‘เอกา โกลบอล’ กางแผนบริหารความเสี่ยงเชิงรุก! สำรองวัตถุดิบรับมือวิกฤตปิโตรเคมีโลกยาวถึง พ.ค. 69 พร้อมตรึงราคาช่วยลูกค้า ท่ามกลางภาวะโรงงานพลาสติกแห่ประกาศ Force Majeure
ในวันที่คลื่นความขัดแย้งในตะวันออกกลางซัดเข้าหาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจนเกิดภาวะช็อกด้านซัพพลาย ‘เอกา โกลบอล’ (EKA GLOBAL) ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารระดับโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความลึกซึ้งในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน คืออาวุธสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไม่เพียงแค่ ‘รอด’ แต่ยังสามารถ ‘ตรึงราคา’ เคียงข้างคู่ค้าได้ท่ามกลางพายุต้นทุน
Supply Chain ตะวันออกกลางชะงัก จุดเริ่มต้น ‘วิกฤตปิโตรเคมี’
สัญญาณเตือนภัยในอุตสาหกรรมพลาสติกเริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อสงครามในตะวันออกกลางกระทบการขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำอย่าง นาฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) ส่งผลให้ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกในไทยและต่างประเทศบางราย ต้องประกาศสภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) และระงับคำสั่งซื้อใหม่กะทันหัน
ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์กว่า 98.8% กำลังเผชิญภาวะต้นทุนพุ่งสูง โดยราคาเม็ดพลาสติก PP และฟิล์มบรรจุภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือที่พุ่งแรงกว่า 50-140% ขณะที่โรงงานปิโตรเคมีบางส่วนต้องหยุดเดินเครื่อง สร้างความเสียหายในระบบกว่า 150 ล้านบาทต่อเดือน
งัดกลยุทธ์ ‘สำรองวัตถุดิบ’ ยาวถึง พ.ค. 69
ชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) เปิดเผยว่า ท่ามกลางตลาดที่ตึงตัว บริษัทกลับได้เปรียบด้วยแผนบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า โดยมีการสำรองเม็ดพลาสติกและแผ่นชีทไว้เพียงพอสำหรับการผลิตไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569
“ปัจจุบันเกือบทุกประเทศได้รับผลกระทบเนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตปิโตรเคมีใหญ่ที่สุดของโลก โดยมองว่าต้นทุนเม็ดพลาสติกน่าปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 30% และส่งผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ปลายทางปรับตัวขึ้นราว ๆ 10-20% อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เอกา โกลบอล เราได้ประเมินสถานการณ์และสำรองวัตถุดิบการผลิตคงคลัง (Stock) ไว้แล้ว การที่เราบริหารสต็อกและความเสี่ยงไว้ในทั้ง 2 โรงงานทั้งที่ไทยและอินเดีย ทำให้เรายังมีสินค้าเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการของลูกค้าไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งถือว่าสถานการณ์ของบริษัทยังมีความมั่นคงสูงและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ในระยะนี้” ชัยวัฒน์ กล่าว
ขยายการลงทุน 100 ล้าน มุ่งเป้า New S-Curve
แม้โลกจะผันผวน แต่เอกา โกลบอล ยังคงเดินหน้าตามแผนเติบโต 10-15% จากยอดขาย 1,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยมีหัวหอกสำคัญคือตลาดอินเดียที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 30-40% ต่อปี
โดยในปี 2569 นี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท เพื่อยกระดับกำลังการผลิตและสร้างศูนย์ R&D ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรม พร้อมเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม ‘บรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม’ (Premium Pet Food Packaging) ภายในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีอัตรากำไรสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง