โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดราม่ากฎใหม่ F1 แฉ “โตโต้ วูล์ฟฟ์” เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง?

WeR NEWS

เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 09.40 น.

อเลฮานโดร อากัก (Alejandro Agag) ผู้ก่อตั้งการแข่งขัน Formula E ซึ่งเป็นรายการรถแข่งไฟฟ้าล้วน 100% ออกมาระบุว่า โตโต้ วูล์ฟฟ์ (Toto Wolff) หัวเรือใหญ่ของทีม Mercedes คือ “แรงขับเคลื่อนสำคัญ” ที่อยู่เบื้องหลังกฎเครื่องยนต์ใหม่ของ F1

กติกาใหม่นี้กำหนดให้ F1 ใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาปในสัดส่วน 50/50 ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักในวงการ โดยนักแข่งหลายราย รวมถึง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน และ แลนโด นอร์ริส ต่างออกมาวิจารณ์กฎใหม่นี้อย่างรุนแรง พร้อมเปรียบเทียบว่า F1 กำลังเหมือน Formula E เข้าไปทุกที

Mexican grand prix 2025

ย้อนกลับไปปี 2022 ทีม Mercedes ตัดสินใจถอนตัวจาก Formula E หลังจบฤดูกาลที่ 8 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยการคว้าแชมป์โลกทั้งประเภททีมและนักแข่ง 2 สมัยติด

อากักเผยว่า การถอนตัวครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนเพื่อนำเทคโนโลยีจาก Formula E ไปใช้ใน F1 ซึ่งกฎใหม่ที่เกิดขึ้นก็ถือว่าใกล้เคียงกับแนวทางรถไฟฟ้ามากที่สุดเท่าที่ F1 เคยมีมา และวูล์ฟฟ์คือบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้

เขายังระบุว่า วูล์ฟฟ์ในฐานะคนที่เคยคลุกคลีกับ Formula E ได้เห็นแนวทางนี้มาก่อน และเป็นคนผลักดันให้เกิดการผสมผสานระหว่าง F1 กับ Formula E จนกลายเป็นรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม อากักมองว่าทิศทางนี้อาจไม่ดีต่อ F1

“ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับ Formula 1 ตัวกีฬานี้ควรกลับไปเน้นการสันดาป เครื่องยนต์ V8 และเสียงคำรามที่เร้าใจมากกว่านี้ แล้วปล่อยให้ Formula E เป็นการแข่งขันไฟฟ้าล้วนต่อไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ F1 กำลังตกอยู่ในสภาวะครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะไปทางไหนก็ไม่สุดสักทาง”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...