โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่พิการยังทำใจไม่ได้สูญเสีย “น้องอาร์ต” หนุ่มกตัญญูเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์

เดลินิวส์

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ครอบครัวร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้สูญเสียเสาหลัก

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นางกองแก้ว คุลธิ อายุ 48 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของนายสิทธิพงษ์ ไชโย หรือ “น้องอาร์ต” อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง เพื่อรับร่างน้องอาร์ตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

นางกองแก้ว กล่าวทั้งน้ำตาว่า น้องอาร์ตเพิ่งตัดสินใจเข้ามาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เพียง 1 เดือน ก่อนหน้านี้ไม่ได้เรียนหนังสือ เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน โดยตนเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ จึงผูกพันกันเหมือนลูกแท้ๆ เคยพากันไปทำงานก่อสร้าง สู้ชีวิตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก

สิ่งที่ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดที่สุด คือความกตัญญูของน้องอาร์ต เพราะการเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพียงต้องการหาเงินส่งกลับไปดูแลแม่ที่พิการ ก่อนเดินทาง น้องอาร์ตได้เข้ามาลาตน พร้อมบอกว่า “ผมไปทำงานแล้วนะ” ตนจึงบอกให้ตั้งใจอดทนทำงาน เพื่อเก็บเงินกลับไปสร้างบ้านใหม่ให้แม่ เพราะครอบครัวลำบาก พ่อเสียชีวิตแล้ว ส่วนแม่ก็พิการ ไม่มีคนดูแล

นางกองแก้ว เล่าต่อว่า หลังเดินทางมาทำงาน น้องอาร์ตเพิ่งโทรศัพท์กลับมาหาเพียงครั้งเดียว พร้อมบอกด้วยความหวังว่า “ทำงานที่นี่ดีอยู่ เดี๋ยวจะเก็บเงินลงมาทำบ้านให้แม่” ไม่คิดว่าจะเป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย

ญาติเศร้าหนุ่มวัย 20 เหยื่อโศกนาฏกรรม ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิตเป็นรายที่ 29

“น้องอาร์ตเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของครอบครัวในการหาเงินร่วมกับพี่น้อง ไม่เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวเถลไถล ไปเที่ยวกลางคืนมา เช้าก็ยังลุกไปทำงานได้ตามปกติ ครอบครัวไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาสูญเสียน้องชายไปอย่างกะทันหันแบบนี้”

ส่วนเรื่องการเยียวยา ครอบครัวยอมรับว่ายังมีความกังวล เพราะเป็นห่วงอนาคตของแม่ที่พิการและไม่มีผู้ดูแล เบื้องต้นมีเพื่อนร่วมงานของน้องอาร์ต ติดต่อประสานเรื่องเอกสาร เพื่อให้ทางร้านดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้ในภายหลัง

ด้าน นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง กล่าวว่า ตนเป็นคนในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี บ้านอยู่ใกล้กับบ้านของน้องอาร์ต จึงทราบดีว่าน้องอาร์ตเป็นเด็กกตัญญู คนในชุมชนต่างรู้สึกเสียดายและอาลัยต่อการจากไป เพราะเป็นคนสู้ชีวิต ทำงานเพื่อครอบครัวที่ยากจนมาโดยตลอด

พร้อมมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสถานบันเทิงอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องการจัดโซนนิ่งสถานบันเทิงให้เหมาะสม การควบคุมวัสดุก่อสร้างที่พบว่าหลายแห่งใช้วัสดุราคาถูกซึ่งเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายเรื่องเวลาเปิด-ปิดสถานบริการ ที่แม้กฎหมายกำหนดให้ปิดเวลา 02.00 น. แต่ในความเป็นจริงกลับยังเปิดให้บริการเกินเวลา

นายวสวรรธน์ ย้ำว่า หากกฎหมายมีความเข้มงวด และเจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่มีการเรียกรับส่วยหรือผลประโยชน์จากผู้ประกอบการ กฎหมายก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่ต้องมาถอดบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้อีก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...