โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

30 นาที หลังมื้ออาหาร "ชี้ชะตาอายุขัย" ใครทำ 3 พฤติกรรมนี้ ไม่ต่างจากระเบิดเวลา!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หลังอาหาร 30 นาที อย่าทำ 3 พฤติกรรมนี้ ทำลายระบบในร่างกายพังเงียบๆ เหมือนระเบิดเวลา!

หลังอาหาร 30 นาที อย่าทำ 3 พฤติกรรมนี้ ทำลายระบบในร่างกายพังเงียบๆ เหมือนระเบิดเวลา!

หลายคนอาจคิดว่า หลังมื้ออาหารจะทำอะไรก็ได้ เพราะกินเสร็จแล้วก็จบไป แต่ความจริงแล้วช่วงเวลาหลังอาหารเป็นช่วงที่ระบบย่อยอาหารกำลังเริ่มทำงาน ร่างกายต้องจัดสรรเลือดและพลังงานไปช่วยกระเพาะอาหารและลำไส้ย่อยอาหารให้เป็นปกติ

ข้อมูลจาก National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases หรือ NIDDK ระบุว่า ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการตอนกลางคืนหรือขณะนอน ควรเว้นระยะมื้ออาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเอนตัวหรือนอนลง ขณะที่ Mayo Clinic ให้ข้อมูลว่า การดื่มน้ำระหว่างหรือหลังอาหารโดยทั่วไปไม่ได้ทำลายระบบย่อยอาหาร แต่การดื่มมากเกินไปหรือดื่มเครื่องดื่มหวานแทนน้ำเปล่าเป็นประจำ อาจไม่เหมาะกับสุขภาพโดยรวม

ทำไม 30 นาทีหลังอาหารจึงสำคัญ

หลังรับประทานอาหาร ร่างกายจะเริ่มกระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหาร เลือดส่วนหนึ่งจะไหลเวียนไปยังระบบทางเดินอาหารมากขึ้น เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหาร ลำไส้ และเอนไซม์ต่างๆ ทำงานได้อย่างเหมาะสม

แม้คำกล่าวที่ว่า “30 นาทีหลังอาหารมีผลต่ออายุขัย” อาจฟังดูรุนแรงเกินจริง แต่พฤติกรรมหลังมื้ออาหารมีผลต่ออาการแน่นท้อง กรดไหลย้อน ระดับน้ำตาลในเลือด และความสบายตัวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคกรดไหลย้อน

3 พฤติกรรมหลังอาหารที่ควรเลี่ยง

1. ออกกำลังกายหนักทันทีหลังวางช้อน

หลายคนเข้าใจว่า กินเสร็จแล้วรีบออกกำลังกายทันทีจะช่วยเผาผลาญแคลอรีได้เร็วขึ้น แต่หลังอาหารไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการวิ่ง กระโดด ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก เพราะร่างกายยังต้องใช้พลังงานกับระบบย่อยอาหาร

การออกแรงหนักทันทีอาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง จุกเสียด คลื่นไส้ หรือกรดไหลย้อนในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่กินอิ่มมากหรือมีปัญหากระเพาะอาหารอยู่แล้ว ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือพักสักครู่ แล้วขยับตัวเบาๆ เช่น เดินช้าๆ หรือยืดเส้นเล็กน้อย

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร International Journal of General Medicine พบว่า การเดินหลังอาหารแบบเบาๆ อาจช่วยเรื่องการควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดได้ในบางกลุ่ม แต่ไม่ใช่การออกกำลังกายหนักทันทีหลังมื้ออาหาร ดังนั้น “เดินเบาๆ” กับ “ออกแรงหนัก” จึงไม่ควรถูกเข้าใจว่าเหมือนกัน

2. นอนราบหรืองีบทันทีหลังกินอิ่ม

อาการง่วงหลังมื้ออาหารเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่การเอนตัวหรือนอนราบทันทีอาจทำให้กรดและอาหารในกระเพาะไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคกรดไหลย้อนหรือมีอาการแสบร้อนกลางอกเป็นประจำ

NIDDK แนะนำว่า ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนตอนกลางคืนหรือเมื่ออยู่ในท่านอน ควรกินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดอาการ ส่วนคนทั่วไป หากรู้สึกง่วงหลังกินอิ่ม ควรนั่งพักในท่าตรง เดินเบาๆ หรือทำกิจกรรมสบายๆ แทนการล้มตัวลงนอนทันที

3. ดื่มน้ำรวดเดียวมากๆ หรือเลือกเครื่องดื่มหวานเย็นจัด

การดื่มน้ำหลังอาหารไม่ใช่เรื่องต้องห้าม Mayo Clinic ระบุว่า น้ำไม่ได้ทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหาหรือทำให้น้ำย่อยเจือจางจนย่อยอาหารไม่ได้อย่างที่หลายคนกังวล ตรงกันข้าม น้ำยังช่วยให้การย่อยอาหารและการเคลื่อนตัวของอาหารในระบบทางเดินอาหารเป็นไปได้ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือการดื่มรวดเดียวในปริมาณมากจนแน่นท้อง หรือดื่มเครื่องดื่มหวานเย็นจัด เช่น ชานม น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มน้ำตาลสูงทันทีหลังกินอิ่ม เพราะอาจเพิ่มพลังงาน น้ำตาล และทำให้บางคนรู้สึกอืด แน่นท้อง หรือไม่สบายท้องได้

สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคไต หรือโรคตับ Mayo Clinic แนะนำว่าควรปรึกษาทีมแพทย์เกี่ยวกับปริมาณน้ำที่เหมาะสม เพราะบางโรคจำเป็นต้องจำกัดปริมาณน้ำตามภาวะสุขภาพ

หลังอาหารควรทำอะไร ถึงดีต่อสุขภาพมากกว่า

หลังอาหารไม่จำเป็นต้องนั่งนิ่งทั้งวัน แต่ควรให้ร่างกายมีเวลาปรับตัว ไม่เร่งให้กระเพาะและลำไส้รับภาระมากเกินไป สิ่งที่เหมาะสมคือการนั่งพักในท่าที่สบายแต่ไม่เอนราบ หรือเดินเบาๆ ในระยะสั้นๆ หากไม่มีอาการผิดปกติ

  • นั่งตัวตรงหรือเดินช้าๆ หลังอาหาร เพื่อช่วยให้รู้สึกสบายท้อง
  • หลีกเลี่ยงการวิ่ง กระโดด ยกของหนัก หรือออกกำลังกายเข้มข้นทันที
  • ไม่ล้มตัวลงนอนทันที โดยเฉพาะคนที่มีอาการกรดไหลย้อน
  • จิบน้ำเปล่าพอเหมาะ แทนการดื่มรวดเดียวมากๆ หรือเลือกเครื่องดื่มหวานจัด
  • กินช้า เคี้ยวให้ละเอียด และหยุดเมื่ออิ่มพอดี เพื่อลดภาระของระบบย่อยอาหาร

ช่วง 30 นาทีหลังอาหารอาจไม่ได้เป็น “ช่วงชี้ชะตาอายุขัย” แบบทันทีทันใด แต่เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนพฤติกรรมสุขภาพของเราได้ชัดเจนมาก หากกินอิ่มแล้วออกแรงหนัก นอนราบทันที หรือดื่มเครื่องดื่มหวานเย็นจัดเป็นประจำ ร่างกายอาจส่งสัญญาณเป็นอาการแน่นท้อง กรดไหลย้อน น้ำหนักขึ้น หรือควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากขึ้นในระยะยาว

การดูแลสุขภาพหลังอาหารจึงไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แค่พักให้พอดี ขยับให้เบา ดื่มให้เหมาะ และไม่กินจนแน่นเกินไป ก็ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานสบายขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในทุกวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...