เปิดใจ ‘ผู้บัญชาการเหตุ’ย้อนเล่า สตง.ถล่ม ‘รำลึก 1 ปี’ไม่ลืมเลือน
ใกล้รำลึก 1 ปี เหตุสลด “ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสย้อนภาพเหตุการณ์ กับหนึ่งบุคคลสำคัญในฐานะที่ "จุดเกิดเหตุ" อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผอ.เขตจตุจักร กับบทบาทผอ.ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ ขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.เขตบางขุนเทียน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึก
นาทีรับรู้แรงสั่นไหว
ช่วงเวลาเกิดแผ่นดินไหว ตอนนั้นเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นเป็นวงกว้างทั่วพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่สำนักงานเขตที่ตนกำลังไปประชุม รู้สึกว่ามีอะไรโยก จึงเดินออกไปดูจนเห็นว่าคนอื่นวิ่งลงมาหมดแล้ว ก่อนสักพักจะปรากฏข่าวมีอาคารถล่ม “สิ่งแรก” ที่ทำคือการลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมมอบหมายผู้ช่วย ผอ.เขต ให้อยู่ที่เขต เพื่อดูสถานการณ์อื่น หากประชาชนเข้ามาแจ้ง
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ได้บริหารจัดการ “พื้นที่สาธารณภัย” โดยจัดตั้งกองอำนวยการก่อนควบคุมพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเข้ามา มีการรวบรวมข้อมูลผลพวงขนาดพื้นที่ และประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประเมินสถานการณ์รายงานผู้บังคับบัญชาทราบเป็นระยะ โดยช่วงแรกประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ระดับ 2 มีผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บัญชาการเหตุ ต่อมาวันที่ 1 เม.ย.ได้ประกาศลดระดับลงมาเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ระดับ 1 มีผอ.เขตพื้นที่เป็นผู้บัญชาการเหตุ
“ขณะนั้นตนในฐานะผอ.เขตจตุจักร ก็เป็นผู้บัญชาการเหตุตามตำแหน่ง พร้อมสั่งการทุกฝ่ายลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ ชุมชนต่าง ๆ ประสานหน่วยงานด้านสาธารณภัยและหน่วยกู้ภัยเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ต่างๆ โดยระยะแรกต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยประชาชนก่อน ผ่านการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนก”
ข้อมูลแม่น ตัดสินใจเร็ว “หัวใจสำคัญ”
ช่วงนั้นใช้การบริหารจัดการโดยมอบผู้ช่วย ผอ.เขต และหัวหน้าฝ่าย ทั้งหน้างานรับเรื่องเดือดร้อน ค่าเสียหาย และงานปกติ ถือเป็นการบริหารในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนและต้องจัดการหลายมิติ เป็น “ภัยพิบัติใหญ่” ในพื้นที่ และความสูญเสียร้ายแรง
ขั้นตอน 2 ส่วนหลักในเวลาเดียวกันช่วงนั้นคือ ส่วนที่ 1 จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของเขตจตุจักร กรณีเกิดแผ่นดินไหวที่อาคาร สตง. ถนนกำแพงเพชร ในฐานะผู้บริหารจัดการภาพรวม โดยโครงสร้างและองค์ประกอบหลักต้องเป็น “หัวใจ” สำคัญ ศูนย์บัญชาการเหตุประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนอำนวยการ ส่วนปฏิบัติการ และส่วนสนับสนุน
ส่วนที่ 2 เปิดศูนย์รับคำร้องให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจัดตั้งที่เขต ในฐานะผอ.เขต ต้องควบคุมวางแผนและมอบหมายภารกิจ ประเมินสถานการณ์ แก้ไขปัญหา และบริหารจัดการภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนทั้งกระบวนการ โดยเขตจตุจักรเป็นพื้นที่ที่มีอาคารบ้านเรือนได้รับผลกระทบ และมีผู้ยื่นขอรับความช่วยเหลือมากที่สุดกว่า 6,000 ราย ขณะเดียวกันได้จัดศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยเป็นจุดประสานงานกลาง เพื่อสื่อสารข้อมูลกับญาติ ลดความสับสนและตื่นตระหนก
“หัวใจสำคัญคือ การบูรณาการทุกหน่วยงานการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน และการตัดสินใจที่รวดเร็วบนข้อมูลที่ถูกต้อง”
แชร์ประสบการณ์รับมือภัยพิบัติใหญ่
สิ่งสำคัญที่สุดที่เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือ ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทุกหน่วยงานควรมีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจน มีการซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ และต้องรู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ตามโครงสร้างศูนย์บัญชาการเหตุ หากในพื้นที่ผอ.เขตเป็นผู้บัญชาการเหตุ สิ่งที่จะต้องทำคือต้องเป็นศูนย์กลางทั้งข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงสรรพกำลัง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาต้องผ่านเราก่อน ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการเองได้
อีกประเด็นคือ การสื่อสารต้องรวดเร็ว ตรงไปตรงมา เป็นเอกภาพ ประชาชนจะได้ไม่ตื่นตระหนก สร้างความเชื่อมั่น ว่าส่วนราชการลงไปดูแลให้ และสุดท้ายคือ ภาวะผู้นำในภาวะวิกฤติ ผู้บริหารต้องตัดสินใจได้เด็ดขาดและต้องรับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญรอบด้านควบคู่กัน เพราะทุกเช้าต้องประเมินสถานการณ์ ว่าวันก่อนทำอะไรไปบ้าง หน่วยงานใดต้องการอะไร โดยเฉพาะต้องสนับสนุนให้ส่วนปฏิบัติ เช่น น้ำมันไม่พอ อุปกรณ์เครื่องมือไม่มี ก็ต้องดำเนินการจัดหา
ทั้งนี้ สะท้อนจากเหตุการณ์ทำให้เห็นอุปสรรคหลักอย่างข้อจำกัดเรื่องข้อมูลแบบ Real time ที่ไม่ทราบว่าจำนวนผู้เสียชีวิต และขาดเรื่องอุปกรณ์ เครื่องมือใดบ้าง ใครจะเข้าไปได้บ้าง ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการประสานงาน พร้อมเห็นควรเพิ่มการอบรม และซ้อมแผนใน “ระดับเขต” ให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจเมื่อเกิดเหตุจริง
“เพราะสถานการณ์จริงกับสถานการณ์ที่เป็นทางทฤษฎีแตกต่างกัน จึงต้องให้ความรู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง สุดท้ายการสร้างความรู้ความเข้าใจประชาชน เพื่อให้รับมือเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญ”
ไม่ลืมเลือน รำลึก 1 ปี
ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย เหตุการณ์ผ่านไปแล้วแต่คิดว่ายังอยู่ในความทรงจำ และไม่มีใครลืมเลือน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ สื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติงานเต็มกำลัง โดยเฉพาะผู้บริหารทุกระดับ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุทำคนเดียวไม่ได้ อย่างน้อยมีปลัดกทม. รองปลัดกทม. รวมถึงผู้ว่าฯ กทม. และรองผู้ว่าฯ และทุกส่วนเข้ามาสนับสนุน
ทั้งนี้ ทิ้งท้ายฝากไปยังประชาชนการเตรียมตัวและการมีสติที่ดีในภาวะวิกฤติเป็นสิ่งสำคัญมาก เราทุกคนมีส่วนร่วมในการลดตวามสูญเสียได้ต้องตระหนักอย่าตระหนก แต่ก็คาดหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม.
ทีมงานอาชญากรรม รายงาน