โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

New Zealand VS Australia เลือกเรียนต่อที่ไหนดี

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HELLO! Magazine Thailand
มหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์ มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย เรียนต่อที่ไหนดี

สองประเทศที่มีการศึกษาคุณภาพสูงระดับโลกพร้อมคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์และออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่สูงในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมหลักสูตรการศึกษาอันหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่านักศึกษาจะสนใจศิลปะ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ดึงดูดให้นักศึกษาที่กำลังมองหาการศึกษาที่มีคุณภาพสนใจไปเรียนต่อ HELLO! Education ได้คัดเลือกประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจเรียนต่อมาให้พิจารณาดังนี้

ระบบการศึกษา: ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามระบบการศึกษาของอังกฤษและมีคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก

University of Queensland , BRISBANE, AUSTRALIA (Photo by Joshua Prieto/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)

ออสเตรเลีย: ระบบการศึกษาของออสเตรเลียได้รับการยกย่องไปทั่วโลก โดยมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเปิดสอนหลักสูตรอันหลากหลาย ระบบเป็นไปตามรูปแบบที่นักศึกษาสามารถเลือกวิชาเอกและวิชารองได้จนสำเร็จการศึกษาปริญญาเฉพาะทาง

นิวซีแลนด์: นิวซีแลนด์เสนอการศึกษาคุณภาพสูงโดยมุ่งเน้นที่การวิจัยและนวัตกรรม ระบบการศึกษาส่งเสริมการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณและการเรียนรู้อย่างอิสระ

ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียน

ออสเตรเลีย: โดยทั่วไปแล้ว ออสเตรเลียมีค่าครองชีพสูงกว่าเมื่อเทียบกับนิวซีแลนด์ ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียก็อาจสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ เช่นซิดนีย์ (Sydney) และเมลเบิร์น (Melbourne)

นิวซีแลนด์: นิวซีแลนด์มักจะมีค่าเล่าเรียนที่ต่ำกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับออสเตรเลีย ค่าครองชีพถูกกว่า โดยเฉพาะในเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่โอ๊คแลนด์ (Auckland) และเวลลิงตัน (Wellington)

Koalas in the Wildlife Retreat at Taronga Zoo in SYDNEY, AUSTRALIA (Photo by Steve Christo/Corbis via Getty Images)

ข้อบังคับเกี่ยวกับวีซ่า: ทั้งสองประเทศเปิดโอกาสให้นักศึกษาทำงานนอกเวลาระหว่างการศึกษา

ออสเตรเลีย: ขั้นตอนการขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลียนั้นไม่ซับซ้อน และมีโอกาสทำงานนอกเวลาระหว่างการศึกษาด้วย การสมัครวีซ่าเพื่อศึกษาต่อต้องเลือก “วีซ่าเพื่อการศึกษา (ประเภท 500)” โดยนักศึกษาสามารถทำงานได้ถึง 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงที่มาเรียนหรือฝึกอบรม ต้องทำประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย (OSHC)

ข้อมูลและรายการเอกสารประกอบใบสมัครวีซ่านักเรียนของประเทศออสเตรเลีย

-ผู้สมัครขอวีซ่าเพื่อการศึกษาประเภท 500

-วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้พำนักในออสเตรเลียเพื่อเข้าศึกษาเล่าเรียนแบบเต็มหลักสูตร ของสถาบันที่ได้รับการ

รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ

-ในการขอวีซ่าประเภทนี้ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1.ต้องได้รับการตอบรับเข้าศึกษาแบบเต็มเวลาของหลักสูตรจากสถาบันการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย

2.ในกรณีที่ผู้สมัครมีอายุน้อยกว่า 18 ปี ต้องมีการเตรียมการเพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมขณะพักใน

ประเทศออสเตรเลีย

สำหรับหลักสูตรการศึกษาเล่าเรียนในประเทศออสเตรเลียนี้ ได้รวมรูปแบบของหลักสูตรการศึกษาไว้ในหลาย

ด้าน ตั้งแต่ หลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรสาขาวิชาชีพและการ

ฝึกอบรม ระดับอุดมศึกษา ระดับบัณทิตศึกษา หรือหลักสูตรปรับพื้นฐาน และการศึกษาประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้รับ

การเทียบระดับวุฒิอย่างเป็นทางการ

ผู้สมัครต้องทำการลงทะเบียนกับสถาบันการศึกษาของหลักสูตรที่ได้รับการลงทะเบียนรับรองสำหรับนักเรียน

นักศึกษาต่างชาติ The Commonwealth Register of Institutions and Courses for Overseas Students (CRICOS)

Napier, New Zealand (Photo by Kerry Marshall/Getty Images)

นิวซีแลนด์: นิวซีแลนด์มีขั้นตอนการขอวีซ่านักเรียน 5 ประเภทได้แก่
1.วีซ่านักเรียน – เรียนนานกว่า 3 เดือน
2.วีซ่าท่องเที่ยว (ประเทศที่ต้องมีวีซ่า) – เรียนหลักสูตรระยะสั้นสูงสุด 3 เดือน
3.ประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า – เรียนหลักสูตรระยะสั้นหนึ่งหลักสูตร นานสูงสุด 3 เดือน
4.วีซ่าเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน (Working holiday visa) – เรียนหลักสูตรระยะสั้น สูงสุด 6 เดือน
5.วีซ่า Pathway – เรียนได้ถึง 3 โปรแกรมที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้า และโดยทั่วไปแล้วนักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานนอกเวลาระหว่างการศึกษาได้

ข้อมูลและรายการเอกสารประกอบใบสมัครวีซ่านักเรียนของประเทศนิวซีแลนด์

ต้องจัดเตรียมเอกสารต่อไปนี้พร้อมกับใบสมัครวีซ่านักเรียน:

1.ข้อเสนอให้เข้าเรียนจากผู้ให้บริการด้านการศึกษาที่ได้รับอนุมัติ

2.หลักฐานแสดงว่าคุณได้ชำระค่าเล่าเรียนแล้ว

3.สำเนาหน้าข้อมูลประจำตัวในหนังสือเดินทางของคุณ

4.หลักฐานทางการเงินที่ครอบคลุมค่าครองชีพของคุณ (NZ$ 20,000 หรือ 436,255 บาท ต่อปี หรือ NZ $ 17,000 หรือ 370,818 บาท สำหรับโรงเรียนชั้นปีที่ 1-13) และหลักฐานว่าการเงินนี้มาจากไหน

5.สำเนาตั๋วเครื่องบินขากลับหรือหลักฐานว่าคุณมีเงินเพียงพอที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับ

6.ค่าสมัครวีซ่า

7.แสดงใบรับรองแพทย์ หรือใบรับรองเอ็กซ์เรย์ทรวงอก หรือใบรับรองผลตรวจร่างกาย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
https://www.studywithnewzealand.govt.nz/th/how-to-apply/plan-your-study-experience/visas
สมัครวีซ่าได้ที่นี่ : https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/student-500

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา: โดยทั่วไปแล้วออสเตรเลียมีค่าเล่าเรียนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับนิวซีแลนด์

University of Wollongong , Wollongong, Australia. (Photo by: View Pictures/Mark Syke/Universal Images Group via Getty Images)

ออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยชั้นนำและมีทางเลือกในการทำงานหลังเลิกเรียนมากมาย แต่กลับมาพร้อมกับค่าครองชีพที่สูงกว่า นิวซีแลนด์มีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัย ค่าเล่าเรียนที่ได้ราคาย่อมเยากว่า และค่าครองชีพที่ไม่แพงมาก

ภูมิอากาศและภูมิศาสตร์:

ออสเตรเลีย: เป็นที่รู้จักในด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลาย เพราะภูมิประเทศออสเตรเลียกว้างใหญ่มีตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อนไปจนถึงทะเลทรายที่แห้งแล้ง สภาพภูมิอากาศจะแตกต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับภูมิภาค ควรศึกษาให้ดีก่อนจะเลือกเรียนที่ไหน

นิวซีแลนด์: นิวซีแลนด์โดดเด่นมากและถูกใจคนที่ชอบความงามทางธรรมชาติอันสมบูรณ์ พร้อมด้วยป่าไม้อันเขียวชอุ่ม ภูเขา และชายหาดที่บริสุทธิ์ สภาพอากาศค่อนข้างเย็น โดยมีฤดูหนาวที่ไม่รุนแรงและฤดูร้อนที่อบอุ่น

วัฒนธรรมและวิถีชีวิต:

ออสเตรเลีย: วัฒนธรรมออสเตรเลียขึ้นชื่อในเรื่องวิถีชีวิตแบบสบายๆ และกิจกรรมกลางแจ้ง ประเทศนี้มีสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาและมีประชากรที่หลากหลาย

นิวซีแลนด์: ชาวนิวซีแลนด์หรือชาวกีวีชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย โดยวัฒนธรรมของพวกเขาได้รับอิทธิพลจากประเพณีของชาวเมารี ชาวเกาะดั้งเดิมและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

โอกาสในการทำงานและตัวเลือกหลังการศึกษา: ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เสนอโอกาสในการทำงานหลังเลิกเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

ออสเตรเลีย: ออสเตรเลียมีเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าพร้อมโอกาสในการทำงานที่หลากหลายมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนต่างๆ เช่น เทคโนโลยี การเงิน และการดูแลสุขภาพ

นิวซีแลนด์: เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์มีขนาดเล็กก็จริงแต่ยังคงมีโอกาสในการทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี

โดยสรุป HELLO! Education คิดว่า การเรียนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านค่าใช้จ่าย รูปแบบการใช้ชีวิต และโอกาสหลังเรียนจบ ดังนั้นการเลือกเรียนระหว่างทั้งสองประเทศขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล เป้าหมายการเรียนรู้ทางวิชาการ และแรงบันดาลใจในอาชีพในอนาคตของผู้ที่เรียนเป็นสำคัญ

Withers Farm in Kaipara Flats in Auckland, New Zealand. (Photo by Fiona Goodall/Getty Images)

อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่Hello!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...