โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดใจ ‘ผู้บัญชาการเหตุ’ย้อนเล่า สตง.ถล่ม ‘รำลึก 1 ปี’ไม่ลืมเลือน

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มีนาคม 2569 เวลา 18.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“โกลาหล” เพราะไม่มีใครคาดคิด เหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 จะทำให้อาคารขนาดใหญ่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มราบคาบ ท่ามกลางการซ้อมเผชิญเหตุร้าย เหตุรุนแรง หรือเหตุใหญ่ แต่ในระดับนี้คงเป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่จะเกิดขึ้น

ใกล้รำลึก 1 ปี เหตุสลด “ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสย้อนภาพเหตุการณ์ กับหนึ่งบุคคลสำคัญในฐานะที่ "จุดเกิดเหตุ" อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผอ.เขตจตุจักร กับบทบาทผอ.ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ ขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.เขตบางขุนเทียน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึก

นาทีรับรู้แรงสั่นไหว

ช่วงเวลาเกิดแผ่นดินไหว ตอนนั้นเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นเป็นวงกว้างทั่วพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่สำนักงานเขตที่ตนกำลังไปประชุม รู้สึกว่ามีอะไรโยก จึงเดินออกไปดูจนเห็นว่าคนอื่นวิ่งลงมาหมดแล้ว ก่อนสักพักจะปรากฏข่าวมีอาคารถล่ม “สิ่งแรก” ที่ทำคือการลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมมอบหมายผู้ช่วย ผอ.เขต ให้อยู่ที่เขต เพื่อดูสถานการณ์อื่น หากประชาชนเข้ามาแจ้ง

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ได้บริหารจัดการ “พื้นที่สาธารณภัย” โดยจัดตั้งกองอำนวยการก่อนควบคุมพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเข้ามา มีการรวบรวมข้อมูลผลพวงขนาดพื้นที่ และประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประเมินสถานการณ์รายงานผู้บังคับบัญชาทราบเป็นระยะ โดยช่วงแรกประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ระดับ 2 มีผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บัญชาการเหตุ ต่อมาวันที่ 1 เม.ย.ได้ประกาศลดระดับลงมาเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ระดับ 1 มีผอ.เขตพื้นที่เป็นผู้บัญชาการเหตุ

“ขณะนั้นตนในฐานะผอ.เขตจตุจักร ก็เป็นผู้บัญชาการเหตุตามตำแหน่ง พร้อมสั่งการทุกฝ่ายลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ ชุมชนต่าง ๆ ประสานหน่วยงานด้านสาธารณภัยและหน่วยกู้ภัยเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ต่างๆ โดยระยะแรกต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยประชาชนก่อน ผ่านการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนก”

ข้อมูลแม่น ตัดสินใจเร็วหัวใจสำคัญ”

ช่วงนั้นใช้การบริหารจัดการโดยมอบผู้ช่วย ผอ.เขต และหัวหน้าฝ่าย ทั้งหน้างานรับเรื่องเดือดร้อน ค่าเสียหาย และงานปกติ ถือเป็นการบริหารในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนและต้องจัดการหลายมิติ เป็น “ภัยพิบัติใหญ่” ในพื้นที่ และความสูญเสียร้ายแรง

ขั้นตอน 2 ส่วนหลักในเวลาเดียวกันช่วงนั้นคือ ส่วนที่ 1 จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของเขตจตุจักร กรณีเกิดแผ่นดินไหวที่อาคาร สตง. ถนนกำแพงเพชร ในฐานะผู้บริหารจัดการภาพรวม โดยโครงสร้างและองค์ประกอบหลักต้องเป็น “หัวใจ” สำคัญ ศูนย์บัญชาการเหตุประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนอำนวยการ ส่วนปฏิบัติการ และส่วนสนับสนุน

ส่วนที่ 2 เปิดศูนย์รับคำร้องให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจัดตั้งที่เขต ในฐานะผอ.เขต ต้องควบคุมวางแผนและมอบหมายภารกิจ ประเมินสถานการณ์ แก้ไขปัญหา และบริหารจัดการภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนทั้งกระบวนการ โดยเขตจตุจักรเป็นพื้นที่ที่มีอาคารบ้านเรือนได้รับผลกระทบ และมีผู้ยื่นขอรับความช่วยเหลือมากที่สุดกว่า 6,000 ราย ขณะเดียวกันได้จัดศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยเป็นจุดประสานงานกลาง เพื่อสื่อสารข้อมูลกับญาติ ลดความสับสนและตื่นตระหนก

“หัวใจสำคัญคือ การบูรณาการทุกหน่วยงานการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน และการตัดสินใจที่รวดเร็วบนข้อมูลที่ถูกต้อง”

แชร์ประสบการณ์รับมือภัยพิบัติใหญ่

สิ่งสำคัญที่สุดที่เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือ ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทุกหน่วยงานควรมีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจน มีการซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ และต้องรู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ตามโครงสร้างศูนย์บัญชาการเหตุ หากในพื้นที่ผอ.เขตเป็นผู้บัญชาการเหตุ สิ่งที่จะต้องทำคือต้องเป็นศูนย์กลางทั้งข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงสรรพกำลัง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาต้องผ่านเราก่อน ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการเองได้

อีกประเด็นคือ การสื่อสารต้องรวดเร็ว ตรงไปตรงมา เป็นเอกภาพ ประชาชนจะได้ไม่ตื่นตระหนก สร้างความเชื่อมั่น ว่าส่วนราชการลงไปดูแลให้ และสุดท้ายคือ ภาวะผู้นำในภาวะวิกฤติ ผู้บริหารต้องตัดสินใจได้เด็ดขาดและต้องรับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญรอบด้านควบคู่กัน เพราะทุกเช้าต้องประเมินสถานการณ์ ว่าวันก่อนทำอะไรไปบ้าง หน่วยงานใดต้องการอะไร โดยเฉพาะต้องสนับสนุนให้ส่วนปฏิบัติ เช่น น้ำมันไม่พอ อุปกรณ์เครื่องมือไม่มี ก็ต้องดำเนินการจัดหา

ทั้งนี้ สะท้อนจากเหตุการณ์ทำให้เห็นอุปสรรคหลักอย่างข้อจำกัดเรื่องข้อมูลแบบ Real time ที่ไม่ทราบว่าจำนวนผู้เสียชีวิต และขาดเรื่องอุปกรณ์ เครื่องมือใดบ้าง ใครจะเข้าไปได้บ้าง ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการประสานงาน พร้อมเห็นควรเพิ่มการอบรม และซ้อมแผนใน “ระดับเขต” ให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจเมื่อเกิดเหตุจริง

“เพราะสถานการณ์จริงกับสถานการณ์ที่เป็นทางทฤษฎีแตกต่างกัน จึงต้องให้ความรู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง สุดท้ายการสร้างความรู้ความเข้าใจประชาชน เพื่อให้รับมือเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญ”

ไม่ลืมเลือน รำลึก 1 ปี

ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย เหตุการณ์ผ่านไปแล้วแต่คิดว่ายังอยู่ในความทรงจำ และไม่มีใครลืมเลือน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ สื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติงานเต็มกำลัง โดยเฉพาะผู้บริหารทุกระดับ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุทำคนเดียวไม่ได้ อย่างน้อยมีปลัดกทม. รองปลัดกทม. รวมถึงผู้ว่าฯ กทม. และรองผู้ว่าฯ และทุกส่วนเข้ามาสนับสนุน

ทั้งนี้ ทิ้งท้ายฝากไปยังประชาชนการเตรียมตัวและการมีสติที่ดีในภาวะวิกฤติเป็นสิ่งสำคัญมาก เราทุกคนมีส่วนร่วมในการลดตวามสูญเสียได้ต้องตระหนักอย่าตระหนก แต่ก็คาดหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม.

ทีมงานอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...