โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เจาะกลยุทธ์การค้าจีนยุคใหม่ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผ่าน “เพจอ้ายจง” ในเวทีสัมมนาหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ไทย-จีน รุ่นที่ 3

China Media Group

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เจาะกลยุทธ์การค้าจีนยุคใหม่ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผ่าน “เพจอ้ายจง” ในเวทีสัมมนาหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ไทย-จีน รุ่นที่ 3

หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน รุ่นที่ 3 (Young 3) จัดเวทีบรรยายพิเศษหัวข้อ “ธุรกิจการค้ากับพฤติกรรมผู้ซื้อออนไลน์” ขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาฯ ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน และหอการค้าไทย–จีน โดยมีสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ China Media Group ให้การสนับสนุน มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย–จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกมิติทางเศรษฐกิจและการค้า

วิทยากรในครั้งนี้คือ อาจารย์ ดร. ภากร กัทชลี หรือ “อ.ปอ” เจ้าของเพจดัง “อ้ายจง” อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิชาการและนักสังเกตการณ์ตลาดจีนที่ติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคจีนและการตลาดจีนมาอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้ง

เศรษฐกิจจีน: รัฐนำ เอกชนตาม

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าใจ เศรษฐกิจจีน อย่างถ่องแท้ อ.ดร.ภากร เปิดภาพรวมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันยืนอยู่บนสามเสาหลัก ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ (SOE) วิสาหกิจแบบผสม และวิสาหกิจเอกชน รัฐบาลจีนยังคงกุมทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะการผลักดันให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมในรัฐวิสาหกิจแบบผสมมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในอุตสาหกรรมเครื่องจักรและก่อสร้าง นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนไม่ได้เปิดเสรีแบบสุดขั้ว แต่เลือกเดินเกมแบบ “รัฐเป็นกัปตัน เอกชนเป็นฝีพาย”

ในส่วนของอีคอมเมิร์ซ แม้สัดส่วนต่อยอดค้าปลีกรวมจะมีการปรับตัวบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางให้บุกตลาดโลก ควบคู่กับการเปิดประตูรับการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อรักษาโมเมนตัมของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

Livestream ยังแรง แต่ผู้เล่นเปลี่ยนหน้า

การตลาดจีน ในยุคดิจิทัลยังคงหมุนรอบ “ไลฟ์สตรีมมิง” เป็นแกนกลาง แต่พลวัตของวงการเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมกะอินฟลูเอนเซอร์ที่เคยครองอำนาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป ผู้บริโภคจีนเริ่มเบื่อความ “ปรุงแต่ง” และหันมาให้ความเชื่อถือกับกลุ่ม KOC (Key Opinion Consumer) และบล็อกเกอร์หน้าใหม่ที่ดูเป็นธรรมชาติ พูดจากประสบการณ์จริง และรู้สึกใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันมากกว่า ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า “ความน่าเชื่อถือ” กำลังมีมูลค่าสูงกว่า “ความดัง” ในสมการการตลาดจีนยุคใหม่

ในแง่ของฐานผู้ซื้อ กลุ่มผู้บริโภคจีนที่ช้อปผ่านช่องทางออนไลน์กระจายทั้งชายและหญิงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มอายุ 27–39 ปี ที่มีรายได้เกิน 5,000 หยวนต่อเดือนยังคงเป็นกำลังซื้อหลักที่ขับเคลื่อนตลาด

Experience Economy: หัวใจของ Social Commerce จีน

หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดสำหรับนักการตลาดที่ต้องการเข้าใจ ผู้บริโภคจีน คือแนวคิด 体验经济 (Experience Economy) หรือ “เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่อธิบายได้ว่าทำไม Social Commerce ในจีนถึงเติบโตไม่หยุด

คนจีนยุคนี้ไม่ได้ “ซื้อของ” อีกต่อไป แต่ “ซื้อประสบการณ์” ซื้อความรู้สึก และซื้อเรื่องราวที่สามารถนำไปแชร์ต่อได้ในโลกโซเชียล แบรนด์ใดที่สามารถส่งมอบคุณค่าเชิงอารมณ์และสร้างความทรงจำที่มีความหมายให้กับผู้บริโภคได้ แบรนด์นั้นคือผู้ชนะ ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมประสบการณ์การช้อปผ่าน Livestream ที่สนุก มีปฏิสัมพันธ์ และตื่นเต้นถึงจะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

Gen Z vs Millennials: ซื้อต่างกัน คิดต่างกัน

ภาพที่น่าสนใจอีกมิติหนึ่งในการศึกษา พฤติกรรมผู้บริโภคจีน คือความแตกต่างระหว่างสองเจเนอเรชันที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆGen Z คือกลุ่มที่ใช้เงินเพื่อ “ลงทุนในตัวเอง” พวกเขาซื้อคอร์สเรียน ซื้อประสบการณ์ท่องเที่ยว และซื้อสินค้าที่บ่งบอกตัวตน มากกว่าการสะสมทรัพย์สิน พวกเขาคุ้นเคยกับ Social Commerce และ Livestream โดยสัญชาตญาณ และมีพฤติกรรม Dopamine Shopping (多巴胺快消品) คือการซื้อสินค้าราคาเข้าถึงได้เพื่อสร้างความสุขและความตื่นเต้นในทันที ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แบรนด์สามารถออกแบบแคมเปญมาจับได้โดยตรง

ในทางกลับกัน Millennials กำลังเข้าสู่โหมดที่รอบคอบและมีสติมากขึ้น หลังผ่านช่วงเศรษฐกิจที่ผันผวน พวกเขาเริ่มรัดเข็มขัด เน้นความคุ้มค่า และตัดสินใจซื้ออย่างมีเหตุผลภายใต้เทรนด์ 性价比生活 หรือ “วิถีชีวิตที่คุ้มทุกบาท” ซึ่งไม่ได้แปลว่าซื้อของถูก แต่หมายถึงการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่รู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุด

เคสทุเรียน: เมื่อ “ถูก” ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

อ.ดร.ภากร หยิบยกกรณีศึกษาที่ใกล้ตัวผู้ประกอบการไทยอย่างยิ่งมาวิเคราะห์ นั่นคือ ตลาดทุเรียนในจีน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของ พฤติกรรมผู้บริโภคจีน ยุคใหม่ได้อย่างชัดเจนที่สุด

แม้ทุเรียนไทยจะยังครองใจตลาดจีน แต่ผู้บริโภคจีนในวันนี้ฉลาดและพิถีพิถันกว่าเดิมมาก พวกเขาไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะราคา แต่เริ่มตั้งคำถามถึงคุณภาพ ความสด ความหวาน และที่มาของผลผลิตอย่างละเอียด บางกลุ่มถึงขั้นเปรียบเทียบทุเรียนจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจ นี่คือภาพสะท้อนชัดเจนของ 性价比生活 ที่ไม่ได้แปลว่า “ของถูก” แต่หมายถึง “ของดีที่รู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุด” สำหรับผู้ส่งออกและผู้ประกอบการเกษตรไทย นี่คือสัญญาณที่บอกว่าการแข่งด้านราคาอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่การสร้างแบรนด์คุณภาพและการสื่อสารเรื่องราวของสินค้าต่างหากที่จะเปิดประตูสู่ตลาดพรีเมียมจีนได้อย่างยั่งยืน

Pay for New Good Experience: เทรนด์ที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้

แม้ผู้บริโภคจีนจะระมัดระวังการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่มีหนึ่งสิ่งที่พวกเขายังพร้อม “เปิดกระเป๋า” เสมอ นั่นคือ ประสบการณ์ใหม่ที่ดีและมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในจุดหมายที่ไม่เคยไป การดูแลสุขภาพเชิงลึก การเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือแม้แต่การรับประทานอาหารในร้านที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเข้าข่าย “Pay for New Good Experience” ที่ผู้บริโภคจีนยุคใหม่ให้คุณค่าอย่างสูง

รัฐบาลจีนเองก็เข้าใจจุดนี้ดี จึงอัดฉีดซอฟต์พาวเวอร์เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผนวกวัฒนธรรมและอัตลักษณ์จีนเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคาแรคเตอร์ประจำสถานที่ กระแส China Chic ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ภาคภูมิใจในความเป็นจีน

นักท่องเที่ยวจีนในไทย: มองหาอะไรในปี 2569?

สำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการ การเข้าใจ นักท่องเที่ยวจีน ในยุคนี้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่บินตรงมาไทยส่วนใหญ่มาจากเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และพวกเขาไม่ได้มาเพื่อแค่ “เที่ยวตามรอย” อีกต่อไป

นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้กำลังมองหา Unseen Thailand ประสบการณ์ที่แตกต่างและจดจำได้ ทั้งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และบริการที่ไทยมีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง บริการเพื่อสุขภาพ Wellness คุณภาพสูงที่ราคาเข้าถึงได้กว่าประเทศตะวันตก นอกจากนี้ กระแสความนิยมซีรีส์วายไทยในจีนยังคงสร้างแรงดึงดูดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่อยากมาสัมผัสเสน่ห์ไทยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยควรรีบคว้า

สมรภูมิ E-commerce จีน และโจทย์ใหม่ของไทย

ในแผ่นดินจีน สงครามการค้าออนไลน์ยังคงดุเดือดไม่มีทีท่าจะสงบ โดยSocial Commerce อย่าง Douyin และ Xiaohongshu มีบทบาทมากขึ้นในโลก E-commerce ที่คนจีนไม่ได้มองหาแค่การซื้อของ ทำให้จากเดิมที่ซื้อแค่บนแพลตฟอร์มขายออนไลน์โดยตรง อย่าง Taobao, Tmall, JD และ Pinduoduo ขยับมาที่ Social commerce ด้วยอัลกอริทึมที่เชื่อมโลกคอนเทนต์กับการซื้อขายได้อย่างไร้รอยต่อ

แต่สิ่งที่ท้าทายกว่านั้น คือจีนไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดภายในประเทศ ธุรกิจจีนกำลังรุกเข้าหาผู้บริโภคไทยโดยตรงผ่านกลยุทธ์ Direct-to-Consumer (D2C) บนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดิจิทัลและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งทำความเข้าใจทั้ง เศรษฐกิจจีน พฤติกรรมผู้บริโภคจีน และการตลาดจีน เพื่อปรับตัวและหาจุดยืนที่แข็งแกร่งในเกมนี้

การบรรยายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การอัปเดตข้อมูล แต่เป็นการวางรากฐานความเข้าใจที่ผู้ประกอบการไทยต้องมีไว้ในมือ ไม่ว่าจะต้องการบุกตลาดจีน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน หรือรับมือกับคลื่นธุรกิจจีนที่กำลังซัดเข้าหาไทยในยุคดิจิทัลนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...