โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘พิพัฒน์’ อัดงบ 2,060 ล้าน ตรึงค่าโดยสารทั่วประเทศ ลุยพ.ร.บ.ตั๋วร่วม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายในงาน DLT Next 2026 ว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเดินหน้า “มาตรการตรึงค่าโดยสาร” ผ่านโครงการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” โดยอัดฉีดงบประมาณกว่า 2,060 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทุกกลุ่มทั่วประเทศ หวังพยุงสภาพคล่องและลดผลกระทบจากต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ รถตู้ รถโดยสาร ไปจนถึงภาคขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ “ตรึงราคาค่าโดยสาร” ไม่ให้ปรับขึ้นเป็นภาระของประชาชน พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ระบุว่า มาตรการด้านราคาจะเดินควบคู่กับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วม เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมด ทั้ง “ล้อ-ราง-เรือ” ให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าปฏิรูประบบขนส่งผ่านอีก 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับทั้งโครงสร้างและคุณภาพบริการ

เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ขนส่งพลังงานสะอาด

ภาครัฐเตรียมผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งสาธารณะอย่างครบวงจร ครอบคลุมแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถตุ๊กตุ๊ก โดยจะสนับสนุนทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้า การลดต้นทุนประกันภัย และการแก้ปัญหาอะไหล่

พร้อมประกาศยุติการใช้ “รถเมล์ร้อน” โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมนำรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คันมาให้บริการแทน ขณะที่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) อยู่ระหว่างศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่ EV เพื่อลดมลพิษฝุ่น PM2.5 และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

ยกระดับความปลอดภัยสู่มาตรฐานสากล

กระทรวงฯ เตรียมจัดตั้ง “ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง” เพื่อบูรณาการการสอบสวนอุบัติเหตุเชิงลึก ครอบคลุมทุกระบบ ทั้งถนน ราง น้ำ และอากาศ พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านวิศวกรรมยานยนต์และผู้ขับขี่ให้เข้มงวดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมออกมาตรการให้ผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างต้องมี “กองทุนเยียวยา” หรือประกันภัยที่ครอบคลุม เพื่อชดเชยความเสียหายให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอขั้นตอนทางกฎหมาย

นายพิพัฒน์ย้ำว่า การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการดำเนินการแบบบูรณาการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้ระบบขนส่งสาธารณะของไทย “เข้าถึงได้ ปลอดภัย และเป็นธรรมด้านราคา” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...