อิหร่านซัดสหรัฐ “ผจญภัยทางทหารอย่างไร้ความรับผิดชอบ” ปมปะทะช่องแคบฮอร์มุซเดือด
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาสหรัฐเลือกใช้ “การผจญภัยทางทหาร” ทุกครั้งที่มีโอกาสทางการทูต หลังสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดหนักจากการปะทะกันระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย ทรัมป์ยันข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล เรียกร้องอิหร่านรีบลงนามโดยเร็ว
วันที่ 9 พ.ค.2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าเลือกใช้ “การผจญภัยทางทหารอย่างไร้ความรับผิดชอบ” ทุกครั้งที่ “ทางออกทางการทูตยังอยู่บนโต๊ะเจรจา” ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ยกระดับต่อเนื่อง
อารักชีกล่าวผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ชาวอิหร่านจะ “ไม่มีวันยอมศิโรราบต่อแรงกดดัน” หลังทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เปิดฉากโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กองทัพสหรัฐเดินหน้าโจมตีเรืออิหร่านเพิ่มเติม
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังตั้งคำถามว่า การกระทำของสหรัฐเป็น “ยุทธวิธีกดดันแบบหยาบคาย” หรือเป็นผลจาก “ผู้ไม่หวังดีที่หลอกล่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้จมเข้าสู่สงครามอีกครั้ง”
แม้สถานการณ์ปะทะยังดำเนินต่อไป แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางสู่การเจรจายุติสงครามที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยระหว่างเดินทางเยือนอิตาลีว่า อิหร่านมีกำหนดตอบข้อเสนอของสหรัฐภายในวันศุกร์นี้ พร้อมระบุว่า “ผมหวังว่าจะเป็นข้อเสนอที่จริงจัง”
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อิหร่านเข้าควบคุมพื้นที่ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมโจมตีพันธมิตรของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอล
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลกต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นดันราคาพลังงานพุ่งสูงอย่างหนัก
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทรัมป์ได้สั่งเปิดปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐเพื่อช่วยเหลือเรือราว 2,000 ลำที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะสั่งระงับปฏิบัติการในเวลาต่อมา
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน เพื่อกดดันให้เตหะรานยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับอิหร่าน
กองบัญชาการกลางสหรัฐ หรือเซนต์คอม แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กองกำลังสหรัฐได้สกัดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่าน 2 ลำที่ไม่มีสินค้า ขณะพยายามเข้าสู่ท่าเรืออิหร่านบริเวณอ่าวโอมาน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ
แถลงการณ์ระบุว่า กองทัพสหรัฐใช้ “อาวุธแม่นยำสูง” ยิงใส่ปล่องควันของเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้เรือดังกล่าวเดินทางเข้าสู่อิหร่าน
เซนต์คอมยังระบุด้วยว่า ขณะนี้กองกำลังสหรัฐกำลังสกัดเรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 70 ลำ ไม่ให้เข้าออกท่าเรืออิหร่าน
การโจมตีล่าสุดของสหรัฐเกิดขึ้นหลังเหตุปะทะในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มต้นโจมตี
สหรัฐกล่าวหาอิหร่านว่า ยิงขีปนาวุธ ส่งโดรน และเรือขนาดเล็กเข้าโจมตีเรือรบสหรัฐ 3 ลำ พร้อมระบุว่าเป็น “การโจมตีโดยไม่มีการยั่วยุ”
ขณะที่กองบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่า โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน รวมถึงเรืออีกลำที่กำลังเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งโจมตีทางอากาศต่อหลายพื้นที่ชายฝั่ง
โมฮัมหมัด รัดเมห์ เจ้าหน้าที่จังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน เปิดเผยว่า เรือสินค้าลำหนึ่งใกล้น่านน้ำเมืองมีนับเกิดเพลิงไหม้หลังถูกโจมตี
เขาระบุว่า ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 10 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่หน่วยกู้ภัยและทีมค้นหากำลังเร่งตรวจสอบชะตากรรมของลูกเรือคนอื่นๆ
ด้านทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียล ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้ทำลายเรือขนาดเล็ก ขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่านหลายรายการ พร้อมย้ำว่า ฝ่ายอิหร่าน “ได้รับความเสียหายอย่างหนัก”
ทรัมป์ยังเตือนว่า “เหมือนที่เราจัดการพวกเขาได้อีกครั้งในวันนี้ เราจะจัดการหนักกว่าและรุนแรงกว่านี้อีกมากในอนาคต หากพวกเขาไม่ยอมลงนามในข้อตกลงโดยเร็ว”
อ้างอิง : www.bbc.com