โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านซัดสหรัฐ “ผจญภัยทางทหารอย่างไร้ความรับผิดชอบ” ปมปะทะช่องแคบฮอร์มุซเดือด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 01.34 น.

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาสหรัฐเลือกใช้ “การผจญภัยทางทหาร” ทุกครั้งที่มีโอกาสทางการทูต หลังสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดหนักจากการปะทะกันระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย ทรัมป์ยันข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล เรียกร้องอิหร่านรีบลงนามโดยเร็ว

วันที่ 9 พ.ค.2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าเลือกใช้ “การผจญภัยทางทหารอย่างไร้ความรับผิดชอบ” ทุกครั้งที่ “ทางออกทางการทูตยังอยู่บนโต๊ะเจรจา” ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ยกระดับต่อเนื่อง

อารักชีกล่าวผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ชาวอิหร่านจะ “ไม่มีวันยอมศิโรราบต่อแรงกดดัน” หลังทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เปิดฉากโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กองทัพสหรัฐเดินหน้าโจมตีเรืออิหร่านเพิ่มเติม

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังตั้งคำถามว่า การกระทำของสหรัฐเป็น “ยุทธวิธีกดดันแบบหยาบคาย” หรือเป็นผลจาก “ผู้ไม่หวังดีที่หลอกล่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้จมเข้าสู่สงครามอีกครั้ง”

แม้สถานการณ์ปะทะยังดำเนินต่อไป แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางสู่การเจรจายุติสงครามที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยระหว่างเดินทางเยือนอิตาลีว่า อิหร่านมีกำหนดตอบข้อเสนอของสหรัฐภายในวันศุกร์นี้ พร้อมระบุว่า “ผมหวังว่าจะเป็นข้อเสนอที่จริงจัง”

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อิหร่านเข้าควบคุมพื้นที่ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมโจมตีพันธมิตรของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอล

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลกต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นดันราคาพลังงานพุ่งสูงอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทรัมป์ได้สั่งเปิดปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐเพื่อช่วยเหลือเรือราว 2,000 ลำที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะสั่งระงับปฏิบัติการในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน เพื่อกดดันให้เตหะรานยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐ หรือเซนต์คอม แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กองกำลังสหรัฐได้สกัดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่าน 2 ลำที่ไม่มีสินค้า ขณะพยายามเข้าสู่ท่าเรืออิหร่านบริเวณอ่าวโอมาน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ

แถลงการณ์ระบุว่า กองทัพสหรัฐใช้ “อาวุธแม่นยำสูง” ยิงใส่ปล่องควันของเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้เรือดังกล่าวเดินทางเข้าสู่อิหร่าน

เซนต์คอมยังระบุด้วยว่า ขณะนี้กองกำลังสหรัฐกำลังสกัดเรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 70 ลำ ไม่ให้เข้าออกท่าเรืออิหร่าน

การโจมตีล่าสุดของสหรัฐเกิดขึ้นหลังเหตุปะทะในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มต้นโจมตี

สหรัฐกล่าวหาอิหร่านว่า ยิงขีปนาวุธ ส่งโดรน และเรือขนาดเล็กเข้าโจมตีเรือรบสหรัฐ 3 ลำ พร้อมระบุว่าเป็น “การโจมตีโดยไม่มีการยั่วยุ”

ขณะที่กองบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่า โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน รวมถึงเรืออีกลำที่กำลังเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งโจมตีทางอากาศต่อหลายพื้นที่ชายฝั่ง

โมฮัมหมัด รัดเมห์ เจ้าหน้าที่จังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน เปิดเผยว่า เรือสินค้าลำหนึ่งใกล้น่านน้ำเมืองมีนับเกิดเพลิงไหม้หลังถูกโจมตี

เขาระบุว่า ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 10 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่หน่วยกู้ภัยและทีมค้นหากำลังเร่งตรวจสอบชะตากรรมของลูกเรือคนอื่นๆ

ด้านทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียล ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้ทำลายเรือขนาดเล็ก ขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่านหลายรายการ พร้อมย้ำว่า ฝ่ายอิหร่าน “ได้รับความเสียหายอย่างหนัก”

ทรัมป์ยังเตือนว่า “เหมือนที่เราจัดการพวกเขาได้อีกครั้งในวันนี้ เราจะจัดการหนักกว่าและรุนแรงกว่านี้อีกมากในอนาคต หากพวกเขาไม่ยอมลงนามในข้อตกลงโดยเร็ว”

อ้างอิง : www.bbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...