โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เด็ดปีกเครือข่ายยานรก พัวพันบิ๊กล็อตยาบ้า 6 ล้านเม็ด

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 19 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 952/2566 ลงวันที่ 20 กันยายน 2566 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยมีลักษณะเป็นการกระทำตั้งแต่สามคนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและเพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่น อันเป็นลักษณะองค์กรอาชญากรรม , ร่วมกันฟอกเงินฯ” โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจาก วันที่ 24 มกราคม 2566 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นชาวม้ง ในพื้นที่ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จะทำการขนยาบ้าจำนวนมากจากชายแดนผ่าน อ.เมือง จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังเฝ้าสกัดกั้น

ต่อมาไม่นาน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจพบรถบรรทุก , รถกระบะและรถเก๋ง ขับตามกันมาบนถนนพหลโยธิน พื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย และเลี้ยวขวาขึ้นบนถนนหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่ ผ่าน อ.แม่สรวย และ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสะกดรอยติดตามไป

จนกระทั่งถึงบริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่โถ ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า ก่อนสกัดรถทั้ง 3 คันเอาไว้ และได้เข้าตรวจสอบภายในรถยนต์คันแรกปรากฎพบแผ่นป้ายทะเบียนซ้อนอยู่ในเพื่ออำพราง จึงได้ขอตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฎพบมีการบรรทุกไม้อัดซ้อนกันมาเต็มลำสูงประมาณ 1-1.50 เมตร

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ยกแผ่นไม้อัดด้านบนออก กลับพบไม้อัดแผ่นที่เหลือถูกตัดเป็นช่องลึก มีถุงพลาสติกสีดำเอาไว้อยู่เต็ม นับรวมได้ 40 กระสอบ ภายในกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) รวมกันทั้งหมดจำนวน 5,914,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจับกุมตัวคนขับและคนที่โดยสารมากับรถทั้งหมด 3 คัน ผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 5 ราย จากนั้นได้สอบปากคำ และขยายผลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามบุคคลตาม หมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 952/2566 ลงวันที่ 20 กันยายน 2566 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยมีลักษณะเป็นการกระทำตั้งแต่สามคนขึ้นไป

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและเพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่น อันเป็นลักษณะองค์กรอาชญากรรม, ร่วมกันฟอกเงินฯ ซึ่งได้ประกาศจับตามโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ลำดับที่ 175 ประจำปี 2569 คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งว่าพบเห็นนายเอ (นามสมมุติ) พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบร่วมประชุมวางแผนและเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าวปรากฏพบ แม่ของนายเอ (นามสมมุติ) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน และได้สอบถามถึงนายนฤเบศร์

โดยแม่ของนายเอ (นามสมมุติ) ได้แจ้งกับเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมว่านายเอ อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงให้แม่ของนายเอ ไปนำตัวนายเอ มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าบ้าน

เมื่อนายเอ (นามสมมุติ) ออกมาบริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งได้สอบถามชื่อ-สกุล ทราบชื่อ ซึ่งตรงกับบุคคลตามหมายจับข้างต้น

ในชั้นจับกุมนายเอ ให้การยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาให้ นายเอ ทราบ เมื่อเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัว มาที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม และจัดทำประวัติภาพถ่าย และได้นำตัวผู้ถูกจับนี้ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...