โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วุฒิสภาเขย่ารัฐบาล! ยื่นญัตติแก้วิกฤตพลังงาน หวั่น GDP ร่วง 1% ส่งออก-ท่องเที่ยวอ่วม พิษสงครามทำน้ำมันขาดแคลน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาฯ ร้อนระอุ! สว. รัชนีกร ทุบโต๊ะจี้รัฐบาลแสดงจุดยืนปมขัดแย้งตะวันออกกลาง หลังเส้นทางขนส่งน้ำมันอัมพาต กระทบหนักภาคเกษตร-ขนส่งไทย ทำราคาปุ๋ย-อาหารสัตว์พุ่งกระฉูด ด้านภาคท่องเที่ยวอ่วมยกเลิกกว่า 1,000 เที่ยวบิน วอนผู้กำหนดนโยบายต้องโปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนธุรกิจน้ำมัน

วันที่ 23 มี.ค.2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. เสนอญัตติด่วนให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยน.ส.รัชนีกรกล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกหยุดชะงัก เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ในประเทศไทยหลายพื้นที่ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการประชาชน แม้รัฐบาลยืนยันยังไม่เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อจะกระทบประเทศไทยในวงกว้าง เสี่ยงขาดแคลนพลังงานในประเทศ ในด้านเศรษฐกิจคาดว่าจีดีพีไทยจะปรับตัวลดลงอย่างน้อย1% ภาคการส่งออกไปตะวันออกกลางมีมูลค่าความเสียหายกว่า 60,000ล้านบาท รัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางเพิ่มจีพีดีส่วนอื่นชดเชยความสูญเสียดังกล่าว ส่วนภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก มีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,000เที่ยว ปรับเส้นทางบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนตกค้างในหลายพื้นที่ท่องเที่ยว รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนไม่นำประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ขณะที่การบริหารจัดการพลังงาน ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มีส่วนได้เสียกับธุรกิจน้ำมัน แก้ปัญหาอย่างโปร่งใส เป็นธรรม

จากนั้นสว.หลายคนอภิปรายไปแนวทางเดียวกัน เป็นห่วงวิกฤติพลังานในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหลายด้าน โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันที่กำลังสร้างผลกระทบไปภาคการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมันทำการเกษตร มีผลให้ราคาปุ๋ย อาหารสัตว์แพงขึ้น และยังกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคต้องเผชิญราคาสินค้าแพงขึ้น

นายปฏิมา จิระแพทย์ สว. กล่าวว่า วิกฤติพลังงานกระทบราคาสินค้าทุกประเภท เช่น ราคาไข่ไก่สูงขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 22มี.ค. ได้คุยกับผู้บริหารบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ ได้รับแจ้งว่า มาม่ากำลังขึ้นจะราคา มาม่าเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดประชาชน ในฐานะสินค้าราคาถูก ทานแล้วอิ่ม ฝากกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า สินค้าบางประเภท ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บางรายการขึ้น เพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่การขึ้นราคาต้องมีคำอธิบายว่าประกอบด้วยต้นทุนอะไรบ้าง ราคาที่ขึ้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ไม่ใช่ขึ้นจาก 5บาท เพิ่มเป็น 10บาท

"สิ่งที่อยากฝากคือ การประชาสัมพันธ์ใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมมากขึ้น ขณะที่กิจกรรมที่จะทำช่วงต้นเดือนเม.ย. เรื่องปลูกผัก บางคนหัวเราะในช่วง 1ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นคำแนะนำให้ประชาชน ปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2ตัวต่อครัวเรือนและเลี้ยงปลา เป็นทางออกของการดำรงชีวิตระยะยาว หากเกิดวิกฤติรุนแรง"นายปฎิมา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...