โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุฯ เผยไทยฝนลดหลัง 15 ก.ค. แต่ยังเสี่ยงฝนหนักบางพื้นที่ เตือนน้ำท่วม!

ไทยโพสต์

อัพเดต 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.38 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า หลังผ่านช่วงฝนตกหนัก 14-15 ก.ค. ระบุประเทศไทยฝนเริ่มลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีคลื่นสูง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวัง

14 กรกฎาคม 2569 - กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศ 7 วันล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 16-20 กรกฎาคม สถานการณ์ฝนโดยรวมจะเริ่มลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลง

กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงดังกล่าวบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย คลื่นลมจะลดกำลังลงเป็นระดับปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

สำหรับข้อควรระวัง กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากยังอาจมีฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ลาดเชิงเขา และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน

ขณะที่ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากอาจมีคลื่นสูงและลมแรงในบางช่วง

คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2569

ภาคเหนือ
ช่วงวันที่ 14-16 และ 19-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 17-18 กรกฎาคม ฝนฟ้าคะนองลดลงเหลือร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ช่วงวันที่ 14-16 และ 19-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยเฉพาะตอนบนของภาคมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 17-18 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม ฝนฟ้าคะนองลดลงเหลือร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยวันที่ 14 กรกฎาคม มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยทะเลอันดามันยังมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...