โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยผนึกมาเลย์ ลุยการค้าลงทุน ดับไฟชายแดน

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.18 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทย-มาเลเซียชื่นมื่น “อนุทิน” โชว์เป่าแซ็กโซโฟนเพลง My Way ด้าน “อันวาร์” หยิบไมค์กอดคอร่วมร้องเพลง 2 ฝ่ายเห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน สร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกฯ หนุนเอกชนไทยในมาเลเซียรับฟังข้อเสนอ ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เน้นย้ำการเติบโตร่วมกันทุกภาคส่วน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.นี้ ตามคำเชิญของดาโต๊ะ เซอร์รี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยมีรัฐมนตรีหลายคนร่วมคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์

เวลา 13.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือเต็มคณะ กับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ สร้างพื้นที่แห่งโอกาส ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้คือ การเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน โดยในวันที่ 10 ก.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของไทยกับมาเลเซีย

นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังตกลงเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งการกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟ เส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวิร์ธให้ใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก-รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อยกระดับการเดินทางและโลจิสติกส์ของทั้งภูมิภาค ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันส่งเสริมการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

ด้านความมั่นคง ทั้ง 2 ประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นตรงกันว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการสร้างสันติภาพต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมบริเวณชายแดน รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานร่วมดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่าง 2 ประเทศ ในด้านเศรษฐกิจ ทั้ง 2 ฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ในอนาคตอันใกล้ พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงมอบหมายรัฐมนตรีเกษตรของทั้ง 2 ประเทศหาทางออกร่วมกันในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ ผู้นำทั้ง 2 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของทั้ง 2 ประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปี 2570 จะครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-มาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนผลการหารือครั้งนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจะขับเคลื่อน MOU ที่อยู่ระหว่างการจัดทำระหว่างหน่วยงานของไทยและมาเลเซียให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมเชิญนายกฯ มาเลเซียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ส่วนประเด็นกุ้งและปลากะพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้ง 2 ประเทศ ได้หาทางออกร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเร่งผลักดันให้การปฏิบัติเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อคลี่คลายปัญหาของเกษตรกร

ก่อนออกเดินทาง ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทินกล่าวถึงการพูดคุยเคลียร์ใจกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กรณีเสนอให้ยุบกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจอะไร ทุกคนสามารถมีความคิดเห็นทุกอย่างได้หมด ซึ่งท่านก็มาร่วมคณะไปด้วยกัน ทุกคนเจอกันเป็นปกติ เราทำงานอย่าไปคิดอะไรมาก ความคิดเห็นแตกต่างกันมีได้ ถ้านโยบายของผู้บริหารสูงสุดเป็นอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ ที่ดาโต๊ะ เซอร์รี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ช่วงหนึ่งของการรับประทานอาหาร นายอันวาร์ได้เชิญนายอนุทินขึ้นไปเล่นดนตรีและได้เดินไปส่งถึงเวที ก่อนที่นายอันวาร์จะหยิบไมโครโฟนเดินลงจากเวทีมานั่งร้องเพลงที่โต๊ะอาหาร ขณะที่นายอนุทินได้เดินตามลงมาเป่าแซ็กโซโฟนข้างๆ ก่อนที่นายอันวาร์จะกอดคอนายอนุทิน ร่วมร้องเพลงและเล่นดนตรีด้วยกันอย่างเป็นกันเอง
เวลา 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย) ณ โรงแรม Park Hyatt Kuala Lumpur นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในมาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับมาเลเซียควบคู่กับการดูแลพี่น้องชาวไทยในต่างประเทศด้วย รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชนไทยในมาเลเซียอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ การอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน แรงงาน และประเด็นอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจไทยในมาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การพบหารือในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลจะได้รับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนโดยตรง เพื่อนำไปพิจารณาผลักดันและต่อยอดเป็นมาตรการสนับสนุนที่สามารถตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ขณะที่การเปิดด่านสะเดา ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ยังสนับสนุนการเดินทางการขนส่งทั้งอาหาร วัตถุดิบและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เอกชนได้ให้ข้อสังเกตถึงประเด็นที่รัฐบาลไทยจะได้นำไปหารือต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านภาษี การส่งเสริมการนำเข้าแรงงานไทยในมาเลเซีย วัตถุดิบอาหารและสินค้าเกษตรจากประเทศไทย โดยเฉพาะการจัดทำการยอมรับมาตรฐานซึ่งกันและกัน เช่น มาตรฐานฮาลาล เป็นต้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รวบรวมรายละเอียด ปัญหา อุปสรรค ในวันนี้ และหลายประเด็นได้มีการพูดคุยและตกลงกันในระดับผู้นำแล้ว ส่วนไหนยังไม่ได้มีการพูดคุยก็จะให้สถานเอกอัครราชทูตไทยได้หารือกับหน่วยงานมาเลเซียที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะได้นำไปพูดคุยในระดับคณะทำงาน 2 ฝ่าย (working group) ที่จัดตั้งในแต่ละสาขา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะได้นำไปพูดคุยในระดับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...