อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบ ตอบโต้สหรัฐฯ ปิดกั้นท่าเรือ ที่ปรึกษา IRGC เตือนอาจบานปลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3
อิหร่านประกาศว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง โดยระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อการที่สหรัฐฯ ยังคงปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน
กองทัพอิหร่านระบุเมื่อวันเสาร์(18 เมษายน 2569) ว่า การควบคุมช่องทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งมีปริมาณน้ำมันราว 20% ของโลกไหลผ่าน “ได้กลับสู่สถานะเดิม” ขณะที่มีรายงานว่าเรือรบขนาดเล็ก (gunboat)ของอิหร่านได้ยิงใส่เรือพาณิชย์ลำหนึ่งขณะพยายามแล่นผ่าน
ในโพสต์บนบัญชี X เมื่อวันเสาร์ อิบราฮิม อาซีซี (Ebrahim Azizi) ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศ (National Security and Foreign Policy Commission) ของรัฐสภาอิหร่าน อ้างถึงคำเตือนก่อนหน้านี้ของเขาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
“เราได้เตือนคุณแล้ว แต่คุณไม่ใส่ใจ! ตอนนี้ก็เชิญรับผลจากการที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซกลับไปสู่สภาพเดิม” อาซิซีกล่าวย้ำถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ตามรายงานของสำนักข่าว Tasnim News Agency
ก่อนหน้านี้ อาซิซีได้เน้นย้ำว่า กรอบการเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการปฏิบัติตาม โดยระบุว่าอิหร่านเป็นผู้กำหนดกรอบดังกล่าว ไม่ใช่ข้อความบนโซเชียลมีเดีย
ในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ โฆษกกองบัญชาการกลางคอตามอัลอันบิยา (Khatam al-Anbia Central Headquarters) ของอิหร่านย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของกองทัพอิหร่าน และจะยังคงอยู่ในสถานะการปฏิบัติการเดิม
โฆษกระบุว่า ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่ยุติข้อจำกัดต่อเสรีภาพในการเดินเรือของเรือที่ออกจากอิหร่านไปยังจุดหมายปลายทาง และเรือจากที่อื่นที่มุ่งหน้าเข้าสู่อิหร่าน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม
ด้านรายงานของ สำนักข่าว Al Jazeera ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมีการเปิดใช้งานอีกครั้ง โดยมีเรือพาณิชย์มากกว่าสิบลำแล่นผ่าน หลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ซึ่งสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps :IRGC) ของอิหร่านระบุในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่ออิหร่านว่า การปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องนั้นถือเป็น “การกระทำเยี่ยงโจรสลัดและการปล้นสะดมทางทะเล” พร้อมย้ำว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอยู่ “ภายใต้การบริหารและควบคุมอย่างเข้มงวดของกองกำลังติดอาวุธ”
แถลงการณ์ระบุว่า “จนกว่าสหรัฐฯ จะฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรืออย่างเต็มที่สำหรับเรือที่เดินทางจากอิหร่านไปยังจุดหมายและกลับมา สถานะของช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและอยู่ในสถานะเดิม”
รองประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า อิหร่านจะดำเนินการเพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซให้ได้ ไม่ว่าจะผ่านทางการทูตหรือการใช้กำลัง
นายโมฮัมหมัด เรซา อาเรฟ (Mohammad Reza Aref) รองประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า “อิหร่านจะดำเนินการตามสิทธิในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะบนโต๊ะเจรจาหรือในสมรภูมิรบ”
สำนักข่าว AFP รายงานว่า ณ เวลา 10:30 น. GMT หรือเวลา 17.30 น. ของวันเสาร์ มีเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซอย่างน้อย 8 ลำแล่นผ่านช่องแคบ แต่มีเรืออีกจำนวนใกล้เคียงกันที่หันกลับ หลังเริ่มออกจากอ่าวเปอร์เซีย
ความสับสนและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในช่องแคบดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อความเชื่อมั่นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านนั้น “ใกล้มากแล้ว”
ทรัมป์ได้แสดงความยินดีกับการเปิดช่องแคบเมื่อวันศุกร์ แต่เตือนว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอีก หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง ซึ่งรวมถึงประเด็นโครงการนิวเคลียร์
“บางทีผมอาจจะไม่ขยายเวลา” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ถึงข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว “ดังนั้นก็จะมีการปิดล้อม และน่าเสียดายที่เราจะต้องกลับมาเริ่มทิ้งระเบิดอีกครั้ง”
เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงจะสามารถเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้นหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่ามันจะเกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม อิหร่านระบุว่ายังไม่มีการกำหนดวันสำหรับการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ “หักหลัง” ต่อกระบวนการทางการทูตในการเจรจาทุกครั้งที่ผ่านมา
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางทะเลจากมหาวิทยาลัย Texas A&M อย่าง John-Paul Rodrigue ระบุว่า รายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบและระดับเสรีภาพในการเดินเรือ ได้ทำให้เรือจำนวนมากลังเลที่จะแล่นผ่าน
“เรือพยายามจะผ่านตั้งแต่มีการประกาศ แต่ดูเหมือนว่าหลายลำกำลังหันกลับ เพราะสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน” Rodrigue กล่าวกับสำนักข่าว Al Jazeera “มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันจากทุกฝ่าย”
ขณะที่ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera ในกรุงเตหะราน Tohid Asadi ระบุว่า “ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่กำหนดสถานการณ์” ในช่องแคบฮอร์มุซ
“อิหร่านต้องการการยุติสงครามในภูมิภาคอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งการรับประกันด้านความมั่นคง การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร การปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด ความสัมพันธ์ในภูมิภาค รวมถึงประเด็นโครงการนิวเคลียร์และคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง” Asadi กล่าว
“แต่ในตอนนี้ ความไม่แน่นอนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ สถานการณ์ที่เปราะบางทำให้ยากที่จะประเมินโอกาสของการเจรจาที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต”
อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ ที่ส่งผ่านปากีสถาน
สำนักข่าว Iran International รายงานว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐอเมริกาที่ส่งผ่านทางปากีสถาน และในขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับใดๆ
สภาระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งมอบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภายหลังการประสานงานที่มี จอมพล อาซิม มูนีร์ (Field Marshal Asim Munir) ผู้บัญชาการทหารบกของปากีสถาน เข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเยือนกรุงเตหะราน
“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จากการเดินทางมาเยือนกรุงเตหะรานของผู้บัญชาการทหารบกปากีสถานในฐานะคนกลาง สหรัฐอเมริกาได้ยื่นข้อเสนอใหม่หลายประการ ซึ่งขณะนี้สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ได้ให้คำตอบใดๆ” แถลงการณ์ระบุ
แถลงการณ์ระบุอีกว่า การเจรจาก่อนหน้านี้ที่กรุงอิสลามาบัดสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ หลังจากสิ่งที่อิหร่านอธิบายว่าเป็นการยื่นข้อเรียกร้องใหม่จากฝั่งสหรัฐฯ
นอกจากนี้ SNSC ยังได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญ ว่า อิหร่านจะไม่ยอมผ่อนปรนในจุดยืนของตน พร้อมเตือนว่า การขัดขวางการสัญจรทางเรือหรือความพยายามในการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง จะถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และการเข้าถึงพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขและการควบคุมของอิหร่าน จนกว่าจะมีการบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน
ที่ปรึกษา IRGC เตือน สงครามอาจบานปลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3
ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ออกมาเตือนว่าความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่อาจลุกลามกลายเป็นสงครามระดับโลกหากยังไม่ยุติ พร้อมส่งสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมที่จะนำอาวุธที่เพิ่งผลิตใหม่มาใช้ในการสู้รบที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง
นายโมฮัมหมัด เรซา นักดี (Mohammad Reza Naqdi) ระบุว่า อิหร่านสามารถยิงขีปนาวุธและโดรนที่เพิ่งผลิตในเดือน เมษายน 2569 ได้ทันทีหากการสู้รบกลับมาปะทุขึ้น พร้อมทั้งปฏิเสธข้ออ้างที่ว่าขีดความสามารถในการยิงอาวุธของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว
“พวกเขาบอกว่าได้ทำลายฐานยิงขีปนาวุธของเราไปหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริง เราสามารถสร้างฐานยิงขึ้นใหม่ได้จากโรงงานโลหะที่ไหนก็ได้” นายนักดีกล่าวย้ำ