โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ‘ในโลกที่เปลี่ยนแปลง การทูตไทยจะไปทางไหน’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นับเป็นการเปิดเวทีพบปะสื่อครั้งแรกอย่างเป็นทางการของ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศ เป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยน อัพเดตข้อมูล และใช้เวทีนี้แสดงวิสัยทัศน์ด้านนโยบายการต่างประเทศ

ท่ามกลางความขัดแย้งของภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่มีผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะการสื่อความถึง “การทูตไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง : ไทยกำลังมุ่งไปทางไหน”

เยือนโอมาน สื่อสารถึงอิหร่าน

วิกฤตตะวันออกกลางและพลังงานที่เกิดขึ้น “สีหศักดิ์” ยอมรับว่ากระทบต่อประเทศไทยในทุกด้าน รวมถึงประเทศเกือบทั่วโลกด้วย

สถานการณ์ล่าสุด เรามีเรือพาณิชย์ติดธงไทยติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ 8 ลำ เป็นเรือบรรทุกปุ๋ย 5 ลำ ที่เหลือเป็นเรือบรรทุกน้ำมันและแก๊ส ฉะนั้นการเดินทางเยือนโอมานช่วงวันที่ 15-17 เมษายนที่ผ่านมา เราไปเพื่อกระชับสัมพันธ์ พร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดแก่เขา เพื่อขอให้ช่วยประสานติดต่อไปยังอิหร่าน โดยเฉพาะเรื่องการดูแลความปลอดภัย

เป้าหมายที่ลึกกว่านั้นคือ เราพยายามหาช่องทางสื่อสารกับอิหร่านให้ได้มากที่สุด

เน้นนโยบายการทูตเชิงรุก

“สีหศักดิ์” ย้ำว่า นโยบายจะให้ความสำคัญกับการทูตเชิงรุก โดยทุกครั้งที่ไปเยือนประเทศต่าง ๆ จะมีคำถามสำคัญติดไปเสมอ นั่นคือ “คุณมีน้ำมันขายให้เราหรือเปล่า”

แม้กระทรวงการต่างประเทศจะไม่ได้มีหน้าที่ดูแลเรื่องพลังงาน แต่การเจรจาระหว่างประเทศถือเป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานในเรื่องนี้ได้ เพื่อหาแหล่งนำเข้าน้ำมันที่หลากหลายยิ่งขึ้น

พร้อมย้ำจุดยืนของไทยมาตลอดว่า เรามีท่าทีที่ชัดเจนคือ “ไม่เห็นด้วยกับสงคราม และการขยายวงของความขัดแย้งสู่ประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง”

โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก รวมถึงผลประโยชน์ของชาติ

ยกตัวอย่าง การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซจะเน้นถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

รุกขับเคลื่อน 4 แนวทาง

“สีหศักดิ์” กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายการทูตไทย จะขับเคลื่อนการทูต 2.0 ครอบคลุมในทุกมิติ และจะดำเนินในทุกทิศทางที่เป็นผลประโยชน์ต่อไทย

นโยบายการต่างประเทศต้องดี มีพลัง และเริ่มต้นจากความมี “เอกภาพ” เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเมืองภายในที่ไร้เสถียรภาพ เปลี่ยนแปลงรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้ง ทำให้ขาดความต่อเนื่องในด้านนโยบาย

ส่วนด้านเศรษฐกิจก็อ่อนแอ และด้านการต่างประเทศเองก็ไม่ได้มีความตื่นตัวเท่าที่ควร

“ผมคาดหวังว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะใช้โอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และความต่อเนื่อง โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก”

มีคำถามว่า ท่ามกลางบริบทโลกที่ผันผวนเช่นนี้ ประเทศไทยจะก้าวข้ามไปได้อย่างไร ?

“สีหศักดิ์” กล่าวตอบว่า บริบทโลกที่กำลังวุ่นวาย ไร้ซึ่งระเบียบ และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น การดำเนินนโยบาย “รายวัน” ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้แล้ว

ประเทศไทยจะก้าวข้ามวิกฤตพลังงานรอบนี้ไปได้ กระทรวงต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้ได้ก่อน โดยไม่ลืม “เป้าหมายระยะยาว”

โดยเฉพาะนโยบายการทูตเชิงรุกผ่าน 4 แนวทางคือ

1) Diplomacy of Strategy ต้องมียุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน
ในทุกด้าน ว่าประเทศไทยจะเดินไปในทางไหนและมีจุดยืนอย่างไร

2) Diplomacy of Speed ต้องมีความรวดเร็ว ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ที่ผันแปร อาทิ การตั้งวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ทำให้สามารถดูแลความปลอดภัยของคนไทยได้รวดเร็ว

3) Diplomacy of Coherence ต้องมีเอกภาพ ทั้งเชิงนโยบายและการทำงาน เนื่องจากการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ล้วนคาบเกี่ยวหลายกระทรวง ทุกฝ่ายต้องมีนโยบายที่เป็นเอกภาพและสามารถทำงานร่วมกันเป็น “ทีมไทยแลนด์” ได้จริง ๆ

4) Diplomacy of Communication ต้องสื่อสารต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประชาชน ว่าสิ่งที่กระทรวงกำลังทำอยู่สำคัญและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนอย่างไร

ที่สำคัญไทยต้องรักษาความสมดุลการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและคำนึงถึงเป้าหมายระยะยาว ศักยภาพของกระทรวงการต่างประเทศจึงสำคัญมาก อย่างกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เราต้องเจรจาหาวิธีในหลาย ๆ มิติ

อีกตัวอย่างคือ สถานการณ์ไทย-กัมพูชา แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่ฝ่ายกัมพูชาดูมีท่าทีไม่พร้อมพูดคุย โดยใช้วิธีกดดันและสร้างความได้เปรียบในเวทีโลก แต่สุดท้ายไทยก็ต้องก้าวข้ามความขัดแย้งและอยู่ร่วมกับกัมพูชาที่มีพรมแดนติดกันให้ได้ ซึ่งเมื่อไหร่ที่ฝ่ายกัมพูชาพร้อม ฝ่ายไทยก็พร้อมเช่นกัน

ยุทธศาสตร์ระยะยาว

ส่วนการขับเคลื่อนเป็นการเสริมสร้างความมั่นคง 4 ด้าน ดังนี้

1) ความมั่นคงชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน หากมีปัญหาจะทำให้เกิดห่วงหน้าพะวงหลัง เราต้องสร้างความมั่นคงให้ปราศจากภัยคุกคามอธิปไตย อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ทั้งส่งเสริมพัฒนาประเทศไปพร้อมกัน

2) ความมั่นคงระดับภูมิภาค ต้องรักษาดุลอำนาจกับทุกขั้วอำนาจ รักษาความเป็นอิสระ และเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ความเป็นเอกภาพ และความเป็นแกนกลางของอาเซียน

3) ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะนี้กระทรวงกำลังขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ ผ่านการหาตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคแอฟริกา โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวง อว. เพื่อแสวงหาตลาดการค้า และวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม กับกลุ่มประเทศ GCC และประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง

4) ความมั่นคงของมนุษย์ต้องปลอดภัยจากโรคระบาด ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศ และการหลอกลวงออนไลน์

ดังนั้น นโยบายต่างประเทศของไทยต้องมีความหมาย ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนไทยได้ ด้วยการมองไกลกว่าไทย

เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น รักษาระเบียบโลกให้อยู่ในกติกา และรับฟังเสียงของทุกประเทศ เพื่อศักดิ์ศรีของประชาคมโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ‘ในโลกที่เปลี่ยนแปลง การทูตไทยจะไปทางไหน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...