นาซาเผยผลวิจัยอุกกาบาตตกใหม่ปี พ.ศ. 2567 พบหลักฐานน้ำเค็มโบราณและสารตั้งต้นชีวิต
ความลับของสายน้ำโบราณและจุดกำเนิดสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม กำลังถูกเปิดเผยผ่านหินอวกาศสภาพสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่ง ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารไซแอนซ์แอดวานเซส (Science Advances) เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า ทีมวิจัยของนาซาร่วมกับสถาบันเซติ (SETI Institute) ประสบความสำเร็จในการไขปริศนาโครงสร้างเคมีของอุกกาบาตฮิลส์โบโรห์ (Hillsborough) ซึ่งตกลงสู่พื้นโลกเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ในรัฐนิวเจอร์ซีย์
ความพิเศษของงานวิจัยนี้เกิดจากการที่นักดาราศาสตร์สมัครเล่นเจ้าของพื้นที่รับรู้ถึงคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ เขาใช้ถุงมือป้องกันเก็บชิ้นส่วนห่อด้วยฟอยล์อะลูมิเนียมและบรรจุในภาชนะแก้วทันที ทำให้แร่ธาตุที่เปราะบางและสารประกอบอินทรีย์ไม่ถูกทำลายหรือปนเปื้อนจากความชื้นและสภาพอากาศบนโลก
ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลจากกล้องวิดีโอที่บันทึกภาพลูกไฟดวงนี้ขณะพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกมาคำนวณย้อนกลับ ร่วมกับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ จนสามารถระบุได้ว่าอุกกาบาตนี้มีจุดกำเนิดมาจากแถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt) บริเวณกลุ่มดาวเคราะห์น้อยเอริโกนี (Erigone asteroid family) ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของดาวเคราะห์น้อยดอนัลด์โจแฮนสัน (Donaldjohanson) ที่ยานอวกาศลูซี (Lucy) เคยเดินทางไปสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2568 หินอวกาศฮิลส์โบโรห์จัดอยู่ในกลุ่มคาร์บอนาเชียสคอนไดรต์ชนิดซีเอ็ม (CM carbonaceous chondrites) ซึ่งเป็นกลุ่มหินดึกดำบรรพ์ที่บันทึกกระบวนการทางเคมีของดาวเคราะห์น้อยเมื่อกว่า 4,500 ล้านปีก่อนเอาไว้
จากการใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนกำลังขยายสูงส่องลึกลงไปถึงระดับอะตอม นักแร่ธาตุวิทยาพบรอยแตกขนาดเล็กจิ๋วที่เต็มไปด้วยสารประกอบโซเดียม ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดจากน้ำเกลือโบราณ (Brines) ไหลผ่านชั้นหินในอดีต น้ำเกลือเข้มข้นนี้ทำหน้าที่สารละลายแร่ธาตุและเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของดาวเคราะห์น้อยดวงแม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการตรวจพบเกลือโซเดียมคาร์บอเนตที่เปราะบางมาก ซึ่งปกติจะทำปฏิกิริยากับความชื้นบนโลกจนสลายตัวไปก่อนได้ศึกษา
การค้นพบเกลือชนิดนี้ในอุกกาบาตชนิดซีเอ็มถือเป็นครั้งแรกของโลก โดยมันมีลักษณะคล้ายคลึงกับตัวอย่างหินที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) ในภารกิจยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ (OSIRIS-REx) และดาวเคราะห์น้อยริวกู (Ryugu) ในภารกิจยานอวกาศฮายาบูซะ2 (Hayabusa2) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) บ่งชี้ว่าน้ำเกลือโบราณอาจกระจายตัวอยู่ทั่วไปในดาวเคราะห์น้อยยุคแรกเริ่มมากกว่าที่เคยคาดกันไว้
นอกจากเรื่องของระบบน้ำแล้ว นักเคมีอินทรีย์ยังตื่นเต้นกับความซับซ้อนของกรดอะมิโนและสารประกอบอินทรีย์ที่พบในอุกกาบาตดวงนี้ ซึ่งมีความหลากหลายเทียบเท่ากับอุกกาบาตเมอร์ชิสัน (Murchison meteorite) น้ำหนักเกือบ 100 กิโลเมตรที่เคยตกในออสเตรเลียเมื่อปี พ.ศ. 2512 ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า เศษซากดาวเคราะห์น้อยที่มีคาร์บอนสูงเหล่านี้ทำหน้าที่ลำเลียงองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตมายังโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การแกะรอยประวัติศาสตร์ของน้ำข้ามห้วงเวลาหลายพันล้านปีในครั้งนี้ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการทำความเข้าใจจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เพราะการออกตามหาน้ำในจักรวาล แท้จริงแล้วคือการตามหาเส้นทางของการกำเนิดสิ่งมีชีวิตนั่นเอง
ข้อมูลอ้างอิง: NASA/Victoria Segovia
- NASA Study of Pristine Meteorite Adds to Story of Ancient Asteroids