ทุบสถิติ‘อุ้มดีเซล’ ให้กองทุนชดเชย20.36บาท/ลิตร-ปั๊มแห่ติดป้าย‘รอการขนส่ง’
รัฐบาลเสี่ยหนูสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้านพลังงาน อุ้มน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อเนื่อง ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 20.36 บาทต่อลิตร ทำสถิติสูงสุดพร้อมพ่วงอุ้มแก๊สโซฮอล์ “ศุภจี” เตรียมชง ครม.เคาะมาตรการดูแลประชาชนเพิ่ม “รมว.พลังงาน” สั่งผู้ค้าเพิ่มความถี่ขนส่งน้ำมัน เตือนระวังมิจฉาชีพใช้วิกฤตพลังงานหลอกดูดเงิน คนต่างจังหวัดยังแห่เข้าปั๊มตุน ทำมาเลย์ต้องออกกฎคุมเข้ม
ตลอดทั้งวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. รัฐบาลมีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง โดยในเวลา 08.30 น. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ ได้เรียกตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมการประชุมด่วน เพื่อหารือและวางมาตรการรับมือเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า ซึ่งมีข้อสรุปที่จะเร่งระบายน้ำมันสู่สถานีบริการ อาทิ การเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน การเพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังไปยังพื้นที่เป้าหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้มีข้อสั่งการให้ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จัดตั้งชุดตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายและการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
ในเวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายรัฐบาล โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวก่อนประชุมถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ณ วันนี้ยังคงมาติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้
ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า จะมีมาตรการออกมา แต่ขอให้รอฟังศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยในวันที่ 17 มี.ค.กระทรวงจะมีการเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ด้านนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯ ว่า เบื้องต้นสามารถกู้เงินได้เองวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท แต่หากเกินกว่านั้นต้องพิจารณาเป็นการออก พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งการกู้เงินทั้ง 2 ส่วนจะถูกนับเป็นหนี้สาธารณะทั้งสิ้น เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ถือเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ
“ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ราว 66% ของจีดีพี จากเพดานหนี้ที่ 70% ของจีดีพี ทำให้ตรงนี้ยังมีช่องว่างที่ดำเนินการใดๆ ได้อีกราว 4% จึงยังไม่น่าเป็นกังวลมากนัก ส่วนความเหมาะสมและแนวทางการดำเนินการทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายเป็นหลัก" นางจินดารัตน์กล่าว
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงผลกระทบต่อเกษตรกรว่า ในสถานการณ์ปกติเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก็ประสบปัญหาอยู่แล้ว โดยเฉพาะราคาข้าวที่ตกต่ำมาอย่างยาวนาน และสิ่งที่น่ากังวลขณะนี้คือต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินต้องให้ความสำคัญ และทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า โดยเฉพาะปัจจัยการผลิตและการเก็บเกี่ยว เนื่องจาก ณ เวลานี้น้ำมันและปุ๋ยมีราคาแพงขึ้น แต่เชื่อว่า รมว.เกษตรฯ คนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารมีความสามารถในการขับเคลื่อนแผนงานอยู่แล้ว เพราะเข้าใจว่าเคยเป็นนักธุรกิจ
“ในช่วงรอยต่อระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็จะพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะนโยบายหลักต้องรอ รมว.เกษตรฯ คนใหม่เข้ามาบริหารจัดการ” ร.อ.ธรรมนัสระบุ
ทุบสถิติอุ้มดีเซล
ในช่วงค่ำ นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีผลในวันที่ 17 มี.ค.เป็นต้นไป ระบุว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้กำหนดกรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยข้อ 3.2.1 (1) “ข.เหตุการณ์ที่ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น อยู่ในระดับที่เกินกว่าระดับราคาที่เหมาะสมมากกว่า 30 บาทต่อลิตร” ข้อ 3.3.1 เป็นการบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน และหรือชะลอการขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ ข้อ 3.3.2 เป็นมาตรการระยะสั้นและคงหลักการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง หลีกเลี่ยงการกระทบต่อกลไกตลาดเสรี ข้อ 3.3.3 คำนึงถึงภาวะความผันผวนของราคาต้นทุนที่แท้จริง แนวโน้มตลาดโลก หลีกเลี่ยงการชดเชยเพื่อช่วยเหลือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ควรอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามกลุ่ม
อาศัยอำนาจตามมาตรา 14 (4) มาตรา 27 มาตรา 29 มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 54 และมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา อยู่ที่ 20.36 บาทต่อลิตร เท่ากับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 จากเดิมที่อุดหนุนอยู่ที่ 18.31 บาทต่อลิตรเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 นอกจากนั้นยังมีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 อุดหนุนอยู่ที่อัตรา 9.73 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 11.06 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 2.28 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้การอุดหนุนดีเซล 20.36 บาทต่อลิตร ถือว่าสูงสุดเท่าที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเคยอุดหนุนมา
ขณะเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังกลโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่อาศัยกระแสสถานการณ์ความตึงเครียดของโลกและราคาน้ำมันที่ผันผวนเป็นเครื่องมือหลอกลวง โดยมิจฉาชีพจะส่งข้อความหรือโฆษณาปลอมชักชวนว่าแจกคูปองเติมน้ำมันฟรี หรือส่วนลดน้ำมันช่วงวิกฤตพลังงาน เพื่อหลอกให้ประชาชนกดลิงก์ ซึ่งกลโกงดังกล่าวมักแพร่กระจายผ่าน SMS โซเชียลมีเดีย หรือโฆษณาปลอมที่แอบอ้างเป็นสถานีบริการน้ำมันหรือแบรนด์ดัง โดยเมื่อกดลิงก์ผู้เสียหายจะถูกนำไปยังเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาคล้ายเว็บไซต์จริง และถูกหลอกให้กรอกข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน ข้อมูลบัตรธนาคาร หรือรหัส OTP จากนั้นมิจฉาชีพจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อเข้าถึงบัญชีธนาคาร หรือทำธุรกรรมทางการเงินทันที ส่งผลให้เงินในบัญชีถูกโอนออกไปภายในเวลาไม่กี่นาที
เตือนระวังโจรฉวยโอกาส
“ศูนย์ AOC ขอแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังการกดลิงก์จาก SMS หรือโฆษณาที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่ควรกรอกข้อมูลบัตร รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ในเว็บไซต์ที่ไม่แน่ใจ พร้อมทั้งควรตรวจสอบโปรโมชันผ่าน เว็บไซต์หรือเพจทางการของบริษัทเท่านั้น”
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเช่นกันว่า มิจฉาชีพฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความกังวลเรื่องราคาพลังงาน โดยคนร้ายได้ส่งข้อความสั้น (SMS) หรือลงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย แอบอ้างเป็นบริษัทน้ำมันชื่อดังเพื่อแจกคูปองเติมน้ำมันฟรี หรือให้สิทธิส่วนลดพิเศษ หลอกลวงให้ประชาชนกดลิงก์ปลอมและกรอกข้อมูลส่วนตัว หากประชาชนพบเห็นหรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความได้ที่สายด่วน 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย (AAT) กล่าวว่า สายการบินสมาชิก ได้แก่ บางกอกแอร์เวย์ส, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, นกแอร์, ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท ได้ประชุมเพื่อหารือถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน โดยเฉพาะราคาพลังงาน ซึ่งสมาคมจะเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินในระยะสั้น โดยเฉพาะการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน และช่วยรักษาระดับค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เป็นตัวแทนประชาชนที่เดือดร้อน จากกรณีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศไม่มีน้ำมันให้บริการหรือจำกัดการขายน้ำมันให้ ซึ่งย้อนแย้งกับคำพูดของ รมว.พลังงานและนายกฯ ว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน โดยเขากล่าวว่า แสดงว่ามีการกักตุนน้ำมันกันเพื่อรอปรับราคาหลังพ้นกำหนด 15 วันที่รัฐบาลควบคุมราคาใช่หรือไม่ และขอให้ควบคุมค่าการกลั่นให้ลดจาก 6.06 บาทมาไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร
“องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความเดือดร้อนของประชาชนมาร้องเรียนให้ รมว.พลังงาน ใช้อำนาจตามกฎหมายในการปรับโครงสร้างน้ำมันทั้งระบบ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว หรือหากการแก้ไขปัญหาเป็นไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ค้าน้ำมันและ/หรือโรงกลั่น องค์กรฯ จะร่วมกับประชาชนที่เดือดร้อนนำความไปฟ้องศาลปกครองต่อไป”
สำหรับสถานการณ์ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ต่างจังหวัด ยังพบว่าหลายปั๊มในหลายจังหวัดยังมีชาวบ้านมาเข้าแถวรอซื้อน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และหลายปั๊มได้ระบุว่าน้ำมันหมด อาทิ จ.อ่างทอง ปั๊มน้ำมัน ปตท.ไผ่ล้อม อำเภอเมืองอ่างทอง ประชาชนมาต่อคิวเติมน้ำมันกันตั้งแต่เช้าและเริ่มใกล้หมดแล้ว ทำเอาประชาชนที่มารอคิวหลายรายต้องผิดหวัง หลังตะเวนหาปั๊มมาทั่วตั้งแต่สายเอเชียจนถึงเมืองอ่างทอง พบว่าดีเซลขาดแคลนหมดตั้งแต่ช่วงเช้าหลายปั๊ม และปิดป้ายน้ำมันอยู่ระหว่างขนส่งมาเติม
ที่ จ.พิษณุโลก น.ส.สรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รอง ผวจ.พิษณุโลก พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันหลายแห่งของจังหวัดตามริมถนนหมายเลข 12 โดยปรากฏว่าดีเซลหมด เจ้าหน้าที่ต้องคอยบอกประชาชนที่ขับรถมาเติมน้ำมันถึงแม้จะมีป้ายบอกแล้วก็ตาม ซึ่ง น.ส.สรินรัตน์ระบุว่า ให้คำแนะนำไปว่าเมื่อติดป้ายหมดแล้ว ก็ควรบอกประชาชนด้วยว่าน้ำมันใหม่จะลงเมื่อไหร่กี่โมง เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สะดวกในการมารับบริการ โดยประชาชนจะได้ ไม่ต้องไปเวียนหาที่เติมหลายแห่ง เป็นการประหยัดพลังงานส่วนหนึ่งด้วย
แอบเติมน้ำมันมาเลย์
ในพื้นที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปั๊มน้ำมันรายย่อยต้องปิดบริการชั่วคราว ผลจากโควตาน้ำมันมีน้อย เหลือแต่ปั๊มแบรนด์ดังเช่น ปตท., บางจาก, PT เป็นต้น โดยพบผู้ใช้รถยนต์ รถบรรทุก รวมทั้งรถจักรยานยนต์ ต่อคิวเพื่อเติมน้ำมันจนแน่นทุกปั๊ม
ที่น่าสนใจ เมื่อเพจเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์วัดมหาธาตุ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ประกาศปิดเมรุงดเผาศพ เนื่องจากปัญหาจำกัดการเติมน้ำมัน ทำให้ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม พร้อมคณะลงพื้นที่แก้ปัญหา โดยระบุว่า หน่วยงานบริการสาธารณะหรือกรณีจำเป็นเร่งด่วน เช่น รถกู้ชีพ รถมูลนิธิ เครื่องสูบน้ำฉุกเฉิน รวมถึงวัดที่ต้องใช้น้ำมันสำหรับการฌาปนกิจ ยังจัดซื้อน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าปกติได้ โดยให้ประสานส่วนราชการในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่หน่วยงานสาธารณะดังกล่าว ซึ่งต่อมาเฟซบุ๊กวัดมหาธาตุโพสต์ข้อความยืนยันว่า “ได้ที่เติมน้ำมันเผาศพแล้ว ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหน่วยงานราชการทุกหน่วยในจังหวัดนครพนม ที่ช่วยประสานงานให้ (เปิดรับเผาศพได้ปกติ) ไม่มีเงินไม่ต้องจ่าย เผาฟรี”
ที่ จ.ยะลา ประชาชนจำนวนมากต่างเร่งเติมน้ำมันเพื่อสำรองใช้ในภาคการเกษตรและการขนส่ง ส่งผลให้บางปั๊มน้ำมันหมดชั่วคราว โดยบางสถานีบริการน้ำมันต้องติดป้ายน้ำมันดีเซลหมด บางปั๊มติดป้ายเปิด12.00 น.ปิด 18.00 น. ขณะที่บางปั๊มมีรถยนต์ของประชาชนต่อแถวรอเติมน้ำมันยาวเหยียดจนล้นออกไปบนถนน
ขณะเดียวกัน มีประชาชนบางส่วนเข้าไปเติมน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน ภายหลังจากน้ำมันดีเซลและเบนซินในไทยไม่เพียงพอ ประกอบกับราคาถูกกว่าในไทย
โดยสำนักข่าวแห่งชาติเบอร์นามาของมาเลเซีย รายงานว่า กระทรวงการค้าภายในและค่าครองชีพของมาเลเซีย (KPDN) ยังคงเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันในรัฐกลันตัน 48 แห่ง ตามแนวชายแดนมาเลเซีย-ไทย เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการซื้อขายน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ต้องสงสัยว่าจะลักลอบส่งออกไปยังไทย โดยนายอัสวาดี จาฟาร์ รองผู้อำนวยการกระทรวงการค้าภายในและค่าครองชีพของมาเลเซีย ประจำรัฐกลันตันระบุว่า จะเข้าตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทุกวัน โดยแบ่งเป็นสองกะตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.