ยกระดับรับมืออุทกภัย ให้อำนาจสถานศึกษาปิดเรียนได้ทันที หากเสี่ยงน้ำท่วม
รัฐบาลยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสามารถสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราวได้ทันที หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหรือภัยพิบัติรุนแรง พร้อมปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ หรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา
วันนี้ (7 มิ.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างใกล้ชิด หลังพบว่าแนวโน้มของอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยเฉพาะในปี 2568 พบว่ามีสถานศึกษาได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเกือบ 2,000 แห่ง และมีนักเรียนได้รับผลกระทบมากกว่า 160,000 คน อีกทั้งหลายโรงเรียนยังเผชิญเหตุอุทกภัยซ้ำซ้อนในพื้นที่เดิม
ศธ.ปรับแผนรับมือน้ำท่วมเชิงรุก ให้อำนาจโรงเรียนสั่งปิดเรียนได้ทันที
กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดปรับแนวทางการทำงานจากการตั้งรับเป็นการดำเนินงานเชิงรุก โดยกำชับให้สถานศึกษาทั่วประเทศติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประสานงานกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ ได้ให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาสามารถประเมินความเสี่ยงและสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันที หากเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากร
ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ โรงเรียนสามารถปรับรูปแบบการเรียนเป็น Online, On-Hand หรือ On-Demand ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
เน้นดูแลสุขภาพจิตนักเรียน ลดความเครียดช่วงวิกฤต
รัฐบาลยังได้กำชับให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่อนปรนเรื่องการบ้าน การวัดผล และการสอบในช่วงเกิดภัยพิบัติ เพื่อช่วยลดความกดดันและดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้รับมอบหมายให้เตรียมพื้นที่ปลอดภัยภายในสถานศึกษา เพื่อรองรับการเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวสำหรับประชาชนในพื้นที่ หากเกิดเหตุจำเป็นต้องอพยพ
รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เร่งส่งถุงยังชีพถึงพื้นที่ประสบภัย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกโรงเรียนต้องรายงานสถานการณ์ผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์ โดยใช้แอปพลิเคชัน Line เพื่อให้หน่วยงานส่วนกลางสามารถอนุมัติการช่วยเหลือ ทั้งถุงยังชีพ อุปกรณ์การศึกษา และสิ่งของจำเป็นได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการของพื้นที่
เดินหน้าฟื้นฟูหลังน้ำลด ซ่อมโรงเรียน-จัดสอบชดเชย
สำหรับมาตรการระยะยาว รัฐบาลมุ่งเน้นการฟื้นฟูสถานศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต โดยหลังสถานการณ์คลี่คลาย โรงเรียนจะต้องเร่งจัดทำแผนการเรียนและการสอบชดเชย รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทนที่ได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน จะมีการประสานความร่วมมือกับศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของสถานศึกษาอาชีวศึกษา ส่งทีมช่างเข้าซ่อมแซมอาคารเรียนและสิ่งก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมรายงานความเสียหายเพื่อขอรับงบประมาณซ่อมแซมจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามระเบียบเร่งด่วน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำทั้งในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ ลดความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาว ภายใต้เป้าหมายสร้างความปลอดภัยทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดอัตราค่าตอบแทนใหม่ “ครูผู้ช่วย” สูงสุด 19,120 บาท - ปรับสถานะ 7,588 อัตรา
- เปิด 5 ภารกิจหลักแก้วิกฤตการศึกษาไทย ลดภาระครู คืนอนาคตให้เด็ก
- ศธ. เตรียมเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ - ขอพระราชทานเครื่องราชฯ “ ผอ.ศศิพัชร ”
- “นฤมล” ผลักดัน “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ” เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ สำเร็จ
- “นฤมล” เร่งสำรวจความเสียหายโรงเรียน หลังน้ำท่วมหาดใหญ่