึงที่สุด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 เม.ย. เวลา 06.03 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 06.03 น.

เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายสมาน ชุ่มใหญ่ หรือลุงหนาน อายุ 66 ปี ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวของน้องสาว ที่บ้านใหม่จอมทอง ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา โดยลุงหนานเป็นผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง แต่ยังคงใช้มือคลำเส้นด้าย แสดงทักษะการสานแหตาห่างเพียงแค่ 3 เซนติเมตรอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้เสร็จทันส่งให้กับลูกค้า จะได้รับเงินค่าจ้างมาช่วยครอบครัวให้ได้โดยเร็วที่สุด ท่ามกลางภาวะวิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น

นายสมาน กล่าวว่า ตาทั้ง 2 ข้างของตนบอดสนิท มาตั้งแต่ พ.ศ.2540 เกิดจากปัญหาเนื้องอกในจอประสาทตา แม้จะพยายามรักษาด้วยการผ่าตัดหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุดต้องทำใจรับสภาพที่ต้องอยู่ในโลกของความมืดมิด แม้จะยังมีลมหายใจ ในช่วงแรกยอมรับว่า แทบจะไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ เคยคิดที่จะจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง เพราะทั้งอายเพื่อนฝูง และกลัวเป็นภาระครอบครัว แต่มาได้กำลังใจจากพี่น้อง และยังช่วยสอนความรู้เรื่องของการถักแหให้ด้วย เนื่องจากเห็นว่า ตนมีพื้นฐาน เพราะเคยไปอยู่เรือประมง และปะชุนแหได้บ้าง จากนั้น ตนจึงใช้เวลาเกือบทั้งหมดในแต่ละวัน ตั้งใจถักแหเพื่อให้ชีวิตไม่ต้องคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ได้แหปากแรกภายในเวลาประมาณเดือนเศษ แต่ปรากฏว่า ใช้การไม่ได้ หว่านไม่แตก เลยกลับมาแก้ไขใหม่ คราวนี้ใช้เวลาเกือบ 3 เดือน ก็ได้แหที่ใช้การได้ และนำไปทดลองใช้จริง หว่านติดปลามาจำนวนมาก จนมีคนถูกใจมาติดต่อขอสั่งซื้อตามๆ กัน จนถึงปัจจุบันนี้

นายสมาน กล่าวว่า นับตั้งแต่ตนตาบอด แล้วต้องมานั่งถักแหเป็นอาชีพ เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ก็ผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว ส่งแหออกสู่ตลาดประมงในพื้นที่และต่างพื้นที่ไปมากกว่า 100 ปาก แลกเงินประมาณปากละ 1,000-1,500 บาท ด้วยความคิดที่ว่า ไม่อย่างเป็นภาระและยังพอได้สร้างประโยชน์ให้กับคนที่ดูแลชีวิตประจำวันของตนได้บ้าง จึงทำให้ตั้งใจทำ เพราะแม้จะดูแลตัวเองได้แทบทุกอย่าง แต่เรื่องการหาอยู่หากิน ก็ต้องอาศัยพึ่งพาคนอื่นบ้าง อีกทั้งการได้ใช้เวลาไปกับการทำงานถักแห ก็ทำให้ไม่ต้องมามัวคิดน้อยใจชีวิต และทำให้มีกำลังใจสู้ต่อ เพราะยังสามารถทำประโยชน์เพื่อคนอื่นได้ ซึ่งตนยังยืนที่จะยังสู้ต่อตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

“อยากฝากบอกถึงทุกคน แม้ว่าในช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังเผชิญวิกฤติจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาวิกฤติน้ำมัน จนหมดกำลังใจ แต่อย่าได้ถอย เพราะร่างกายเรายังดี มีครบทั้ง 32 ต้องสู้ให้ถึงที่สุด เพราะเดี๋ยวอะไรๆ มันก็จะผ่านไป วันหน้าฟ้าใหม่อาจจะมีอะไรดีๆ รอเราอยู่ ลองคิดถึงคนที่ขาดโอกาส มีร่างกายไม่พร้อมสมบูรณ์อย่างผม ที่แม้พิการตาบอดก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ และหาเลี้ยงชีพเพื่อสู้กับชีวิตต่อไปจนถึงที่สุด” นายสมาน กล่าว

สำหรับลุงหนาน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวของน้องสาว รวมทั้งหมด 5 ชีวิต แต่ไม่สมบูรณ์แบบไปถึง 3 คน ประกอบด้วย น้องเขยที่ตอนนี้กำลังจะป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีก น้องชายของน้องเขยซึ่งก็ป่วยเป็นจิตเวช มีเพียงน้องสาวและหลานชายที่ยังปกติ คอยหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับจ้างทั่วไป ทำไร่ทำนา และเย็บผ้าเป็นอาชีพเสริม พร้อมกับเงินช่วยเหลือจากทางภาครัฐ เช่น เบี้ยดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ลุงหนาน’พิการตาบอดถักแหดักปลาขายจุนเจือครอบครัว ฝากถึงทุกคนที่เผชิญพิษเศรษฐกิจ-ต้องสู้ให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...