โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาซาเผยผลวิจัยอุกกาบาตตกใหม่ปี พ.ศ. 2567 พบหลักฐานน้ำเค็มโบราณและสารตั้งต้นชีวิต

SPACEMAN

อัพเดต 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ความลับของสายน้ำโบราณและจุดกำเนิดสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม กำลังถูกเปิดเผยผ่านหินอวกาศสภาพสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่ง ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารไซแอนซ์แอดวานเซส (Science Advances) เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า ทีมวิจัยของนาซาร่วมกับสถาบันเซติ (SETI Institute) ประสบความสำเร็จในการไขปริศนาโครงสร้างเคมีของอุกกาบาตฮิลส์โบโรห์ (Hillsborough) ซึ่งตกลงสู่พื้นโลกเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ความพิเศษของงานวิจัยนี้เกิดจากการที่นักดาราศาสตร์สมัครเล่นเจ้าของพื้นที่รับรู้ถึงคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ เขาใช้ถุงมือป้องกันเก็บชิ้นส่วนห่อด้วยฟอยล์อะลูมิเนียมและบรรจุในภาชนะแก้วทันที ทำให้แร่ธาตุที่เปราะบางและสารประกอบอินทรีย์ไม่ถูกทำลายหรือปนเปื้อนจากความชื้นและสภาพอากาศบนโลก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลจากกล้องวิดีโอที่บันทึกภาพลูกไฟดวงนี้ขณะพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกมาคำนวณย้อนกลับ ร่วมกับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ จนสามารถระบุได้ว่าอุกกาบาตนี้มีจุดกำเนิดมาจากแถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt) บริเวณกลุ่มดาวเคราะห์น้อยเอริโกนี (Erigone asteroid family) ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของดาวเคราะห์น้อยดอนัลด์โจแฮนสัน (Donaldjohanson) ที่ยานอวกาศลูซี (Lucy) เคยเดินทางไปสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2568 หินอวกาศฮิลส์โบโรห์จัดอยู่ในกลุ่มคาร์บอนาเชียสคอนไดรต์ชนิดซีเอ็ม (CM carbonaceous chondrites) ซึ่งเป็นกลุ่มหินดึกดำบรรพ์ที่บันทึกกระบวนการทางเคมีของดาวเคราะห์น้อยเมื่อกว่า 4,500 ล้านปีก่อนเอาไว้

จากการใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนกำลังขยายสูงส่องลึกลงไปถึงระดับอะตอม นักแร่ธาตุวิทยาพบรอยแตกขนาดเล็กจิ๋วที่เต็มไปด้วยสารประกอบโซเดียม ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดจากน้ำเกลือโบราณ (Brines) ไหลผ่านชั้นหินในอดีต น้ำเกลือเข้มข้นนี้ทำหน้าที่สารละลายแร่ธาตุและเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของดาวเคราะห์น้อยดวงแม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการตรวจพบเกลือโซเดียมคาร์บอเนตที่เปราะบางมาก ซึ่งปกติจะทำปฏิกิริยากับความชื้นบนโลกจนสลายตัวไปก่อนได้ศึกษา

การค้นพบเกลือชนิดนี้ในอุกกาบาตชนิดซีเอ็มถือเป็นครั้งแรกของโลก โดยมันมีลักษณะคล้ายคลึงกับตัวอย่างหินที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) ในภารกิจยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ (OSIRIS-REx) และดาวเคราะห์น้อยริวกู (Ryugu) ในภารกิจยานอวกาศฮายาบูซะ2 (Hayabusa2) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) บ่งชี้ว่าน้ำเกลือโบราณอาจกระจายตัวอยู่ทั่วไปในดาวเคราะห์น้อยยุคแรกเริ่มมากกว่าที่เคยคาดกันไว้

นอกจากเรื่องของระบบน้ำแล้ว นักเคมีอินทรีย์ยังตื่นเต้นกับความซับซ้อนของกรดอะมิโนและสารประกอบอินทรีย์ที่พบในอุกกาบาตดวงนี้ ซึ่งมีความหลากหลายเทียบเท่ากับอุกกาบาตเมอร์ชิสัน (Murchison meteorite) น้ำหนักเกือบ 100 กิโลเมตรที่เคยตกในออสเตรเลียเมื่อปี พ.ศ. 2512 ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า เศษซากดาวเคราะห์น้อยที่มีคาร์บอนสูงเหล่านี้ทำหน้าที่ลำเลียงองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตมายังโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การแกะรอยประวัติศาสตร์ของน้ำข้ามห้วงเวลาหลายพันล้านปีในครั้งนี้ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการทำความเข้าใจจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เพราะการออกตามหาน้ำในจักรวาล แท้จริงแล้วคือการตามหาเส้นทางของการกำเนิดสิ่งมีชีวิตนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง: NASA/Victoria Segovia

  • NASA Study of Pristine Meteorite Adds to Story of Ancient Asteroids
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...