โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หมอนโดเรมอน-เตียงสีชมพู “ห้ามแชร์ต่อ!” แต่ทำคนไทยสะดุ้งทั้งประเทศ: หมอนที่เราแนบหน้าทุกคืน อาจสกปรกกว่าที่คิด?

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

จากกระแสไวรัล “หมอนโดเรมอน-เตียงสีชมพู” ที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ช่วงนี้ แม้หลายฝ่ายจะออกมาเตือนว่าไม่ควรโพสต์หรือแชร์คลิปต่อ เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมานอกเหนือจากดราม่า คือคำถามใหญ่ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากหันกลับมามอง “เตียงนอน” และ “หมอน” ของตัวเองอย่างจริงจัง

สิ่งที่เราแนบหน้าทุกคืน สะอาดพอจริงหรือยัง?

เพราะในทุกคืน ใบหน้า ผิว เส้นผม จมูก ปาก และลมหายใจของเรา ต้องสัมผัสหมอนโดยตรงนาน 6–8 ชั่วโมง ขณะที่หมอนด้านในเป็นสิ่งที่ทำความสะอาดลึกได้ยากกว่าปลอกหมอนหลายเท่า และไม่ได้ถูกซักบ่อยเหมือนเสื้อผ้า ผ้าขนหนู หรือผ้าปูที่นอน

กระแสครั้งนี้จึงไม่ได้ทำให้คนไทยพูดถึงแค่ภาพไวรัล แต่กำลังปลุกให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามเรื่อง “สุขอนามัยบนเตียง” อย่างจริงจัง

จากภาพไวรัล สู่ตัวเลขบนเตียงที่หลายคนอาจไม่เคยคิด

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบมาพูดถึงอย่างมาก คือ “เตียงและหมอน” อาจสะสมสิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่าที่เราคิด ข้อมูลที่ถูกแชร์ในกระแสสุขอนามัยระบุว่า หากเครื่องนอนไม่ได้รับการซักหรือดูแลอย่างเหมาะสมเป็นเวลาหลายสัปดาห์ อาจมีแบคทีเรียสะสมจำนวนมาก โดยมีการยกตัวอย่างว่า ไม่ซัก 4 สัปดาห์ อาจมีแบคทีเรียสูงถึง 12 ล้านตัวต่อตารางนิ้ว ขณะเดียวกัน ร่างกายของเรายังคงปล่อยสิ่งต่าง ๆ ออกมาตลอดเวลาที่นอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ ความมัน น้ำลาย เซลล์ผิวเก่า และฝุ่นละอองที่สะสมบนเครื่องนอน

บางข้อมูลที่ถูกแชร์ยังระบุว่า ร่างกายมนุษย์อาจผลัดเซลล์ผิวได้มากถึง 500 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในอาหารของจุลชีพที่สะสมอยู่บนเครื่องนอน ขณะที่ระหว่างนอน ร่างกายอาจมีเหงื่อออกได้ราว 0.2 ลิตรต่อคืน โดยเฉพาะในห้องที่อับชื้น อากาศถ่ายเทไม่ดี หรือมีการใช้หมอนและที่นอนซ้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงข้อมูลเชิงสุขอนามัยว่า ที่นอนหรือเครื่องนอนที่ไม่สะอาด อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงด้านผิวหนังที่เพิ่มขึ้น โดยมีตัวเลขที่ถูกแชร์ว่าอาจสูงขึ้นถึง 25.8 เท่า

แม้ตัวเลขเหล่านี้ควรพิจารณาตามบริบทของแต่ละแหล่งข้อมูล แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เตียงและหมอนเป็นพื้นที่ที่รับทุกอย่างจากร่างกายเราอยู่ทุกคืน และเป็นจุดที่หลายคนอาจทำความสะอาดไม่ลึกเท่าที่ควร

หมอนคือจุดที่น่าคิดที่สุด เพราะอยู่ใกล้ใบหน้าและลมหายใจ

ถ้าผ้าปูที่นอนยังทำให้คนกังวล หมอนยิ่งเป็นจุดที่ควรใส่ใจมากกว่า เพราะหมอนไม่ได้สัมผัสแค่ลำตัว แต่สัมผัสใบหน้าโดยตรง ไม่ใช่แค่ผิว แต่ใกล้จมูก ปาก และลมหายใจ ไม่ใช่แค่ไม่กี่นาที แต่สัมผัสนาน 6–8 ชั่วโมงทุกคืน หลายคนล้างหน้าอย่างดี ทาสกินแคร์ราคาแพง ใช้เครื่องฟอกอากาศก่อนนอน แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาที ใบหน้าที่เพิ่งทำความสะอาดกลับต้องแนบลงบนปลอกหมอนเดิม และหมอนด้านในที่อาจไม่ได้ถูกทำความสะอาดลึกมานาน

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “หมอนนุ่มไหม” แต่ควรถามว่า สิ่งที่เราแนบหน้าทุกคืน มีชั้นปกป้องสุขอนามัยที่ดีพอหรือยัง?

จากผ้าหุ้มหมอนธรรมดา สู่ “ชั้นปกป้องสุขอนามัย” ระหว่างการนอน

กระแสหมอนโดเรมอนและเตียงสีชมพูครั้งนี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนไทยเริ่มมองปลอกหมอนใหม่ จากเดิมที่ปลอกหมอนเป็นเพียงผ้าหุ้มหมอนให้สวยงามและนุ่มสบาย วันนี้ปลอกหมอนอาจต้องทำหน้าที่มากกว่านั้น เพราะมันคือ “ชั้นสัมผัสแรก” ระหว่างใบหน้า เส้นผม ลมหายใจ และหมอนด้านในที่ทำความสะอาดลึกได้ยาก โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนในบ้านที่ใส่ใจสุขอนามัยการนอน

การเลือกปลอกหมอนจึงไม่ควรดูแค่สี ผิวสัมผัส หรือความนุ่มเท่านั้น แต่ควรถามว่า ปลอกหมอนผืนนั้นช่วยยกระดับสุขอนามัยระหว่างนอนได้จริงแค่ไหน?

VIRABAC Sleep Guardian ปลอกหมอนเทคโนโลยีเส้นใยนาโนซิงค์

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาตอบโจทย์นี้คือ VIRABAC Sleep Guardian ปลอกหมอนเทคโนโลยีเส้นใยนาโนซิงค์ ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าปลอกหมอนทั่วไป VIRABAC วางแนวคิดของตัวเองเป็น ชั้นปกป้องสุขอนามัยระหว่างใบหน้า เส้นผม ลมหายใจ และหมอนด้านใน โดยใช้เทคโนโลยีเส้นใยนาโนซิงค์ที่ช่วยยับยั้งไวรัสและแบคทีเรียได้ 99.99%* ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

จุดเด่นของ VIRABAC ได้แก่

- เทคโนโลยีเส้นใยนาโนซิงค์

- ช่วยยับยั้งไวรัสและแบคทีเรีย 99.99%*

- ช่วยเป็นชั้นปกป้องระหว่างผู้นอนกับสิ่งสะสมในหมอนด้านใน

- ลดโอกาสการสัมผัสสิ่งสะสมที่อาจอยู่ในหมอนด้านในโดยตรง

- เนื้อนุ่ม อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

- เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย คนเป็นสิวง่าย และคนที่ใส่ใจสุขอนามัยการนอน

- ถอดซักง่าย ใช้งานสะดวก

*ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

พูดง่าย ๆ คือ หากหมอนด้านในซักลึกได้ไม่บ่อย แต่เราต้องแนบหน้าอยู่กับหมอนทุกคืน VIRABAC จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ชั้นสัมผัสสุขอนามัย” ที่ช่วยให้การนอนสะอาดและมั่นใจขึ้น

ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่คืนนี้?

เพราะการดูแลสุขภาพไม่ควรรอให้เกิดปัญหา และการดูแลผิวไม่ควรจบแค่การทาครีม หลายคนยอมจ่ายเงินกับสกินแคร์ เครื่องฟอกอากาศ และที่นอนราคาแพง แต่กลับลืมสิ่งที่สัมผัสใบหน้ามากที่สุดทุกคืนอย่าง “ปลอกหมอน” กระแสไวรัลครั้งนี้อาจเป็นเรื่องตลกสำหรับบางคน แต่สำหรับคนที่ใส่ใจสุขอนามัย มันคือสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเลิกมองปลอกหมอนเป็นแค่ผ้าหุ้มหมอนธรรมดา?

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับสุขอนามัยการนอน

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มเปลี่ยนการนอนให้มั่นใจขึ้น VIRABAC เปิดสิทธิพิเศษสำหรับการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้เท่านั้น

VIRABAC Sleep Guardian แพ็คคู่รัก 2 ชิ้น ราคาพิเศษเพียง 2,990 บาท (จากราคาปกติ 9,900 บาท)

จำนวนจำกัด เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนสั่งซื้อผ่านลิงก์พิเศษนี้เท่านั้น http://www.virabac.com/provip/SleepWellness

สอบถามเพิ่มเติม LINE ID : @VIRABAC

เพราะการนอนที่ดี ไม่ได้เริ่มจากหมอนที่แพงที่สุดเสมอไป แต่อาจเริ่มจาก “สิ่งที่สัมผัสใบหน้าและลมหายใจของคุณทุกคืน” VIRABAC Sleep Guardian ปลอกหมอนเทคโนโลยีเส้นใยนาโนซิงค์ ชั้นปกป้องสุขอนามัยสำหรับการนอนที่คุณใส่ใจ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...