โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทีทีบี จี้หา ‘หัวรถจักรใหม่’ Long Game แก้โครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปิติ ตัณฑเกษม

ท่ามกลางปัจจัยลบที่ถาโถมตั้งแต่ต้นปี ทั้งปัจจัยภายนอกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงครามและสงครามการค้า ขณะที่ปัจจัยภายในก็มีการเลือกตั้ง และอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและธุรกิจไทย ที่ต้องปรับแผนรับมือ เพื่อให้ “รอด” ซึ่งในงานสัมมนา “THE LONG GAME # ธุรกิจฆ่าไม่ตาย” ที่ทาง “ประชาชาติธุรกิจ” จัดขึ้นล่าสุด “ปิติ ตัณฑเกษม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี ได้ขึ้นเวทีนำเสนอหัวข้อ “ทางรอดธุรกิจ และ SME ไทย” ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

หัวรถจักร 6 แบบลาก ศก.ไทย

“ปิติ” กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเหมือน “รถไฟเก่า ๆ รางเก่า ๆ” ที่ต้องการ “หัวรถจักรเศรษฐกิจ” เพราะว่ารูปแบบของเศรษฐกิจที่ดีจะต้องมีตัวขับเคลื่อน อย่างยุคก่อนจะเห็นธุรกิจที่มาจากต่างประเทศ ยุค “Plaza Accord” และก่อให้เกิดธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่เรียกว่า “ซัพพลายเชน” และ “โบกี้” ต่อไป คือ คนไทยที่ออกจากธุรกิจการเกษตร มาอยู่ที่โรงงาน เพื่อมาทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งที่สำคัญมาก คือ ลากวัตถุดิบไทยให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนไปทั้งองคาพยพ

ในอดีตหัวขบวนที่ลากเศรษฐกิจไทยมาตลอด คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีขนาด 9 แสนล้านบาท จ้างงาน 4 แสนราย มีการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม หรืออุตฯก่อสร้าง ที่สร้างผู้รับเหมารายย่อย 1 แสนราย จ้างงานล้านราย เหล่านี้เป็นหัวรถจักรเดิม ๆ

“แต่วันนี้หัวขบวนเรามีลักษณะแบบไหนบ้าง หัวรถจักรกลุ่มแรก คือ แบบ ‘เกื้อกูล’ ซึ่งถ้าดูก่อสร้างภาครัฐ เป็นการเกื้อกูลรูปแบบหนึ่ง เพราะก่อให้เกิดซับคอนแทร็กต์ สร้างถนน สะพาน วิศวกรโยธา ใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศที่สร้างมูลค่า”

ต่อมา “หัวจักรต่างชาติ” อย่างญี่ปุ่น ที่เข้ามาสร้างชิ้นส่วนยานยนต์ เกิดการจ้างงาน คนไทยมีรายได้มากขึ้น เกิดธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่เรียกว่า “ซัพพลายเชน” โดยเชื่อม “โบกี้ิ คือ คนไทยที่ออกจากภาคการเกษตร มาอยู่ที่โรงงาน มาทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ลากวัตถุดิบไทยให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เป็นหัวรถจักรที่ขับเคลื่อนทั้งองคาพยพ

“รายใหญ่กินรวบ” และ “Winner Take All” ไม่ว่าต่างชาติหรือไทย วันนี้ที่เห็นคือ รถจีน แตกต่างจากรถญี่ปุ่น ที่ลากทั้งเชน เกิด “First Tier” และ “Second Tier” จากผู้ประกอบการไทย จึงเกิดเป็นคำถาม รถจีน หากลากเชนจีนหมด ใช้แรงงานน้อย วัตถุดิบไทยถูกสร้างมูลค่าหรือไม่ ถ้านำเข้ามาประกอบในไทย

“หรือธุรกิจเกษตรครบวงจรลงไปถึงเกษตรกรได้มากแค่ไหน หากดู 5 รายใหญ่ สร้างรายได้ 90% สะท้อนหัวรถจักรนี้ค่อนข้างกระจุกตัว มีไม่กี่ราย แต่เป็นขบวนสำคัญ เพราะมีคนไทยในภาคเกษตร 12 ล้านคน หากไม่สามารถลากไปได้ คนไทยจะจนวนอยู่แบบนี้ และระบบเศรษฐกิจจะต้อง Subsidy ไปเรื่อย ๆ รถหัวจักรนี้จะทำอย่างไร ภายใต้วิกฤตพลังงาน พืชพลังงาน จะต้องกลับมาคุยกันใหม่”

ต่อมา “หัวรถจักรเดี่ยว” แทบไม่ได้ลากอะไรตามมาเลย แต่ก็มีประโยชน์ เพราะถ้าไม่มีหัวรถจักร ก็ไม่สามารถลากอะไรได้ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และโทรคมนาคม มองในมิติของการลากเศรษฐกิจทั้งองคาพยพน้อยมาก จ้างงานน้อย และสินค้านำเข้าทั้งหมด

ขณะเดียวกันก็มีหัวจักรขบวนสั้น ๆ “รถไฟเทา” สร้างความปั่นป่วน ดึงผู้ประกอบการต่างชาติ แรงงานสแกมเมอร์ที่ประเทศไม่อยากได้เข้ามา หรือวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการสีเทา เงินผิดกฎหมาย ถ้าเข้ามาเศรษฐกิจไทยจะอยู่อย่างไร

“ระหว่างที่เรากำลังงง รถไฟไทย รถไฟต่างชาติที่จะลากต้องเป็นรูปแบบไหน ตอนนี้เราเจอปัญหาซ้ำคือ หัวรถจักรที่เราไม่อยากได้มาซ้ำเติมขึ้นไปอีก”

คนไทย-SME “หากินข้างราง”

“พอเรามีรถไฟ 6 แบบ หากรถไฟเหล่านี้ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทย ในท้ายที่สุด คนไทยทำอะไร ก็ต้อง “หากินข้างราง”

โดยเมื่อ “หัวรถจักรต่างชาติ” เริ่มอ่อนแรง จะเห็นว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลดลงจากเดิม เคยโตเกือบ 10% ลงมา 4%, 3% และเหลือ 2% ซ้ำร้าย “เอสเอ็มอี” ที่เป็นกระดูกสันหลังเพราะจ้างงานจำนวนมาก เกิดอาการเหมือนถูก “แซนด์วิช” ระหว่างต่างชาติและรายใหญ่ในประเทศ ซึ่งถ้าดูผลประกอบการเอสเอ็มอีย้อนหลัง 3 ปี รายได้ไม่โต กำไรติดลบ จะรอดได้อย่างไร โดยอัตราการรอดตายของเอสเอ็มอีทั่วโลกอยู่ที่ราว 40-50% แต่ของไทยรอดแค่ 20%

ทั้งนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจไทย มีบริษัทขนาดใหญ่แค่ 2% ส่วนอีก 98% เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยบริษัทใหญ่ 2% มีการจ้างงาน 28% แต่อีก 98% จ้างงานถึง 72% แต่ใน 28% สร้างจีดีพีไป 60% ส่วน 72% สร้างจีดีพี 40% คนไทยพึ่งพาท่องเที่ยวและส่งออก ไม่สามารถพึ่งพาการบริโภคในประเทศได้ เพราะธุรกิจไทยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้คนไทย ทำให้พอเกิดอะไรขึ้น จึงไม่มั่นคง

“ภาพที่น่าเป็นห่วงคือ คนไทยอยู่กับการ ‘หากินข้างราง’ เพราะไม่มีหัวรถจักร โดยเฉพาะหลังโควิด-19 คนไทยหากินข้างรางเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยเป็นตัวกลางซื้อมา-ขายไป วันนี้ธุรกิจตัวกลางกำลังถูกขจัด เอสเอ็มอีที่มีจำนวนมาก 2.3 ล้านราย กำลังรอวันถูกดิสรัปต์ กำลังถดถอย เพราะสู้ไม่ได้”

แบงก์ถูกมองเป็นผู้ร้าย

“ปิติ” กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารถูกมองว่าเป็น “ผู้ร้าย” ว่าไม่ปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี แต่จริง ๆ แล้วแบงก์ปล่อยเอสเอ็มอีเยอะมาก จนกระทั่งแบงก์เองบาดเจ็บสาหัส โดยหากดูหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รายใหญ่ทั้งระบบมีไม่ถึง 3% ส่วนเอ็นพีแอลเอสเอ็มอี 8-9%

“ลูกหนี้ที่มีปัญหาส่วนใหญ่คือ เอสเอ็มอี โดยเฉพาะขนาดเล็ก ถ้าดูค่า Risk Cost ค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 10-15% ต่อปี จะต้องคิดดอกเบี้ยเท่าไร เพื่อให้แบงก์มีกำไร อาจจะ 16% เหลือกำไร 1% แต่เอสเอ็มอีจ่ายดอกเบี้ย 16% คงไม่ได้ แปลว่าธนาคารกำลังเทเงินลงไปบนธุรกิจที่กำลังโดน ‘แซนด์วิช’ เราปล่อยให้เอสเอ็มอีถูกแซนด์วิช แข่งขันทั้งในและนอกประเทศ หากปล่อยให้เขาตาย แปลว่าคนไทยตกงาน รายได้ไม่โต เศรษฐกิจยากขึ้น”

ทั้งนี้ ในต่างประเทศจะมีการปกป้องเอสเอ็มอีอย่างเด่นชัด ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน จัดซื้อจัดจ้าง หรือมาตรการจูงใจอื่น ๆ แต่ของไทยทำน้อยไป เพราะว่าเอสเอ็มอีต้องการแต้มต่อ

ดัน 5 อุตสาหกรรมสร้างเติบโต

“ปิติ” กล่าวว่า ที่ผ่านมาคุยกันเยอะในสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าการเปลี่ยนประเทศไทย ควรที่จะมี Long Game หรือโรดแมปยาว ๆ โดยมีการทำเอกสารขึ้นมา เรียกว่า “Reinvent Thailand” มี 3 แกนหลัก คือ เศรษฐกิจ ประชาชน และภาครัฐ

“วันนี้เราไม่สามารถโปรยเงินไปเรื่อย ๆ ต้องเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ยังมีความหวัง 5 อุตสาหกรรม ยานยนต์มี Supply Chain แข็งแรง แต่กำลังเหนื่อยมาก, อุตสาหกรรมเกษตร, Medical and Wellness หมอไทยเก่ง คุณภาพดี แต่ 70% ของยาและเวชภัณฑ์นำเข้า, การท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ และ Retail and Trading เป็นโจทย์ใหญ่ เราผลิตได้ แต่แพลตฟอร์มต่างชาติกิน 20% มูลค่าเศรษฐกิจออกนอกประเทศหมด”

“ปิติ” กล่าวว่า โอกาสที่จะสร้าง “หัวรถจักร” ของเศรษฐกิจไทยขึ้นมาได้ จุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดคือ ภาครัฐ ถัดมาคือ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่ม SET50 และ SET100 ที่สามารถเกื้อกูลกัน

“ท้ายสุด เราต้องกลับมาคิดว่า Thailand จะไปทางไหน จุดขายของประเทศคืออะไร เราจำเป็นต้องเปลี่ยนระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ และสร้างหัวรถจักรใหม่ที่จะพาเศรษฐกิจไทยเดินไปเป็นกลุ่มคณะได้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีทีบี จี้หา ‘หัวรถจักรใหม่’ Long Game แก้โครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...