กรมอุตุฯ เผยไทยฝนลดหลัง 15 ก.ค. แต่ยังเสี่ยงฝนหนักบางพื้นที่ เตือนน้ำท่วม!
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า หลังผ่านช่วงฝนตกหนัก 14-15 ก.ค. ระบุประเทศไทยฝนเริ่มลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีคลื่นสูง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวัง
14 กรกฎาคม 2569 - กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศ 7 วันล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 16-20 กรกฎาคม สถานการณ์ฝนโดยรวมจะเริ่มลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลง
กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงดังกล่าวบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย คลื่นลมจะลดกำลังลงเป็นระดับปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
สำหรับข้อควรระวัง กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากยังอาจมีฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ลาดเชิงเขา และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
ขณะที่ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากอาจมีคลื่นสูงและลมแรงในบางช่วง
คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2569
ภาคเหนือ
ช่วงวันที่ 14-16 และ 19-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 17-18 กรกฎาคม ฝนฟ้าคะนองลดลงเหลือร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ช่วงวันที่ 14-16 และ 19-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยเฉพาะตอนบนของภาคมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 17-18 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม ฝนฟ้าคะนองลดลงเหลือร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยวันที่ 14 กรกฎาคม มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยทะเลอันดามันยังมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนวันที่ 16-20 กรกฎาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.00 น.