‘ทวี‘ ชี้คดียิง สส.กมลศักดิ์ ยังมีพยานหลักฐานสำคัญไม่ครบ หวั่นคดีไปไม่สุด
‘ทวี‘ ชี้คดียิง สส.กมลศักดิ์ ยังมีพยานหลักฐานสำคัญไม่ครบ หวั่นคดีไปไม่สุด ย้ำต้องตามความจริงให้ถึงที่สุด ด้าน กมลศักดิ์’ คาใจปมพยานหลักฐานสำคัญข้อมูลสื่อสารทางโทรศัพท์ เชื่อลอบสังหารทำกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่ - ใช้จ้างวานเป็นทอด ๆ ลั่นต้องสาวถึงผู้บงการ พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัวผู้ต้องหา
วันนี้ (5 พ.ค. 69) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 และ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ให้สัมภาษณ์หลังจากตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา น.อ.มนตรี โตประเสริฐ และ น.ต.เดโช รัตนพันธุ์ ในข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ในคดียิง สส.กมลศักดิ์
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ก่อนอื่นขอให้กำลังใจพนักงานสอบสวน เพราะทราบดีว่าการทำคดีลักษณะนี้ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ โดยก่อนเดินทางมาวันนี้ ทางพรรคประชาชาติได้มีการประชุมคณะติดตามคดี และแต่งตั้งทีมติดตามขึ้นมาทั้งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อดีตผู้การฯ นราธิวาส รวมถึงทีมทนายความเข้ามาร่วมติดตามคดี ซึ่งทั้ง 2 คณะยังมีความกังวลเกี่ยวกับพยานหลักฐานบางส่วน โดยมองว่ายังมีข้อมูลสำคัญที่ควรดำเนินการเพิ่มเติม และได้มีการร้องขอความเป็นธรรมไว้แล้ว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า หลังจากนี้เข้าใจว่ามีการตั้งพนักงานสอบสวนระดับกองบัญชาการเข้ามาร่วมทำคดี ทำให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นคณะทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการให้ความเป็นธรรมทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้เสียหาย โดยเฉพาะการหาพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพราะคดีลักษณะการใช้หรือจ้างวานฆ่าเป็นเรื่องเร้นลับระหว่างผู้ใช้กับผู้ถูกใช้ ซึ่งมักไม่ปรากฏหลักฐานตรงไปตรงมา พร้อมระบุว่า จากการพูดคุยกับญาติผู้ต้องหา ทนายความ หรือผู้ที่เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องหา พบว่าผู้ต้องหาบางส่วนมีความกังวลว่าตนเองอาจถูกใช้ และยังมีบุคคลที่ใหญ่กว่านี้อยู่เบื้องหลัง
ด้านนายกมลศักดิ์กล่าวว่า ในชั้นแจ้งความ ตนได้แจ้งข้อกล่าวหาไว้ทั้งในประเด็นใช้ จ้างวาน ตัวการร่วมในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงสนับสนุน โดยข้อมูลทั้งหมดได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้ครบถ้วนแล้ว เข้าใจว่าการแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวนเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน แต่ดุลพินิจดังกล่าวต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งส่วนตัวยังเชื่อว่าพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงไปถึงการเป็นตัวการร่วม หรือผู้ใช้จ้างวานได้
เมื่อถูกถามถึงพยานหลักฐานด้านการใช้โทรศัพท์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน นายกมลศักดิ์กล่าวว่า ตนและผู้เสียหายรวม 3 คน ได้มอบหมายให้ทนายความติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมองว่าหลักฐานสำคัญที่สุดคือการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ต้องหา โดยทราบข้อมูลทางเทคนิคว่าหากล่าช้า บริษัทผู้ให้บริการอาจลบข้อมูลโดยอัตโนมัติ แต่จากการติดตามในฐานะผู้เสียหาย ยังไม่เห็นความชัดเจนเรื่องการออกหนังสือเรียกข้อมูลจากผู้ให้บริการ รวมถึงยังไม่พบว่ามีการสอบพยานในประเด็นดังกล่าว ทำให้ทีมงานรู้สึกคาใจ
นายกมลศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่ประเด็นเรื่องจะยกฟ้องหรือไม่ยกฟ้อง แต่สิ่งที่ตนพยายามชี้ให้เห็นคือการลอบสังหารครั้งนี้มีลักษณะทำกันเป็นขบวนการ เป็นขั้นเป็นตอน และขณะนี้กำลังพยายามขยายผลไปอีก 2-3 ขั้น เพื่อไปให้ถึงผู้บงการ แต่มีความรู้สึกว่าเหมือนไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้น
พ.ต.อ.ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อพูดคุยว่าระหว่างทางการทำคดีไปติดขัดกับอะไรหรือไม่ พร้อมระบุว่าทางพรรคเองอยากให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทำหน้าที่ให้สุด รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนที่สุด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การลอบสังหารนายกมลศักดิ์ แต่ยังมีประเด็นที่อาจเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งหากมีส่วนเกี่ยวข้องจริง จะสร้างความเสียหายต่อรัฐอย่างมาก จึงจำเป็นต้องทำความจริงให้ปรากฏ
นายกมลศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า วันนี้ได้มอบหมายให้ทีมทนายความยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยเข้าใจว่าช่วงเย็นวันนี้จะทราบผล ขณะที่พนักงานสอบสวนก็ได้คัดค้านการประกันตัวเช่นกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่
เมื่อถูกถามว่าหลังคดีเข้าสู่ชั้นฝากขังแล้ว รู้สึกเบาใจขึ้นหรือไม่ นายกมลศักดิ์ตอบว่า “ไม่เบาเลยครับ”
นายกมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้เสียหายในคดีนี้ไม่ใช่มีเพียงตนคนเดียว แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับดาบตำรวจ และคนขับรถที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส กระสุนยังฝังอยู่ในร่างกาย สูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง และสภาพร่างกายกับสมองยังไม่กลับมาเป็นปกติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมองผู้เสียหายคนอื่นด้วย และขอให้การทำคดีเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา