โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เสี่ยหนู’ สวนแรง! เขมรเลิกมโน-ไทยไม่เปิดด่าน แฉแผนสกปรก AI ปลอมเสียงนายกฯ หวังผลการเมือง

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
“เสี่ยหนู” ฉุนเขมรสร้างคลิปเสียงนายกฯ ไทยขอเปิดด่าน อัดวิธีการไม่เข้าท่ามากขึ้นทุกวัน ยันนั่นเป็นเอไอ ไม่มีเปิดด่านแน่นอน เขมรผิดหวังที่ยกเลิก MOU44 ก็เรื่องของเขา ไทยไม่ได้เดือดร้อน ส่วนเรื่องกำแพงชายแดนให้ไปถามกองทัพ รัฐบาลอนุมัติงบไปแล้ว “ฮุน เซน” โพสต์ต้านกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ตาควาย อ้างอยู่ในพื้นที่เขมร

ปัญหาไทย-เขมร เริ่มร้อนขึ้นหลังการยกเลิก MOU44 วันที่ 13 พ.ค. ‘นายกฯ หนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชา เผยแพร่คลิปเสียงทางโซเชียลมีเดียในลักษณะว่านายกฯ ไทยจะเปิดด่าน ว่า “อันนั้นเป็นเอไอชัด ๆ อยู่แล้ว ผมพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อ เหตุใดวิธีการจึงเริ่มไม่เข้าท่ามากขึ้นทุกวัน ไม่เคยพูด ยืนยันไม่มีเปิดด่านแน่นอน

การยกเลิก MOU44 ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายยกเลิกโดยไม่ต้องขอความตกลงหรือต้องไปรายงานใคร กัมพูชาแสดงความผิดหวัง แต่นั่นก็เป็นท่าทีของกัมพูชา ฝ่ายไทยใช้กระบวนการตาม UNCLOS และจะเจรจาในรูปแบบไหน ก็ยังไม่ได้ตั้งรูปแบบขึ้นมา เพราะประเทศไทยไม่ได้เดือดร้อนอะไร”

นายกฯ หนู กล่าวถึงความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมหลังเข้าไปหาของป่าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คาดว่าจะขึ้นศาลกัมพูชาในวันนี้ ว่า หวังว่าถ้าคนของเราไม่ได้ไปกระทำผิดกฎหมายของเขา ส่วนที่คุยกันได้ก็คุยกัน เรื่องของรัฐบาลกับรัฐบาลที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน

“ส่วนเรื่องกำแพงชายแดนไม่ต้องถามรัฐบาล กองทัพได้รับการจัดสรรและตั้งงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้เห็นชอบและอนุมัติไปแล้ว ดังนั้นขั้นตอนการก่อสร้าง และรูปแบบต้องไปถามกองทัพ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีหน่วยงานความมั่นคงรับผิดชอบ บางที่เป็นของกองทัพบก ของกองทัพเรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด”

ฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา โพสต์ประกาศกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชา ประท้วงกรมศิลปากรของไทย ขึ้นทะเบียนโบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา นั้น โบราณสถานเหล่านี้ตั้งอยู่ในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา การกระทำฝ่ายเดียวดังกล่าวของไทยผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมาย ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงอธิปไตยเหนือดินแดนหรือเป็นกลไกในการกำหนดเขตแดนได้ การจดทะเบียนของไทยเป็นการพยายามสร้างสถานะทางกฎหมายเทียมขึ้นมาโดยมิชอบ เหนือแหล่งโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา ขณะเดียวกันก็บ่อนทำลายจิตวิญญาณของการเจรจาอย่างสันติและความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยถอนการขึ้นทะเบียนโดยทันที

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์บริเวณช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ว่า ได้ลงไปดูพื้นที่ที่เป็นช่องว่าง เนื่องจากได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าทหารกัมพูชาอาจใช้ลักลอบเข้ามาตามช่องทางนี้ ได้พูดคุยกับกองกำลังว่าจะมีการปรับกำลังในการคุมพื้นที่ หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวกับเซ็นเซอร์ หรือ โดรน ที่ใช้ในการลาดตระเวน ผู้บัญชาการกองกำลังในพื้นที่ได้เข้าไปพูดคุยกับทหารกัมพูชาแล้วว่าให้ระมัดระวัง อย่ากระทำการอะไรก็แล้วแต่ที่กระทบกับคนไทย

จากกรณีที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยืนยันให้สภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อ ซึ่งจะครบกำหนดยืนยันกฎหมายวันที่ 14 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า กระบวนการทุกอย่างต้องเริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกกับรัฐบาล เพราะเรื่องดังกล่าวดำเนินการโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำพร้อมกับวันเลือกตั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเริ่มที่รัฐสภาชุดปัจจุบัน ไม่ใช่ไปผูกกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอในรัฐสภาชุดที่แล้ว การเริ่มกระบวนการใหม่เป็นหน้าที่ของรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายกฯ ลงพื้นที่ เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต พร้อมคณะ ติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ ที่หาดฟรีด้อม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เวลา 13.48 น. คณะของนายกฯ เดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด ดูการสร้างพูลวิลล่าผิดกฎหมาย

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงข่าว ครม.อนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. เราเพิ่งแต่งตั้งรองโฆษก จากพรรคร่วมรัฐบาล (ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) อยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ตนได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของเขาดูอยู่แล้ว ขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

“ไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจใช่หรือไม่ เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก วันที่ 12 พ.ค. รองโฆษกคงแถลงสั้น และสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยไม่ต้องขอใบอนุญาต ต้องยืนยันว่าไม่ใช่ ต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ไม่ต้องไปกระทรวงพาณิชย์ เราลดความซ้ำซ้อนเป็นวันสต็อปเซอร์วิส”

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วย ชุดเฉพาะกิจ ตร. และ ศปชก. (ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) บก.สส.บช.น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรกระบี่ ตรวจคนเข้าเมือง กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเกาะพะงัน รวม 266 นาย กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ตามแผนปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน เพื่อตรวจค้นเครือข่ายต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ตรวจค้นเป้าหมายสำคัญบนพื้นที่เกาะพะงัน จำนวน 14 จุด

การตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานทนายความที่ถือเป็นต้นน้ำ 6 แห่ง พบบริษัทที่มีความเกี่ยวข้อง รวม 483 บริษัท พบว่าเข้าข่ายต้องสงสัยเป็นนอมินี และพบพิรุธเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งถือเป็นนิติบุคคลปลายน้ำ จำนวน 27 แห่ง จึงยึดโฉนด 37 แปลง นำที่ดินคืนกลับมาตรวจสอบความถูกต้องได้ จำนวน 51 ไร่ 2 งาน มูลค่ารวม 150 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย เป็นชาวไทยทั้ง 3 ราย ในข้อหาช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

กรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม ไม่ให้ไปทำงานภาคเกษตร/ภาคประมงตามฤดูกาล เป็นระยะเวลา 1 ปีระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 เนื่องจากมีแรงงานบางส่วนที่หลบหนีนายจ้าง ‘รมต.หนิม’ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ไทยต้องมีมาตรการป้องกันผีน้อย แต่จะให้วางหลักประกันหรืออะไรต่างๆ ก่อนเดินทางเพื่อเป็นการป้องกันการหลบหนีนั้นทำได้ยาก เราไม่อยากออกมาตรการที่กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายกับแรงงานไทย หรือถ้าจะให้ปรับ พอหนีไปแล้วจะไปปรับใคร ประเทศไทยเสียหายไปแล้ว กว่าจะเจรจาหาแรงงานส่งออกได้แต่ละตำแหน่งไม่ใช่เรื่องง่าย

“ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งหาข้อมูลพร้อมทั้งเชิญสถานทูตเกาหลีในประเทศไทย มาร่วมหารือในประเด็นดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในสัปดาห์นี้ โดยในสาระเตรียมเจรจาขอผ่อนผัน มากกว่าการขอแก้ไข MOU ทั้งฉบับ เนื่องจากไทยไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก ปัญหาสำคัญคือระบบแรงงานของเกาหลีใต้มีความซับซ้อน หากแรงงานหมดสัญญาจ้างจะต้องกลับประเทศต้นทางก่อน แล้วค่อยสมัครกลับเข้าไปทำงานที่เกาหลีใต้รอบใหม่ ซึ่งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้อยู่กับนายจ้างรายเดิม ทำให้แรงงานจำนวนมากเลือกอยู่ต่อแบบผิดกฎหมาย เพราะพอใจกับงานและนายจ้างคนเดิม”

นายกฯ หนู กล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ ประกาศขึ้นบัญชีดำแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ หากมีการเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกแบน เช่นเดียวกับผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็ต้องถูกแบนเช่นกัน เมื่อถามว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า "ไม่ช่วยครับ ช่วยไม่ได้ครับ เพราะคุณทำผิดกฎหมายเอง แต่ถ้าหากคุณทำถูกกฎหมาย แล้วถูกกลั่นแกล้ง รัฐบาลจะเข้าไปปกป้องอย่างเต็มที่"

“อย่าเพิ่งไปฟังคนนั้นคนนี้พูดว่า จากนี้คนไทยจะเข้าไปท่องเที่ยวเกาหลีลำบาก เกาหลีเองก็ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวจากคนไทย เราถือเป็นคู่ค้าสำคัญของเขา หากมีปัญหาใดๆ ผมจะไปชี้แจงกับทางรัฐบาลเกาหลีใต้ เรารู้จักกันดี”.

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...