ขุดฉายใหม่! หนังเก่า 30 ปี ฝันใหญ่รัฐบาลอนุทิน ปลุกผีแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้าน
หลังถูกพับเก็บทิ้งไว้นานจนฝุ่นเกาะ วันนี้ "แลนด์บริดจ์" (Land Bridge) ถูกปลุกขึ้นมาอาละวาดบนหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ตัดสินใจหยิบหนังม้วนเก่าอายุ 30 ปีมาขุดฉายใหม่ พร้อมเดิมพันมูลค่ามหาศาลกว่า 1 ล้านล้านบาท ท่ามกลางสายตาชาวโลกที่จับจ้องว่า… รอบนี้จะเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ทำกำไรจริง หรือเป็นเพียงหนังฉายซ้ำที่ไม่มีใครยอมซื้อตั๋วดู?
-เปิดพล็อตเรื่อง: โปรเจกต์เชื่อมโลก หรือแค่โฆษณาชวนเชื่อ?
พล็อตเรื่องของแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนองยังคงคอนเซปต์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือการสร้าง"สะพานเศรษฐกิจ" เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ที่จะทำให้เรือสินค้าไม่ต้องไปง้อ "ช่องแคบมะละกา" รัฐบาลวาดฝันว่านี่คือทางลัดที่จะย่อโลกโลจิสติกส์ให้สั้นลงได้ถึง 5 วัน และเปลี่ยนภาคใต้ของไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค
แต่คำถามที่ดังกว่าความฝันคือ ทำไมหนังม้วนนี้ถึง "ฉายไม่จบ" มาตลอด 3 ทศวรรษ? คำตอบซ่อนอยู่ในจุดตายสำคัญที่ชื่อว่า "ความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์" นักวิชาการด้านขนส่งและหน่วยงานอิสระอย่างสภาพัฒน์ (สศช.) มักจะตั้งคำถามมาทุกยุคสมัยว่า ในเมื่อเรือคอนเทนเนอร์ยุคใหม่เน้นความประหยัดต่อขนาด การต้องมาเสียเวลายกตู้สินค้าขึ้นจากเรือเพื่อลงรางรถไฟที่ระนอง และต้องมายกจากรางลงเรืออีกครั้งที่ชุมพร (Double Handling) มันจะคุ้มค่าจริงหรือ? เมื่อเทียบกับต้นทุนน้ำมันและการเสียเวลาที่ท่าเรือ ซึ่งอาจทำให้ "ทางลัด" กลายเป็น "ทางอ้อม" ในเชิงต้นทุนธุรกิจ
-ปลุกผีรอบนี้… มีอะไรใหม่ในมือ ‘อนุทิน’?
การกลับมาฉายใหม่ครั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มาแค่ตัวเปล่า แต่พยายาม "รีแบรนด์" ใหม่ด้วยการเติมองค์ประกอบที่หวังจะปิดจุดอ่อนในอดีตอย่างเป็นระบบ:
1.อาวุธหนัก "พ.ร.บ. SEC": รอบนี้รัฐบาลไม่ได้ขายแค่ท่าเรือ แต่ขาย "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" หรือ Southern Economic Corridor (SEC) ที่จะถูกดันด้วยกฎหมายเฉพาะตัว เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) เข้ามาตั้งฐานผลิตในพื้นที่ เป้าหมายคือการเปลี่ยนภาคใต้ให้เป็นมากกว่าจุดผ่านสินค้า แต่เป็นแหล่งผลิตสินค้ามูลค่าสูงเพื่อให้เรือสินค้า "ต้องแวะ" โดยไม่ต้องง้อแค่การขนส่งผ่านทางเพียงอย่างเดียว
2.การดึง "ตัวพ่อ" มาร่วมอำนวยการสร้าง: การแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาที่มีชื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง นั่งแท่นประธาน พร้อมดึงตัวแทนจากสภาพัฒน์เข้ามาทำงานร่วมกันตั้งแต่นับหนึ่ง คือกลยุทธ์ "ประสานรอยร้าว" ทางนโยบาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะกระทรวงหนึ่งดันแต่อีกหน่วยงานหนึ่งตีตกเหมือนในอดีต เป็นการมัดมือชกให้ทุกหน่วยงานต้อง "หาจุดร่วม" ให้เจอภายในเส้นตาย 90 วัน
3.ขาย "ความมั่นคง" ในวันที่โลกเดือด: ในวันที่ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจในทะเลจีนใต้พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลไทยฉลาดพอที่จะหยิบยื่นแลนด์บริดจ์ในฐานะ "ทางออกสำรองยุทธศาสตร์" (Strategic Alternative) ให้กับนักลงทุนโลก เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือหลักเพียงเส้นทางเดียว ซึ่งนี่คือจุดขายที่แตกต่างจากการศึกษาเมื่อ 20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง
-เสียงสะท้อนจากคนดู: ระหว่าง "ทางรอด" กับ "ราคาสูงลิ่ว"
ในขณะที่รัฐบาลพยายามป่าวประกาศว่านี่คือ "เครื่องยนต์ตัวใหม่" ที่จะดัน GDP ไทยให้พุ่งทะยานและสร้างงานกว่า 2.8 แสนตำแหน่ง แต่ฝั่ง "ผู้ชม" ในพื้นที่และกลุ่มนักอนุรักษ์กลับมองเห็นหนังคนละม้วน พวกเขาตั้งคำถามถึงวิถีชีวิตที่ต้องแลกมาด้วยความเจริญที่อาจไม่ได้เป็นของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
จังหวัดระนองและชุมพรคือแหล่งเกษตรกรรมมูลค่าสูง โดยเฉพาะ "ทุเรียน" ที่สร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่หาไม่ได้จากที่อื่น การเวนคืนที่ดินร่วม 3 แสนไร่ และการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเล จะคุ้มค่าจริงหรือไม่กับสิ่งที่ได้รับกลับมา?
ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นเรื่อง"อธิปไตยทางเศรษฐกิจ" ยังเป็นเงาตามตัว จากแผนการให้ต่างชาติเข้ามาบริหารและเช่าพื้นที่สัมปทานระยะยาว 50-99 ปี จนมีเสียงครหาว่า… เรากำลังสร้างความเจริญให้คนไทย หรือกำลังยกที่ดินยุทธศาสตร์ให้ต่างชาติเข้ามาตักตวงผลประโยชน์กันแน่?
-ฉากจบที่ไทยต้องลุ้นจนตัวโก่ง
"แลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้าน" ในเวอร์ชันรัฐบาลอนุทิน คือการเดิมพันครั้งมโหฬารที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย หากรัฐบาลสามารถพิสูจน์ความโปร่งใส ปรับปรุงผลการศึกษาให้สอดรับกับความเป็นจริงของโลกธุรกิจ และที่สำคัญคือ "ซื้อใจ" คนในพื้นที่ได้สำเร็จ หนังเรื่องนี้อาจจะกลายเป็น "Blockbuster" ที่เปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยไปตลอดกาล
แต่หากผลการศึกษาใน 90 วันนี้ยังเต็มไปด้วยช่องโหว่ หรือยังหาคำตอบที่ชัดเจนเรื่องปริมาณสินค้าที่จะมาใช้บริการไม่ได้ แลนด์บริดจ์ก็เสี่ยงที่จะจบลงด้วยฉากเดิมๆ คือการพับเก็บเข้ากรุไปพร้อมกับงบประมาณมหาศาลที่ละลายไปกับการศึกษาซ้ำซาก และกลายเป็นเพียงอนุสาวรีย์แห่งความฝันที่เป็นจริงได้แค่ในแผ่นกระดาษ
ถึงเวลาที่คนไทยต้องจับตาดูว่า การปลุกผีครั้งนี้จะนำไปสู่ "รุ่งอรุณใหม่" ของเศรษฐกิจไทย หรือเป็นเพียง "ฝันกลางวัน" ที่หยิบหนังเก่ามาขุดฉายใหม่เพียงเพื่อหวังคะแนนนิยมทางการเมืองและผลประโยชน์ระยะสั้นเท่านั้น!
#แลนด์บริดจ์ #Landbridge #รัฐบาลอนุทิน #เมกะโปรเจกต์ #เศรษฐกิจไทย#ชุมพรระนอง #SEC #โลจิสติกส์ไทย #1ล้านล้าน #ยุทธศาสตร์ชาติ#ปลุกผีแลนด์บริดจ์ #หนังม้วนเก่าขุดฉายใหม่ #ทางรอดหรือทางเสี่ยง #siamrathonline