โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝากหมาเจอเรียกแสน! เจ้าของป่วยขอคืนไม่ได้ รุ่นพี่อ้าง “รวยกว่าเลี้ยงดีกว่า”

เดลินิวส์

อัพเดต 22 เมษายน 2569 เวลา 23.15 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ปมร้อน

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. รายการโหนกระแสวันนี้ (22 เม.ย. 2569) พูดคุยกรณีหญิงเจ้าของหมามีอาการป่วยสโตรก น้องสาวที่เคยช่วยดูแลหมาก็เกิดมาป่วยตามกัน จึงได้นำหมาไปฝากให้รุ่นพี่ที่เคยรู้จักและช่วยเหลือกันมา นำไปดูแลชั่วคราว โดยหากหายป่วยแล้วจะไปรับคืน

คุณแพร เล่าว่า เริ่มต้นเลี้ยงกะทิ สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เพศผู้ มาตั้งแต่กะทิอายุได้เพียง 3 เดือน โดยอดีตแฟนเป็นคนซื้อมาให้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคุณแพรเลี้ยงดูกะทิเหมือนลูก นอนบนเตียงด้วยกันมาตลอดเป็นเวลาเกือบ 10 ปี จนกระทั่งในปี 2564 เกิดเหตุวิกฤติขึ้นเมื่อกะทิมีอาการฉี่ไม่ออก ซึ่งช่วงนั้นมีการประกาศเคอร์ฟิว ทำให้คุณแพรไม่สามารถพากะทิออกไปส่ง รพ. ได้เอง จึงได้โพสต์ขอความช่วยเหลือในกลุ่มสัตว์เลี้ยง ในตอนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งคือ ‘คุณนิกกี้’ เข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยช่วยหารถพยาบาลมารับกะทิไปส่งที่โรงพยาบาลสัตว์ และคุณนิกกี้ยังเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งกะทิป่วยเป็นนิ่วและต้องรักษาตัวอยู่นานเกือบ 2 เดือน โดยมีค่าใช้จ่ายรวมแล้วประมาณ 500,000 บาท

หลังจากเหตุการณ์ในปี 2564 คุณแพรและคุณนิกกี้ก็ติดต่อกันมาตลอด โดยคุณนิกกี้บอกว่ารักคุณแพรเหมือนน้องและเอ็นดูกะทิมาก ตลอด 4 ปีหลังจากนั้น คุณนิกกี้ยังคงให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายของกะทิอยู่เสมอ เช่น เมื่อจะพากะทิไปเที่ยวทะเล ก็จะโอนเงินมาให้ หรือโอนเงินมาให้ซื้อพัดลมไอเย็นให้กะทิเพราะกลัวกะทิร้อน

กระทั่งวันที่ 17 ก.พ. 2568 คุณแพรล้มป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ ร่างกายซีกขวาใช้งานไม่ได้และต้องเข้าห้อง ICU เมื่อคุณแพรฟื้นขึ้นมาในวันที่ 18 ก.พ. สิ่งแรกที่ทำคือการติดต่อหาคุณนิกกี้เพื่อขอฝากเลี้ยงกะทิชั่วคราว เพราะห่วงว่าหากตนเองเป็นอะไรไปจะไม่มีใครดูแลกะทิได้ ทางคุณนิกกี้ตกลงรับฝากและบอกว่าจะให้ลูกบุญธรรมคือ ‘คุณทีม’ มารับ พร้อมบอกว่าคุณทีมมีฐานะดี อาทิตย์หนึ่งไปทำงานแค่ 2 วัน และคุณนิกกี้ไว้ใจเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก

แต่ในช่วงแรก ‘คุณเพชร’ ซึ่งเป็นน้องสาวของคุณแพรได้ขอรับหน้าที่ดูแลกะทิเองก่อน โดยทำงานไปด้วยดูแลทั้งพี่สาวและกะทิทุกวัน ตั้งแต่ ก.พ. จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 2568 คุณเพชรเกิดล้มป่วยด้วยอาการสโตรกเช่นกัน เนื่องจากความเครียดสะสมเพราะตรวจเจอก้อนเนื้อ เมื่อทั้งพี่และน้องป่วย คุณแพรจึงได้ติดต่อกลับไปหาคุณนิกกี้อีกครั้งเพื่อฝากกะทิ โดยในวันที่ 16 ก.ย. 2568 คุณทีมได้ขับรถมารับกะทิไป ซึ่งมีการตกลงรับรู้กันชัดเจนว่าเป็นการฝากเลี้ยงเพียงชั่วคราวเท่านั้น และจะมารับคืนเมื่ออาการป่วยดีขึ้น

ในช่วงที่กะทิไปอยู่กับคุณทีม คุณแพรยังคงติดต่อสอบถามและขอวิดีโอคอลหากะทิ เช่น ในวันเกิดกะทิวันที่ 20 ก.ย. จนกระทั่งปลายเดือน ต.ค. เมื่อทราบผลตรวจชิ้นเนื้อของคุณเพชรว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง คุณแพรจึงแจ้งความประสงค์จะรับกะทิกลับคืน แต่ทางฝั่งคุณทีมเริ่มมีการบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่าอยากให้กะทิตรวจสุขภาพให้เรียบร้อยก่อนส่งคืนเพื่อให้คุณแพรสบายใจ หลังจากนั้นก็มีการผัดผ่อนไปเรื่อย ๆ จนวันที่ 20 ธ.ค. 2568 คุณแพรได้มีโอกาสไปเจอกับกะทิเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งในวันนั้นคุณทีมอ้างว่ายังคืนให้ไม่ได้เพราะหมอนัดตรวจในวันรุ่งขึ้น

ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 คุณแพรแจ้งว่าจะไปรับกะทิกลับคืนจริง ๆ แต่หลังจากที่คุณแพรพูดว่าจะไปรับคืน คุณทีมก็ขาดการติดต่อและไม่ตอบข้อความอีกเลยตั้งแต่นั้น ในวันที่ 15 ก.พ. คุณแพรจึงตัดสินใจเดินทางไปหาคุณทีมที่บ้าน เมื่อไปถึงได้เจอกับคุณแม่ของคุณทีม ซึ่งแม่บอกว่าหากต้องการสุนัขคืนต้องนำเงิน 100,000 บาท มาจ่าย แม้คุณแพรจะพยายามเจรจาขอจ่าย 20,000 บาทเพื่อขอรับน้องคืนก่อน แต่แม่ไม่ยินยอมและยืนยันว่าต้องจ่ายเต็มจำนวนเท่านั้น ก่อนจะเดินเข้าบ้านและล็อกประตูใส่

หลังจากเกิดเหตุคุณแพรได้โทรฯ แจ้งสายตรวจ แต่ตำรวจทำอะไรไม่ได้ จึงไปแจ้งความที่ สน.มีนบุรี ในคืนนั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความโดยอ้างว่าไม่ใช่พื้นที่เกิดเหตุและให้กลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ส่งมอบสุนัข วันรุ่งขึ้นคุณแพรไปที่ สน.หนองค้างพลู ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านของตน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่รับแจ้งความอีก โดยระบุว่าไม่ใช่คดีอาญาแต่เป็นคดีแพ่ง และแนะนำให้ไปจ้างทนายฟ้องร้องเอง จนกระทั่งคุณแพรต้องขอความช่วยเหลือผ่านเพจต่าง ๆ และได้รับความช่วยเหลือจากทนายของทางคุณวัน อยู่บำรุง เข้ามาช่วยคุยกับตำรวจ สน.หนองค้างพลู จึงมีการรับแจ้งความและสอบปากคำในที่สุด และต่อมาคดีก็ถูกส่งไปที่ สน.มีนบุรี ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งให้ทราบว่าคู่กรณีได้เข้ามาให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว แต่ให้รายละเอียดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องในสำนวน

ต่อมา ทางรายการได้ติดต่อหาคุณนิกกี้ ซึ่งคุณนิกกี้ยืนยันว่าตอนนี้กะทิยังอยู่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก ทางคุณทีมเลี้ยงดีและให้การรักษาอย่างดี และมองว่าทางคุณแพรและน้องสาวอาจจะไม่มีกำลัง เพราะที่ผ่านมาตนก็ช่วยเหลือทั้งคนทั้งหมามาโดยตลอด

พร้อมบอกว่าตัวเองเป็นคนกลาง แต่หากจะถามความเห็นตนก็อยากให้หมาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และตอนนี้ตนมองว่ากะทิมีคนดูแลที่ดีแล้ว

ต่างฝ่ายต่างยืนยันในความเห็นของตัวเอง จนพี่หน่วงปวดหัว ถึงกับถามหากะทิ ขอสายกะทิ อยากจะถามว่ากะทิอยากอยู่กับใคร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...