โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ ขู่ปลด “พาวเวล” หากไม่ลาออกจากบอร์ดเฟด หลังหมดวาระ พ.ค.นี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ทรัมป์ ขู่ปลด “พาวเวล” หากไม่ลาออกจากบอร์ดเฟด หลังหมดวาระ พ.ค.นี้ ท่ามกลางการสอบสวนและเกมการเมืองที่อาจกระทบความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 02.46 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเพิ่มแรงกดดันต่อเจอโรม พาวเวล อย่างชัดเจน โดยขู่ว่าหากพาวเวลไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งในคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Board of Governors) หลังหมดวาระประธานเฟดในวันที่ 15 พฤษภาคม ก็อาจต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วย ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น และทำให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านผู้นำของ Federal Reserve ซึ่งโดยปกติราบรื่น กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่ซับซ้อน

แรงกดดันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการสอบสวนโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟดที่ถูกวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณเกิน โดยมี Jeanine Pirro เป็นผู้ดูแลการสอบสวน แม้ก่อนหน้านี้ศาลจะปฏิเสธหมายเรียกพยาน แต่ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการบั่นทอนความน่าเชื่อถือของพาวเวล

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อกระบวนการแต่งตั้ง Kevin Warsh ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ โดยวุฒิสมาชิกบางราย เช่น Thom Tillis แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการสอบสวนนี้ และระบุว่าอาจขัดขวางการรับรองตำแหน่ง หากมองว่าเป็นการแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

ในเชิงโครงสร้าง นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่เป็นเกมอำนาจภายในเฟด เนื่องจากปัจจุบันบอร์ดมี 7 ที่นั่ง และทรัมป์แต่งตั้งได้เพียงบางส่วน หากพาวเวลยังคงอยู่ในตำแหน่งกรรมการต่อไปจนถึงปี 2028 จะยิ่งจำกัดอิทธิพลของฝ่ายบริหารในการกำหนดนโยบายการเงิน โดยเฉพาะในประเด็นอัตราดอกเบี้ยที่ยังเป็นข้อถกเถียงสำคัญ

ด้านพาวเวลยืนยันชัดเจนว่าเขาไม่มีแผนจะลาออกจากตำแหน่งในบอร์ดจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุดอย่างโปร่งใส และอาจพิจารณาอยู่ต่อหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและประชาชน ท่าทีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างฝ่ายการเมืองกับธนาคารกลาง

สถานการณ์ทั้งหมดกำลังสะท้อนคำถามสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจสหรัฐว่า เฟดจะยังสามารถรักษาความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการเงินได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...