ศึกชิง Commerzbank เดือด! UniCredit เปิดเกมฮุบ ฝั่งเยอรมนีต้านหนัก
ดีลควบรวมยักษ์ธนาคารยุโรปส่อสะดุด หลังเจรจาล่มและปะทะคารมผู้บริหาร ขณะ UniCredit เดินหน้ากดดันเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น ด้านรัฐบาลเยอรมนีคัดค้าน หวั่นกระทบเศรษฐกิจและการจ้างงาน
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าความพยายามควบรวมกิจการระหว่าง UniCredit และ Commerzbank กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังการเจรจาระดับผู้บริหารล้มเหลว แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะมีการหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ
การพบกันระหว่าง Andrea Orcel และ Bettina Orlopp เมื่อปลายเดือนมีนาคม เริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร แต่ความเห็นต่างด้านกลยุทธ์ก็ปรากฏชัด โดย Orcel ต้องการให้ Commerzbank ลดการปล่อยสินเชื่อในตลาดเสี่ยงและโฟกัสเยอรมนีกับโปแลนด์ ขณะที่ Orlopp ไม่เห็นด้วยกับข้อมูลและข้อเสนอ รวมถึงกังวลเรื่องการเปิดเผยข้อมูลภายในให้คู่แข่ง
ความขัดแย้งยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อ Orcel ออกมาวิจารณ์ Commerzbank ว่ามีประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำ และอาจต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ขณะที่ฝั่ง Commerzbank ตอบโต้ว่าแผนของUniCredit เป็นเพียงความพยายามรื้อทำลายโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
ดีลนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร (hostile takeover) ที่ดำเนินมากว่า 2 ปี โดย UniCredit ได้สะสมหุ้น Commerzbank เกือบ 30% และยื่นข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่าราว 35,000 ล้านยูโร แม้ข้อเสนอจะถูกมองว่าต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม
รัฐบาลเยอรมนี ซึ่งยังถือหุ้นใน Commerzbank มากกว่า 12% แสดงจุดยืนคัดค้านดีลนี้ เนื่องจากกังวลเรื่องการสูญเสียอิทธิพลต่อธนาคารที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Mittelstand) รวมถึงความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างจำนวนมาก
ในขณะที่ฝั่งอิตาลีกลับมองดีลนี้ในเชิงบวก เพราะอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบธนาคารและขยายอิทธิพลในยุโรป โดยหากสำเร็จ UniCreditจะกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในเยอรมนี และอาจกระตุ้นดีลควบรวมอื่น ๆ ในภูมิภาค
แม้ Commerzbank จะยืนยันว่าแผนฟื้นฟูของตนกำลังได้ผล และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่แรงกดดันจากUniCredit ยังคงดำเนินต่อไป โดย Orcel มีทางเลือกทั้งการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น ผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากภายใน หรือเดินหน้าควบรวมเต็มรูปแบบในอนาคต
สถานการณ์นี้สะท้อนการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ในภาคธนาคารยุโรป ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างอุตสาหกรรม หากดีลข้ามประเทศขนาดใหญ่นี้เกิดขึ้นจริงในอนาคต
อ้างอิง : www.bloomberg.com