โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ไข่มุกกำพร้า” แห่งอ่าวเปอร์เซีย เปิดโลกเกาะคาร์ก ศูนย์กลางอาณาจักรน้ำมันของอิหร่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
เกาะคาร์กเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ขนาดเพียง 22 ตารางกิโลเมตร ในจังหวัดบูเชฮร์ ถูกชาวอิหร่านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เกาะต้องห้าม” เนื่องจากอยู่ภายใต้การควบคุมทางทหารอย่างเข้มงวดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ผู้ที่จะเข้าไปยังเกาะแห่งนี้ต้องได้รับอนุญาตด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่เบื้องหลังรั้วเหล็กและหอคอยทหาร เกาะแห่งนี้กลับซ่อนภูมิประเทศที่ยังคงบริสุทธิ์ และประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี

◾️◾️◾️

🔴 ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่าน

เกาะคาร์กตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือบูเชฮร์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 55 กิโลเมตร และห่างจากแผ่นดินใหญ่อิหร่านประมาณ 28 กิโลเมตร แม้จะมีความยาวเพียง 8 กิโลเมตร และกว้างราว 4-5 กิโลเมตร แต่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้กลับเป็น “กระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของประเทศ”

เกาะแห่งนี้ แปรรูปและส่งออกน้ำมันถึง 90% ของทั้งประเทศ มีการขนถ่ายน้ำมันราว 950 ล้านบาร์เรลต่อปี รองรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดมหึมาที่มุ่งหน้าไปยังตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีน

น้ำมันจากแหล่งนอกชายฝั่งหลักสามแห่ง ได้แก่ อาบูซาห์ (Aboozar) ฟอรูซาน (Forouzan) และดูรูด (Dorood) จะถูกส่งผ่านเครือข่ายท่อใต้ทะเลเข้าสู่เกาะ ก่อนผ่านกระบวนการแปรรูป จัดเก็บ และส่งออกไปยังตลาดโลก

แม้ต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศมานานหลายปี แต่อิหร่านยังคงขยายโครงสร้างพื้นฐานบนเกาะอย่างต่อเนื่อง

รายงานของ S&P Global Commodity Insights ระบุว่าในปี 2025 อิหร่านได้เพิ่มความจุคลังเก็บน้ำมันบนเกาะอีก 2 ล้านบาร์เรล

ในอดีตท่าเทียบเรือของเกาะเคยมีศักยภาพขนถ่ายน้ำมันได้สูงสุดถึง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ปัจจุบันการส่งออกของประเทศจะอยู่ราว 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

◾️◾️◾️

🔴 เกาะที่เคยถูกแย่งชิงโดยประเทศมหาอำนาจ

ความสำคัญทางทะเลของเกาะคาร์กทำให้มันเป็นเป้าหมายของมหาอำนาจมานานก่อนจะค้นพบน้ำมันในยุคอาณานิคมโปรตุเกสเข้ายึดครองเกาะ ต่อมาบริษัท Dutch East India Company สร้างป้อมปราการบนเกาะในปี 1753 แต่การครอบครองของดัตช์จบลงในปี 1766 เมื่อผู้ปกครองท้องถิ่นโจมตีและขับไล่พวกเขาออกไป

ในศตวรรษที่ 20 พระเจ้าชาห์ เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งปกครองอิหร่านระหว่างปี 1925-1941 ได้เปลี่ยนเกาะแห่งนี้ให้กลายเป็นสถานที่เนรเทศนักโทษการเมือง

จนกระทั่งปี 1958 เกาะคาร์กจึงเริ่มถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันขนาดใหญ่ และในปี 1960 น้ำมันล็อตแรกจากท่าเรือน้ำลึกของเกาะก็ถูกส่งออกสู่ตลาดโลก

◾️◾️◾️

🔴 มรดกอารยธรรมที่ซ่อนอยู่ใต้เงาอุตสาหกรรม

แม้จะเป็นศูนย์กลางพลังงานสมัยใหม่ เกาะคาร์กยังมีมรดกทางโบราณคดีที่ลึกซึ้ง หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ย้อนกลับไปถึงช่วงปลายสหัสวรรษที่สองก่อนคริสตกาล ครอบคลุมยุคเอลาไมต์ อะคีเมนิด ซัสซานิด

สถานที่สำคัญบนเกาะ ได้แก่ ศาลเจ้า Mir Mohammad สร้างในศตวรรษที่ 13, ศาลเจ้า Mir Aram ที่มีหินจารึกสูง 12 เมตร, สุสานโบราณที่รวมหลุมศพของชาว โซโรอัสเตอร์, คริสต์ และยุคซัสซานิด

หนึ่งในโบราณวัตถุสำคัญ คือ จารึกยุคอะคีเมนิดบนหินปะการัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลักฐานโบราณที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงชื่อ “อ่าวเปอร์เซีย”

◾️◾️◾️

🔴 จากสนามรบสู่ศูนย์พลังงานโลก

เกาะคาร์กยังเป็นเป้าหมายสำคัญในช่วงสงครามอิรัก-อิหร่าน ทศวรรษ 1980 ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนัก ก่อนที่รัฐบาลอิหร่านจะบูรณะขึ้นใหม่

ล่าสุด เกาะแห่งนี้กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารบนเกาะ แต่ยกเว้นโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน โดยเตือนว่า หากมีการขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การตัดสินใจดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้

ขณะที่โฆษกของกองบัญชาการกลางของกลุ่มคาทาม อัล-อันบิยา ได้เผยแพร่แถลงการณ์ที่ดูเหมือนจะตอบโต้คำกล่าวอ้างของทรัมป์เกี่ยวกับการโจมตีเกาะคาร์กของสหรัฐฯ ตามรายงานของสื่ออิหร่าน โฆษกกล่าวว่า “หากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านถูกโจมตี โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานทั้งหมดของบริษัทน้ำมันทั่วภูมิภาคที่มีหุ้นในอเมริกา หรือร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาจะถูกทำลายและกลายเป็นกองเถ้าถ่าน”

◾️◾️◾️

🔴 ไข่มุกกำพร้าที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์

เกาะคาร์กยังคงถูกควบคุมทางทหารอย่างเข้มงวด ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงทำให้ระบบนิเวศของเกาะให้ยังคงบริสุทธิ์

ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันยักษ์แล่นออกจากท่า นำ “เลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ” ของประเทศที่ถูกคว่ำบาตรไปสู่ตลาดโลก

สุสานโบราณของชาวโซโรอัสเตอร์และคริสเตียนยังคงเฝ้ามองเงียบ ๆ จากชายฝั่งปะการัง

ราวกับเตือนว่าแม้จักรวรรดิและสงครามพลังงานจะเกิดขึ้นและดับไป แต่ “ไข่มุกกำพร้าแห่งอ่าวเปอร์เซีย” ยังคงผูกพันอยู่กับกระแสประวัติศาสตร์อันผันผวนของภูมิภาคนี้ตลอดไป

◾️◾️◾️

🔴 นักวิเคราะห์ชี้ ซ้ำเติมความกังวลราคาน้ำมันโลก

การโจมตีเกาะคาร์กกำลังเพิ่มความวิตกกังวลต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงอยู่แล้ว จากความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง

Ed Hirs นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานและอาจารย์จาก University of Houston ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของอิหร่านในการส่งออกน้ำมัน แม้จะมีการระบุว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรง

เขาเสริมว่า หากความเสียหายครั้งนี้ทำให้อิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ และในขณะเดียวกันประเทศผู้ผลิตรายอื่นอย่างอิรักและคูเวตยังไม่สามารถกลับมาผลิตได้เต็มที่ ขณะที่สงครามยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไป สถานการณ์นี้จะกระทบหนักต่อเศรษฐกิจในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจำนวนมหาศาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...