โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วรศิษฎ์’ เผย รัฐบาลเร่งดันภาษีบ้านเกิด เติมรายได้ อปท.ที่มีผลงานเริ่ด ลุยเอาผิดทุจริตสอบท้องถิ่น

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 2.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘วรศิษฎ์’ ชี้ รัฐบาลเร่งผลักดันภาษีบ้านเกิด เติมรายได้ อปท.ที่มีผลงานเริ่ด พร้อมยันคุ้ยทุจริตสอบ ท้องถิ่นตรวจเข้ม เจอผิดฟันไม่มีละเว้น

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา กรณีงบประมาณและรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า รายได้ท้องถิ่นขณะนี้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 35% ตามที่หลายฝ่ายต้องการ โดยปัจจุบันอยู่ที่ 29% ตนในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน เพราะท้องถิ่นได้รับภารกิจถ่ายโอนจำนวนมาก ตั้งแต่ถนน คุณภาพชีวิต สวัสดิการ การศึกษา ไปจนถึงภัยพิบัติ ทำให้งบฯ จำนวนมากของท้องถิ่นต้องถูกใช้ตามภารกิจประจำ ส่งผลให้งบพัฒนา และงบลงทุนเหลือสัดส่วนน้อยลง ทั้งที่ประชาชนคาดหวังให้ อปท.เป็นหน่วยงานใกล้ตัวที่แก้ปัญหาได้เร็วที่สุด

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า แนวทางที่รัฐบาลกำลังผลักดันคือร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจทานร่างฯ ให้ถูกต้อง เหมาะสม หลักการสำคัญคือเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เสียภาษีกำหนดได้ว่าต้องการส่งภาษีของตนไปยัง อปท.ใด ถือเป็นกลไกเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นตัววัดผลงานผู้บริหารท้องถิ่นไปพร้อมกัน หากท้องถิ่นใดทำงานดี โปร่งใส ไม่มีทุจริต ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ก็อาจเลือกส่งภาษีไปสนับสนุนมากขึ้น แต่หากทำงานไม่ดี รายได้ส่วนนี้อาจไหลไปที่อื่น

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ งบฯ 2570 ยังมีงบ matching fund ประมาณ 12,000 ล้านบาท สำหรับโครงการด้านพลังงานที่ท้องถิ่นสามารถขอรับการสนับสนุนได้ โดยรัฐและท้องถิ่นร่วมลงทุนตามสัดส่วนที่เหมาะสม โดยท้องถิ่นที่มีเงินสะสมน้อย รัฐบาลอาจสนับสนุนในสัดส่วนมากขึ้น ส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมก็ร่วมสมทบมากขึ้น เป้าหมายคือดึงเงินสะสมของท้องถิ่น และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายแสนล้านบาทออกมาหมุนในระบบเศรษฐกิจ

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นนั้น รัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้เรื่องเงียบหรือเป็นมวยล้ม เพราะตั้งแต่ก่อนสอบปี 2567 มีข้อมูลร้องเรียนว่ามีการแอบอ้างเรียกรับเงินเพื่อช่วยให้สอบได้ ซึ่งขณะนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งอยู่ในตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมและตั้งภาคีตรวจสอบ ทำ MOU ร่วมกับหน่วยงานอิสระและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย 5 หน่วยงาน เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และหน่วยงานจัดสอบ เพื่อเข้าตรวจสอบใกล้ชิดตั้งแต่ต้น

"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก การตรวจสอบจึงทำแบบลวกๆ ไม่ได้ ต้องขยายผลให้ถึงข้อเท็จจริง นายกรัฐมนตรีกำชับชัดว่าไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใคร ให้ปิดชื่อแล้วดูพฤติกรรมเป็นหลัก" นายวรศิษฎ์ กล่าว และว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทยทำงานอย่างอิสระ ปราศจากการเมือง และการแทรกแซง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมาชี้แจงต่อสภา และประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ ยืนยันว่าหากพบความผิดต้องดำเนินการเต็มที่ ไม่มีละเว้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...