INSET ทำสถิติขาขึ้น กินยาวดาต้าเซ็นเตอร์
#INSET #ทันหุ้น – INSET อวดแบ็กล็อก 5,038 ล้านบาท ทำจุดสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่ 7,527 ล้านบาท คาดจะทราบผลในปีนี้ประมาณ 3,000 – 4,000 ล้านบาท ลั่นผลงานไตรมาส 2/2569 โตต่อเนื่อง ชี้ถ้าผลการประมูลเป็นไปตามแผน รวมถึงส่งมอบงานได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ในสัญญา จะส่งผลให้ผลงานทั้งปี 2569 ทำออลไทม์ไฮ
นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ผู้ให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 5,038 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ของบริษัท จากสิ้นไตรมาส 1/2569 ที่มีประมาณ3,900 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้ในทุกๆ ไตรมาส ตามเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของงานในแต่ละโครงการ
ทั้งนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการยื่นประมูลและรอผลอยู่อีก 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7,527 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการ Data Center และ Hyperscale Data Center จำนวน 5 โครงการ, งานด้านโทรคมนาคมและงานระบบรวม (SI) จำนวน 3 โครงการ และงานบำรุงรักษา จำนวน 1 โครงการ
@Q2 ส่งสัญญาณโตต่อ
โดยบริษัทคาดว่าจะได้รับงานทั้งหมดหรือได้รับงานใหม่ได้มากที่สุด ซึ่งภายในปีนี้จะทราบผลการประมูลประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 4-5 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ3,000 – 4,000 ล้านบาท และจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ไตรมาส 2 นี้ จึงส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังมีทิศทางที่ดีและมีโอกาสเติบโตโดดเด่นกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากงานโครงการต่างๆ เข้ามาใหม่ รวมถึงทยอยส่งมอบงานตามสัญญาเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
ดังนั้นจึงคาดว่าBacklog ณ สิ้นปี 2569 มีโอกาสที่จะขึ้นไปแตะระดับ6,000 – 7,000 ล้านบาท หากชนะการประมูลตามแผน และบริษัทยังมีความคาดหวังรวมถึงพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลประกอบการทั้งรายได้และกำไรในปีนี้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดใหม่ (All Time High) หากสามารถส่งมอบงานได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ในสัญญา
@ขยายฐานรายได้ประจำ
ขณะที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากRecurring Income ประมาณ 177 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2569 จำนวน 32 ล้านบาท และในปี 2570 อีก 144 ล้านบาท อีกทั้งกำลังจะขยายรายได้จากธุรกิจนี้ เนื่องจากเมื่อการก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่เหล่านี้เสร็จสิ้น บริษัทมีแผนจะรับงานบำรุงรักษาต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากเป็นผู้วางระบบทั้งหมดและมีความเข้าใจในโครงสร้างดีที่สุด
อย่างไรก็ดีธุรกิจ Data Center ยังคงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก และมักจะมีงานเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มจำนวนห้องหรือพื้นที่ใช้งานเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันคาดว่าการลงทุนในกลุ่มนี้เพิ่งเริ่มต้นเพียง 10% เท่านั้น และยังมีสเกลการลงทุนอีกกว่า 80-90% ที่กำลังจะตามมา
ซึ่งความเสี่ยงในธุรกิจ Data Center คือ ปัจจัยหน้างานที่อาจทำให้งานล่าช้า เช่น สภาพอากาศ หรืออุปสรรคทางเทคนิค ซึ่งบริษัทได้วางแผนสำรองและการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ไว้แล้ว โดยในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ทำให้ในปีนี้ไม่ได้มีการลงทุนมากนัก นอกจากนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเพิ่มบุคลากรและเตรียมความพร้อมทีมงานชุดใหม่ เพื่อรองรับงานใหม่ที่กำลังจะเข้ามา