คลิปหลุด! ‘ทรัมป์’ ทำสงครามจะเอาน้ำมันอิหร่าน ทุ่มงบฯจนไม่เหลือเงินดูแลเด็กและเฮลท์แคร์ ถ้าเป็น ‘กษัตริย์’ จบไปแล้ว
สยามทาวน์ยูเอส สื่อภาษาไทยในลอสแอนเจลิส รายงานว่าทำเนียบขาวพลาดใหญ่หลวง อัปโหลดคลิปคำปราศรัยของทรัมป์กับ “คนวงใน” ในงานเลี้ยงที่ไม่ให้สื่อเข้าร่วม เห็นภาพ “วิกฤตภายใน” จากน้ำมือทรัมป์ชัดเจน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 เว็บไซต์บิสซิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ทำผิดพลาดใหญ่หลวง โดยการอัปโหลดวิดีโอคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในงานเลี้ยงอีสเตอร์ที่ทำเนียบขาว (the White House’s Easter Lunch) ลงในยูทูบโดยไม่ได้ตั้งใจ
สุนทรพจน์ของทรัมป์ในงานเลี้ยงที่เชิญแขกเฉพาะกลุ่มศาสนาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝั่งรีพับลิกัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมนี้ มีเนื้อหาในประเด็นอ่อนไหวทั้งเรื่องสงคราม งบสวัสดิการ และอิหร่าน ซึ่งต่างอย่างสิ้นเชิงกับคำกล่าวของทรัมป์และทีมงานของเขาต่อสาธารณชน
แม้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะถูกเตือนให้ลบคลิป และทำการตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัวแล้วก็ตาม แต่ก็มีคนฟังคลิปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รวมถึง ไบรอัน เมตซ์เกอร์ ผู้สื่อข่าวของบิสซิเนส อินไซเดอร์ ที่นำคลิปคำปราศรัยฉบับเต็มไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ด้วย (https://x.com/metzgov/status/2039462014968316313)
ในคำปราศรัยดังกล่าว ทรัมป์กล่าวถึงภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล โดยระบุว่า สหรัฐฯ กำลังทำสงครามจนไม่สามารถดูแลค่าใช้จ่ายด้านดูแลเด็ก ระบบเมดิแคด และเมดิแคร์ได้ทั้งหมด พร้อมเสนอให้แต่ละรัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้เอง แม้จะต้องขึ้นภาษีก็ตาม โดยรัฐบาลกลางควรมุ่งเน้นเรื่อง “การป้องกันทางการทหาร” เป็นหลัก
ทรัมป์ยังกล่าวในเชิงเปรียบเทียบว่า หากตนเป็น “กษัตริย์” จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่านี้ พร้อมบ่นว่าการขออนุมัติสร้างห้องจัดเลี้ยงยังทำได้ยาก
นอกจากนี้ เขายังพูดถึงอิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐฯ “สามารถยึดน้ำมันของอิหร่านได้ง่าย” แต่เห็นว่าประชาชนอเมริกันไม่มีความอดทนพอ และต้องการให้สงครามยุติเร็ว พร้อมกล่าวว่าหากเป็นไปได้ เขาอยาก “เอาน้ำมันมาเลย”
ช่วงท้ายของคำปราศรัย ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้เข้าร่วมงานว่า ในเวลา 21.00 น. ของวันนั้น เขาจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชน โดยบอกว่าจะ “บอกทุกคนว่าตัวเองยอดเยี่ยมแค่ไหน”
รายงานระบุว่า เนื้อหาคำพูดดังกล่าวสะท้อนมุมมองที่ทรัมป์อาจไม่ได้แสดงต่อสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่เหตุการณ์คลิปหลุดครั้งนี้ ทำให้ประชาชนได้เห็นท่าทีและแนวคิดของผู้นำต่อประเด็นสำคัญของประเทศมากขึ้น.