โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BAM รุก “ทรัพย์มหาชน พลัส” เพิ่มโอกาสคนมีบ้าน ลุย “BAM Premium” Q2/69

PostToday

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 09.53 น.

ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับตัวเลขหนี้เสีย (NPL) และหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) รวมกันสูงถึงกว่า 2.5 ล้านล้านบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) รายใหญ่ของประเทศ ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทองค์กรครั้งสำคัญ จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “สัปเหร่อ” ผู้จัดการซากหนี้ สู่ “คุณหมอในห้อง ICU” ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อฟื้นฟูชีวิตของลูกหนี้และผู้ประกอบการให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

วิกฤตทรัพย์ร้างและความท้าทายของระบบสินเชื่อ

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี “ทรัพย์ร้าง” หรือทรัพย์ NPA ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยกระจายอยู่ทั่วประเทศมากถึงกว่า 700,000 ยูนิต ในขณะที่ฝั่งผู้บริโภคกลับประสบปัญหาใหญ่ในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงถึง 67% กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ผู้ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ อาชีพอิสระ และข้าราชการชั้นผู้น้อย

เปิดความสำเร็จ “ทรัพย์มหาชน” เฟสแรก

BAM จึงได้ผลักดันโครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” (ทรัพย์มหาชน เฟสแรก) ซึ่งได้เริ่มโครงการเมื่อเดือน ก.ย.2568-ก.พ.2569 โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดี โดยสามารถส่งต่อที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนได้แล้วกว่า 1,500 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ครอบคลุมทรัพย์สินตั้งแต่ราคาประมาณ 100,000 บาท ถึง 3 ล้านบาท ทรัพย์ที่ขายดี 3 อันดันแรก ได้แก่ คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว

“ทรัพย์มหาชน พสัส” ขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างและลึกขึ้น

จากความสำเร็จของเฟสแรก BAM ได้ต่อยอดสู่โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” (ทรัพย์มหาชน เฟสสอง) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 ธ.ค.2569 โดยมีหัวใจหลักคือการทำธุรกิจแบบ “CSR in Process” เพื่อระบายทรัพย์ในมือที่มีอยู่เกือบ 100,000 ยูนิต ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชน โดยมีการขยายโอกาส ดังนี้

  • ขยายเพดานราคา: เพิ่มขอบเขตราคาจากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมพื้นที่ในเขตธุรกิจ (CBD) มากขึ้น และทำเลหลากหลายทั่วประเทศ
  • เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย: มุ่งเน้นไปที่ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักหลวง ซึ่งมักลืมวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยหลังเกษียณอายุ
  • ค่างวดที่เอื้อมถึง: จองทรัพย์ได้ด้วยเงินจองเพียง 1,000 บาท เปิดโอกาสให้ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงเดือนละ 500 บาท สำหรับทรัพย์ราคาต่ำ และประมาณ 4,000-5,000 บาท สำหรับทรัพย์ราคาที่สูงขึ้น ซึ่งมักจะถูกกว่าการเช่าที่พักอาศัย เงื่อนไขการผ่อนชำระ กำหนดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 อัตรา 0% ปีที่ 2-3 อัตรา 3% และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR ของ BAM โดยสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 20 ปี

การขยายเงื่อนไขดังกล่าวทำให้โครงการมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายระบายทรัพย์ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท (ไม่รวมทรัพย์ชิ้นใหญ่) กว่า 3,000 ยูนิต จากเดิมอยู่ที่กว่า 1,000 ยูนิต

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

คัดกรองด้วย “Behavior Score”

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือ วิธีการประเมินความเสี่ยงที่ไม่ได้ดูแค่เครดิตบูโรแบบเดิม แต่ใช้สิ่งที่เรียกว่า“Behavior Score”

  • การวิเคราะห์พฤติกรรม: BAM จะประเมินจากความสม่ำเสมอของรายได้และการสัมภาษณ์เชิงลึกถึงรายรับ-รายจ่ายจริง
  • ความยืดหยุ่นสูง: เนื่องจาก BAM เป็น AMC ที่คุ้นเคยกับการปรับโครงสร้างหนี้ จึงมีความ “ทนทานต่อความล้มเหลว” สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ หากลูกหนี้ผ่อนไม่ไหว BAM พร้อมที่จะเข้ามาปรับลดค่างวดให้ตามความสามารถที่แท้จริง (เช่น จาก 2,000 เหลือ 1,500 บาท) เพื่อรักษาทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายของพวกเขาไว้
  • สะพานเชื่อมสู่ระบบธนาคาร: เมื่อลูกหนี้มีวินัยการผ่อนชำระที่ดีต่อเนื่อง 12-24 งวด BAM จะส่งต่อข้อมูล Behavior Score นี้ให้ธนาคารพันธมิตร เพื่อให้ลูกหนี้สามารถ Refinance กลับเข้าสู่ระบบธนาคารปกติได้

มิติแห่งความยั่งยืน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางสังคม โครงการนี้ยังมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) อย่างยิ่ง การนำทรัพย์มือสองกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ (Recycle) ช่วยประหยัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึงปีละ 150,000 ตันคาร์บอน เนื่องจากช่วยลดการก่อสร้างโครงการใหม่ที่ต้องใช้ทรัพยากรอย่าง หิน ดิน ทราย และเหล็ก จำนวนมหาศาล การระบายทรัพย์ร้างเหล่านี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการนำประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero

ยกระดับสู่ตลาด “BAM Premium”

ในไตรมาส 2/2569 BAM เตรียมเปิดตัวโครงการ BAM Premium สำหรับทรัพย์ที่มีมูลค่า 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการนำ “เงินเย็น” มาต่อยอดในอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคารพาณิชย์ โรงงาน และโรงแรมขนาดเล็กทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เป็นการนำทรัพย์ในมือออกมาสร้างมูลค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันมีทรัพย์กลุ่มนี้อยู่ในสต็อกของ BAM ประมาณ 5,000-6,000 รายการ ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่ง BAM มองว่าเป็นทางเลือกในการลงทุนที่จับต้องได้ในภาวะที่เครื่องมือการลงทุนอื่นมีความผันผวน

โครงการ BAM Premium จะมีการร่วมมือกับสถาบันการเงินพันธมิตรเข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของสินเชื่อเพื่อให้การระบายทรัพย์ทำได้รวดเร็วขึ้น

เล็งปิดดีล JV AMC ปีนี้ 1 แห่ง และจ้างบริหาร 4 ราย

BAM มีแผนร่วมมือกับ 5 ธนาคารยักษ์ใหญ่ ในรูปแบบที่หลากหลาย

  • JV AMC: จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อรับโอนพอร์ตหนี้เสีย (NPL) จากธนาคาร จำนวน 1 ราย
  • บริหารจัดการหนี้: ธนาคารยังไม่ต้องการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน แต่ใช้วิธีโอนพอร์ตหนี้มาให้ BAM บริหารจัดการให้โดยตรงเพื่อให้ NPL หลุดจากบัญชีของธนาคารได้เร็วกว่า ในส่วนนี้อีกจำนวน 4 ราย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 3/2569

ความร่วมมือนี้กับ 5 ธนาคารยักษ์ใหญ่ คิดเป็นมูลค่าหนี้เฉลี่ยรายละ 30,000 ล้านบาท รวมเป็น 1.5 แสนล้านบาท

เป้าหมายและการทรานฟอร์มฯ องค์กรของ BAM

BAM ตั้งเป้าหมายการทรานส์ฟอร์มองค์กรให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570 โดยมีหมุดหมายสำคัญ คือ

  • ทำงานเร็วขึ้น: ลดระยะเวลาถือครองทรัพย์ จากเฉลี่ย 7.8 ปี ให้เหลือเพียง 5 ปี หลังทำการทรานส์ฟอร์มองค์กรแล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถรับบริหารจัดการหนี้ใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น
  • Go Digital: นำระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติเบื้องต้นให้เหลือภายใน 7 วัน
  • เป้าผลเรียกเก็บ: ประมาณ 19,000-20,000 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของ NPL กว่า 11,000 ล้านบาท และ NPA กว่า 8,000 ล้านบาท
  • งบจัดซื้อทรัพย์: วางงบประมาณไว้ 5,000-6,000 ล้านบาท ในการซื้อทรัพย์ NPA เพื่อรักษาจำนวนทรัพย์ในมือไม่ให้ต่ำกว่า 25,000 รายการ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...