พระประวัติ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HELLO! Magazine Thailandพระประวัติ และ พระกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ประสูติ
วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
การศึกษา
- อนุบาล ประถมและมัธยมต้น ณ โรงเรียนราชินี
- มัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา
- ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2544) (เกียรตินิยมอันดับ 2)
- ปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
- เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา 2547
- ปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ (LL.M.) มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาเอกด้านนิติศาสตร์ (J.S.D.) มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา
พระกรณียกิจ
ด้านกฎหมาย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ ทรงเริ่มดำรงตำแหน่งเป็นอัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ในปี พ.ศ. 2549 และทรงงานด้านอัยการในสำนักงาน และสำนักงานอัยการประจำจังหวัดต่างๆ หลายแห่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ทรงเป็นเอกอัครราชทูต (นักบริหารระดับสูง) ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐออสเตรีย, ประเทศสโลวาเกีย และประเทศสโลวีเนีย นอกจากนี้ยังทรงงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
โครงการกำลังใจ ในพระดำริ
จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อปี พ.ศ. 2549 เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว ประเทศไทยได้นำเสนอแนวคิดและการดำเนินงานภายใต้โครงการกำลังใจต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice – CCPCJ) สมัยที่ 17 ที่กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ในปี พ.ศ. 2551 ซึ่งได้รับการตอบรับและความสนใจจากประเทศสมาชิกอย่างดียิ่ง
สืบเนื่องจากความสำเร็จของโครงการกำลังใจ กระทรวงยุติธรรมได้จัดตั้งโครงการ Enhancing Lives of Female Inmates (ELFI) หรือ โครงการจัดทำข้อเสนอในนามประเทศไทยเพื่อผลักดัน ให้เป็นข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง เมื่อ พ.ศ. 2551 จนประสบผลสำเร็จ และได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 65 ในปี พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ การตั้งชื่อย่อของข้อกำหนดสหประชาชาติฉบับนี้ว่า “ข้อกำหนดกรุงเทพ” เนื่องมาจาก องค์การสหประชาชาติต้องการให้เกียรติประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ริเริ่มผลักดันจนข้อกำหนด ดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
ด้านสังคม
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เริ่มต้นจากการดำเนิน โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ครั้งมีอุทกภัยครั้งร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2538 และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จนภาคราชการและองค์กรการกุศลที่มีอยู่มิอาจให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง โดยช่วงเช้าวันที่ 29 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จออกรับน้ำใจจากผู้ไม่ประสบอุทกภัยที่สถานีบริการน้ำมัน ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย ได้เสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด จากนั้นมาโครงการฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิที่ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ
เป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 โดยประทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิ ณภาฯ ในปัจจุบัน ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา “จัน” และ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา “ธรา” โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป
มูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดระยอง ในช่วงที่พระองค์ทรงเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้ประชาชน” จังหวัดระยอง ครั้งที่ 11 เมื่อวันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง มีประชาชนขอเข้ามาปรึกษาปัญหา และขอความช่วยเหลือกรณีช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่า ทำลายพืชผลทางการเกษตร และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการและพระราชทานชื่อว่าโครงการ “พัชรสุธาคชานุรักษ์” ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงเปิดการประชุมโครงการฯ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 รวมทั้งจัดตั้งมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2564 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ แก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า รวมทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ โดยมีวัตถุประสงค์โครงการเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ การดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง ในทัณฑสถานและเรือนจำต่าง ๆ
ด้านกีฬา
สโมสรบีบีจี (BBG : Bounce Be Good – บาวซ์ บี กู้ด)
โครงการในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เคยกระทำความผิด และขาดโอกาส โดยเริ่มต้นดำเนินงานภายใต้สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯ จึงทำให้โครงการ BOUNCE BE GOOD ในพระดำริฯ พัฒนามาเป็นสโมสรกีฬาบีบีจี หรือ BBG CLUB (บีบีจี คลับ) ในปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาทักษะด้านกีฬาและดูแลคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน จนสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือประกอบอาชีพในสายอาชีพด้านกีฬา เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ตลอดจนสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติต่อไปในอนาคต
ด้านทหาร
พระกรณียกิจ ด้านทหาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงรับยศร้อยตรีหญิง และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. 2543 ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประดับยศ ‘พลเอกหญิง’ พระราชทาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต นอกจากนี้ยังทรงได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ และพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นเสนาธิการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (ในหลวง พระราชทานพระยศพลเอกหญิงแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา)
ชีวิตส่วนพระองค์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีพระขนิษฐาและพระอนุชาต่างพระมารดา 2 องค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
นอกจากพระปรีชาด้านกฏหมาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ ยังมีพระปรีชาด้านกีฬาหลายชนิด อาทิ แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส, ขี่ม้า, ปั่นจักรยาน, วิ่งเทรล รวมถึงไตรกีฬา เป็นต้น และยังทรงร่วมการแข่งขันสุนัขใช้งานตามมาตรฐานสากล (IGP) ‘Thailand Working Dog Championship by Royal Thai Army 2022’ (TWD 2022) ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งระหว่างวันที่ 10 – 18 ธันวาคม 2565 ณ สนามฝึกสุนัข กองพันสุนัขทหาร และพื้นที่ ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พระอิสริยยศ
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 — 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562)
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 — ปัจจุบัน)
Credit Photo: สำนักพระราชวัง/ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)/ BBG/ Facebook HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya/ Facebook เรารัก สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา : Our Beloved HRH Princess Bajrakitiyabha/ โครงการกำลังใจฯ