โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เริ่ม 1 เม.ย. ญี่ปุ่นคุมเข้มกฎสัมภาระขึ้นเครื่อง ทั้งบินในประเทศและต่างประเทศ

Thaiger

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

สมาคมสายการบินญี่ปุ่นออกแนวปฏิบัติใหม่ คุมขนาดกระเป๋า-สิ่งของส่วนตัว พร้อมกฎห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่อง เน้นลดอุบัติเหตุจากสัมภาระตกใส่ผู้โดยสาร

ใครวางแผนบินไปญี่ปุ่นช่วงเมษายน 2026 ต้องเช็กกฎสัมภาระขึ้นเครื่องใหม่ให้ดี เพราะสมาคมสายการบินญี่ปุ่น (定期航空協会 / Scheduled Airlines Association of Japan) ออกแนวปฏิบัติใหม่เรื่องสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2026 ครอบคลุมทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ

แนวปฏิบัตินี้ออกมาหลังจากสำนักงานการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) สังกัดกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยว (MLIT) ส่งหนังสือขอความร่วมมือเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 ให้สายการบินต่าง ๆ ดำเนินมาตรการเพื่อให้เที่ยวบินออกตรงเวลามากขึ้น

กฎสัมภาระขึ้นเครื่องญี่ปุ่น อะไรเปลี่ยน อะไรเหมือนเดิม

กฎพื้นฐานเรื่องจำนวน ขนาด และน้ำหนักยังเหมือนเดิม คือผู้โดยสารนำสัมภาระขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น ได้แก่ ของใช้ส่วนตัว 1 ชิ้น (เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย) และกระเป๋าสัมภาระ 1 ใบ โดยขนาดและน้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์ของแต่ละสายการบิน ซึ่งโดยทั่วไปคือ 3 ด้านรวมกันไม่เกิน 115 ซม. และน้ำหนักรวม 2 ชิ้นไม่เกิน 10 กก. สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่มี 2 ข้อ ดังนี้

ข้อแรก กระเป๋าถือหรือกระเป๋าสะพายที่ถือเป็น “ของใช้ส่วนตัว” ต้องมีขนาดไม่เกินช่องใต้เบาะนั่งแถวหน้า หากใหญ่เกินไปจะถูกส่งไปโหลดใต้เครื่อง

ข้อสอง กระเป๋าสัมภาระที่นำขึ้นเครื่องต้องเป็นขนาดและน้ำหนักที่ผู้โดยสารยกขึ้นเก็บในช่องเก็บของเหนือศีรษะได้ด้วยตัวเอง

สมาคมสายการบินญี่ปุ่นระบุว่ากฎนี้มีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ ช่วยให้กระบวนการขึ้นเครื่องราบรื่นเพื่อให้เที่ยวบินออกตรงเวลา และลดความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะบาดเจ็บจากสัมภาระตกจากช่องเก็บของเหนือศีรษะ

JAPAN AIRLINES

กฎพาวเวอร์แบงก์ ห้ามใช้บนเครื่อง เริ่มเมษายน 2026

นอกจากกฎสัมภาระแล้ว กระทรวง MLIT ยังเตรียมบังคับใช้กฎใหม่เรื่องพาวเวอร์แบงก์ (โมบายแบตเตอรี่) ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2026 เป็นต้นไป โดยเนื้อหาสำคัญมีดังนี้

ห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จอุปกรณ์ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงก์จากปลั๊กไฟบนเครื่องบิน นำขึ้นเครื่องได้สูงสุด 2 ก้อนต่อคน (ความจุไม่เกิน 160Wh ต่อก้อน) ห้ามโหลดพาวเวอร์แบงก์ใต้เครื่องเด็ดขาด (เหมือนเดิม) ต้องเก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ที่ตัวหรือช่องกระเป๋าหน้าเบาะนั่ง ห้ามเก็บในช่องเก็บของเหนือศีรษะ

กฎนี้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งสั่งการให้ชาติสมาชิกปรับปรุงกฎระเบียบ หลังจากเกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ลุกไหม้บนเครื่องบินหลายครั้งทั่วโลก รวมถึงเหตุเครื่องบินสายการบินแอร์ปูซานลุกไหม้ที่สนามบินคิมแฮ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนมกราคม 2025 ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่ามีพาวเวอร์แบงก์เป็นสาเหตุ

กฎนี้ครอบคลุมทุกเที่ยวบินที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น ทั้งสายการบินญี่ปุ่นและสายการบินต่างชาติ รวมถึงสายการบินราคาประหยัด (LCC)

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่บินไปญี่ปุ่นเดือนเมษายน 2026

ชาร์จมือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เต็มก่อนขึ้นเครื่อง เพราะจะใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จระหว่างบินไม่ได้ หากเครื่องบินมีปลั๊กไฟที่เบาะนั่ง ให้ชาร์จอุปกรณ์จากปลั๊กไฟโดยตรงแทน

ตรวจสอบความจุพาวเวอร์แบงก์ก่อนเดินทาง ต้องมีค่า Wh ระบุชัดเจนบนตัวเครื่อง ไม่เกิน 160Wh ต่อก้อน และนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน

กระเป๋าถือหรือกระเป๋าสะพายต้องวางได้ใต้เบาะนั่งแถวหน้า กระเป๋า Tote ขนาดใหญ่หรือกระเป๋าช้อปปิ้งที่ใส่ของเยอะอาจถูกปฏิเสธไม่ให้ถือขึ้นเครื่อง

กระเป๋าเดินทางแบบ Carry-on ต้องยกขึ้นช่องเก็บของเหนือศีรษะได้เอง หากยกไม่ไหว สายการบินจะส่งไปโหลดใต้เครื่อง

มาถึงเคาน์เตอร์เช็กอินและผ่านจุดตรวจความปลอดภัยตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด สายการบินญี่ปุ่นจะเข้มงวดเรื่องเวลาปิดรับเช็กอินมากขึ้น

หมายเหตุ กฎเรื่องแนวปฏิบัติสัมภาระขึ้นเครื่องจากสมาคมสายการบินญี่ปุ่นมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2026 ส่วนกฎพาวเวอร์แบงก์จากกระทรวง MLIT คาดว่าจะมีผลกลางเดือนเมษายน 2026 ขอแนะนำให้ผู้อ่านตรวจสอบกฎเกณฑ์ล่าสุดกับสายการบินที่ใช้บริการโดยตรงก่อนเดินทาง

อ่านข่าวน่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่นี่

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...