CBG สั่งตรึงราคา 3 เดือน บริหารต้นทุน-ลุยเบียร์
#CBG #ทันหุ้น – CBG ประกาศตรึงราคาสินค้าอย่างน้อย 3 เดือน แม้เผชิญต้นทุนพลังงาน หวังประคองกำลังซื้อผู้บริโภค วางเกมจัดซื้อวัตถุดิบใหม่บริหารต้นทุน เดินเกมรุกตลาดเบียร์เป้าล้านลังต่อเดือน หลังเบียร์พัทยาประสบความสำเร็จ เตรียมเปิดตัว “เบียร์ภูเก็ต” เสริมพอร์ต ลุยติดตั้ง Tap Beer 2,000 จุด ขยายช่องทางร้านอาหาร โรงแรม และผับ บาร์ พร้อมจัดจำหน่ายเบียร์ชิงเต่าพฤษภาคมนี้
นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทตัดสินใจ ตรึงราคาสินค้าอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรับมือสถานการณ์ต้นทุนพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะต้องยอมรับกำไรที่ลดลงในระยะสั้น เพื่อประคองกำลังซื้อของผู้บริโภคและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในตลาด
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงาน รวมถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เช่น แก้ว ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานโดยตรง บริษัทจึงเลือกแบกรับต้นทุนบางส่วนไว้ก่อน เพื่อให้ตลาดมีเวลาปรับตัวกับสถานการณ์ต้นทุนที่ผันผวน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านการจัดซื้อวัตถุดิบ โดยเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าจากประเทศจีนมากขึ้น แทนการนำเข้าจากยุโรป เพื่อช่วยบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าในระดับสูง
@ ธงเบียร์ล้านลังต่อเดือน
ปัจจุบันยอดขายเบียร์ของบริษัทอยู่ที่ระดับ มากกว่า 300,000 ลังต่อเดือน และตั้งเป้าขยายยอดขายเพิ่มขึ้นในระยะยาวสู่ระดับ 1 ล้านลังต่อเดือน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายตลาดเบียร์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ชลบุรี และพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจหมุนเวียนดีและผู้บริโภคมีความพร้อมในการจับจ่าย และเดินหน้าขยายไปสู่หัวเมืองต่างๆ ในอนาคต
หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทประสบความสำเร็จกับการเปิดตัว “เบียร์พัทยา” ที่มีแอลกอฮอล์ 3.9% และสามารถขยายตลาดไปยังเชียงใหม่และหัวหินได้ ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัว “เบียร์ภูเก็ต” ซึ่งจะมีระดับแอลกอฮอล์ที่ 4.2% เน้นรสชาติที่ดื่มง่าย เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มที่ดื่มได้ตลอดวัน โดยจะจำหน่ายทั้งในรูปแบบขวดขนาดเล็กและกระป๋องยาว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
@ จำหน่ายชิงเต่าพ.ค.นี้
สำหรับกลยุทธ์การกระจายสินค้า บริษัทได้นำนวัตกรรมเครื่องกดเบียร์สด (Tap Beer) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเจาะตลาดผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และผับบาร์ โดยตั้งเป้าหมายติดตั้งให้ได้ 2,000 จุดทั่วประเทศภายในปีนี้ แม้ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเครื่องกดเบียร์ที่ต้องใช้เวลานำเข้าและเพิ่มกำลังการผลิต
ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการสนใจใช้เบียร์ของบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นเบียร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากเบียร์แมสทั่วไป ทำให้ลูกค้าไม่สามารถหาซื้อทดแทนจากร้านค้าทั่วไปในตู้แช่ได้ง่าย
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวความร่วมมือด้าน การจัดจำหน่ายเบียร์ชิงเต่า ในประเทศไทยในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดเบียร์มากขึ้น