สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายห้ามทำลายธงชาติ
สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายซึ่งกำหนดให้การทำลายธงชาติเป็นความผิดทางอาญา ถือเป็นหนึ่งความสำเร็จในการผลักดันนโยบายอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรีหญิงคนปัจจุบัน
ธงชาติญี่ปุ่นโบกสะบัดอยู่เหนืออาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียว (Photo by Kazuhiro NOGI / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายซึ่งกำหนดให้การทำลายธงชาติเป็นความผิดทางอาญา โดยระบุว่าผู้ใดก็ตามที่ทำลาย, ถอด หรือทำให้ธงชาติเสียหายในที่สาธารณะในลักษณะที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจหรือความรังเกียจอย่างมากต่อผู้อื่น จะต้องโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับสูงสุด 200,000 เยน
ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับคะแนนเสียงอนุมัติผ่านสภาผู้แทนราษฎรที่มีพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ครองเสียงข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าจะผ่านวุฒิสภาในขั้นตอนต่อไปหรือไม่ เพราะพรรครัฐบาลครองเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ในขณะที่มีเสียงคัดค้านอย่างมากจากพรรคฝ่ายค้านที่ระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชนและพรรคซันเซโตะซึ่งร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ ไม่ได้เข้าร่วมการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีความขัดแย้งกับพรรครัฐบาลเกี่ยวกับร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง
พรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลางซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีที่นั่ง 48 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคำถามถึงเหตุผลทางกฎหมายเบื้องหลังการกำหนดให้การทำลายธงชาติเป็นความผิดทางอาญา และเรียกร้องให้มีการอภิปรายอย่างครอบคลุมมากขึ้น
ทาเคชิ อิวายะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของพรรค LDP ก็ตัดสินใจไม่ลงคะแนนเสียงเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า "ควรส่งเสริมความเคารพต่อธงชาติอย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าที่จะบังคับใช้ด้วยบทลงโทษทางอาญา"
"ในฐานะสมาชิกของพรรค (LDP) ผมจะไม่คัดค้าน แต่ผมก็ไม่สามารถสนับสนุนอย่างแข็งขันได้เช่นกัน" เขากล่าว
ร่างกฎหมายที่ผลักดันโดยนายกรัฐมนตรีหญิงสายอนุรักษนิยมฉบับนี้ยังจุดประกายการถกเถียงในโลกออนไลน์ โดยนักเขียนชื่อดังอย่างมิเอโกะ คาวาคามิ ได้วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายดังกล่าว
"การแสวงหาความเคารพต่อรัฐผ่านมาตรการลงโทษไม่ใช่ความรัก แต่เป็นเพียงวิธีการชักจูงให้เชื่อฟัง" คาวาคามิระบุ.