ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
ก้าวเข้าสู่เดือนเจ็ดของปี 2026 วันนี้เรามี ร้านอาหารใหม่ ประจำเดือนกรกฎาคมมาป้ายยากันอีกแล้ว มาดูกันดีกว่าว่ามีร้านไหนน่าสนใจบ้าง
Related Article:
ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนพฤษภาคม 2026
ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนมิถุนายน 2026
กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งนักชิม และเมืองนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยร้านอาหารใหม่ ๆ เช่น ร้านอาหารตามฤดูกาล และคอนเซ็ปต์สุดสร้างสรรค์ ตั้งแต่เชฟหน้าใหม่ที่คุณต้องรู้จัก ไปจนถึงร้านอาหารสุดฮิตที่คุณต้องจองโต๊ะให้ได้ ติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการอาหารของกรุงเทพฯ ได้ในบทสรุปประจำเดือนของเรา
ห้วงเวลาแห่งการทบทวนอดีตและมองไปข้างหน้า คือช่วงเวลาเดียวกับที่วงการอาหารกรุงเทพฯ กำลังขับเคลื่อนไปอย่างน่าจับตามอง ในเดือนนี้เราพบการเติบโตอันน่าสนใจของร้านอาหารไทยร่วมสมัย ขณะที่ร้านอาหารยุโรปสไตล์แชร์ริ่งและอาหารญี่ปุ่นยังคงครองใจนักชิมอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยสีสันจากร้านอาหารแบบป๊อปอัพที่มาเติมเต็มความตื่นตาตื่นใจ พบกับไฮไลต์และปรากฏการณ์ความอร่อยทั้งหมดได้ในสรุปประจำเดือนนี้
ร้านอาหารใหม่ ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
Cuisine BKK คือร้านอาหารน้องใหม่ที่มาแรงที่สุดในฤดูร้อนนี้ (ร้านอาหารใหม่)
เพียงแค่เห็นรายชื่อทีมงาน ตั้งแต่ Franck Le Bayon และ Morgan Daniels มารับหน้าที่หัวหน้าเชฟ ร่วมด้วยเชฟ Marco Angeles และมิกโซโลจิสต์สาว Marie Barbarroux ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ร้านเปิดใหม่แห่งนี้จะกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของเดือนนี้อย่างแน่นอน Cuisine ปักหมุดเปิดตัวอย่างเรียบหรูทว่าเปี่ยมด้วยสไตล์ในย่านศาลาแดงเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา นำเสนออาหารฝรั่งเศสในบรรยากาศสบายๆ ควบคู่ไปกับคอนเซปต์ครัวเปิดที่ทางร้านนิยามไว้ว่า “ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหาร ท่ามกลางเสียงสะท้อนของการบริการ งานสแตนเลส คอนกรีตเปลือย ความร้อน และท่วงทำนองของการเคลื่อนไหวที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งฟังดูเป็นประสบการณ์ที่นักชิมชาวกรุงเทพฯ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
แม้เราจะยังไม่มีโอกาสได้ไปเช็กอินด้วยตัวเอง แต่ไลน์อัปเมนูของที่นี่คือการรวมตัวของอาหารยุโรปจานโปรด ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมสด คัตติ้งเนื้อเย็น (Cold Cuts) อาหารทะเลคัดเกรดพรีเมียม (ไฮไลต์อยู่ที่ชูโทโร่) ขนมปังอบใหม่ พาสต้าเส้นสด รวมถึงเบอร์เกอร์เนื้อแองกัสในชื่อสุดกวนอย่าง ‘Royale with Cheese’ และเมื่อร้านอาหารน้องใหม่กล้าหยิบยกป๊อปคัลเจอร์จากภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Pulp Fiction มาใส่ไว้ในเมนูขนาดนี้ มีหรือที่เราจะพลาดการไปพิสูจน์
Cuisine, ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3 ถนนศาลาแดง, แขวงสีลม, เขตบางรัก, กรุงเทพฯ เปิดทำการวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 17.30-23.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ เวลา 17.30-01.00 น.
TAANG พร้อมต้อนรับนักชิมแล้วในฐานะร้านอาหารเหนือสไตล์เชฟส์เทเบิลแห่งใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ (ร้านอารหารใหม่)
ปักหมุดอยู่ภายในแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยเพิ่งเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนเมื่อเดือนที่ผ่านมา นำเสนอประสบการณ์แบบจำกัดเพียง 12 ที่นั่ง รังสรรค์โดย เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร หากชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูสำหรับสายกิน นั่นเป็นเพราะเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Locus Native Food Lab ร้านระดับตำนานในเชียงราย สำหรับโปรเจกต์นี้ เชฟคงแบ่งเวลาลงมาจากภาคเหนือเพื่อนำทีมครัวที่ TAANG ด้วยตัวเองทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ โดยหยิบยกอาหารเหนือมาตีความใหม่ ผ่านมุมมองที่ชวนคนทานร่วมเดินทางไปกับหน้าประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ ฤดูกาล และวัฒนธรรมท้องถิ่นอันลึกซึ้ง
บรรยากาศภายในร้านเน้นความอบอุ่นเป็นกันเอง เปิดโอกาสให้แขกได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละจานกับเชฟอย่างใกล้ชิด และด้วยภูมิหลังของเชฟคงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (Sommelier) ด้วยแล้ว ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือโปรแกรม Beverage Pairing ที่มีให้เลือกทั้งไวน์ ชา และเครื่องดื่มหมักพื้นบ้าน ซึ่งคัดสรรมาเพื่อชูรสชาติอาหารได้อย่างไร้ที่ติ ปัจจุบัน Tasting Menu ราคาอยู่ที่ 3,880++ บาทต่อท่าน
TAANG, ชั้น 2 แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ, 494 ถนนเพลินจิต, เขตปทุมวัน, กรุงเทพฯ มีที่นั่งให้บริการวันจันทร์-พุธ เวลา 18:30 น.
เชฟ Mirco Keller เผยโฉม Yamu ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดอบอุ่นแห่งใหม่ย่านสาทร (ร้านอาหารใหม่)
หลังจากที่หลายคนแอบเสียใจกับการปิดตัวของร้าน Keller ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด เชฟ Mirco Keller ได้กลับมาสร้างสีสันให้วงการอาหารอีกครั้งพร้อมโปรเจกต์ใหม่อย่าง Yamu แม้ว่าร้านนี้จะลดทอนความหรูหราลงมาสู่บรรยากาศที่สบายๆ และเป็นกันเองมากขึ้น ทว่ามาตรฐานความอร่อยและฝีมืออันประณีตของเชฟยังคงอัดแน่นอยู่เช่นเคย โดยปักหมุดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมมี่เสมือนหลบหนีความวุ่นวายใจกลางสาทร
ไลน์อัปเมนูของ Yamu เน้นอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยที่ทานง่าย ในราคาที่เข้าถึงได้สบายกระเป๋า พร้อมด้วยสาเกและไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดี เมนูถูกแบ่งหมวดหมู่อย่างเรียบง่าย ตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยแบบเย็น เมนูเส้น ข้าวหน้าต่างๆ แกงกะหรี่รสเข้มข้น เนื้อย่างหอมกรุ่น ไปจนถึงของหวาน เรียกว่าเป็น ‘Neighborhood Restaurant’ หรือร้านอร่อยประจำย่านที่คุณสามารถแวะเวียนมาฝากท้องได้บ่อยเท่าที่ใจต้องการ
Yamu, 159 3 ถนนสาทรใต้, กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11.00-13.00 น. และ 17.00-20.30 น.
GUIS ร้านข้าวต้มฟิวชันสุดชิคแห่งใหม่ใจกลางย่านสยาม
เทรนด์การรับประทาน ‘ข้าวต้ม’ กำลังกลับมาสร้างสีสันอีกครั้งในฐานะคอมฟอร์ตฟู้ดที่ครองใจคนทั่วโลก และสำหรับกรุงเทพฯ เมนูเรียบง่ายนี้ได้ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นมื้อดึกสุดเก๋สำหรับค่ำคืนแฮงเอาต์ โดย GUIS คือหนึ่งในตัวแทนร้านข้าวต้มโมเดิร์นในซอยเกษมสันต์ ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยในบรรยากาศทันสมัยไม่ซ้ำใคร
ตัวร้านได้รับการออกแบบให้มีมู้ดแอนด์โทนอบอุ่น ราวกับกำลังนั่งทานอาหารอยู่ในคอนโดของเพื่อนสนิทที่มีรสนิยมด้านการตกแต่งภายในอันยอดเยี่ยม ช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับข้าวต้มต้มร้อนๆ และเครื่องเคียงสไตล์ไทยยอดนิยมในบรรยากาศสุดหรู ไลน์อัปเมนูของที่นี่มีครบครันตั้งแต่หมูสับผัดหนำเลี้ยบ ยำกุนเชียงรสจัดจ้าน ผักดอง ไข่เค็ม ผัดผักบุ้งไฟแดง และหมูสามชั้นทอดกรอบสีเหลืองทอง การันตีความอร่อยที่คุ้นเคยในมิติที่เหนือระดับ
GUIS, 9 ซอยเกษมสันต์ 2, เขตปทุมวัน, กรุงเทพฯ เปิดวันพุธ-ศุกร์ 18.30-22.00 น.
Elder Burger แบรนด์เบอร์เกอร์คราฟต์ชื่อดังจากเกาหลี ปักหมุดแลนดิ้งสู่กรุงเทพฯ แล้ว (ร้านอาหารใหม่)
แม้ว่ากรุงเทพฯ จะมีร้านเบอร์เกอร์เปิดใหม่ให้ลิ้มลองอยู่เสมอ แต่ Elder Burger กลับมาพร้อมความโดดเด่นที่แตกต่างอย่างชัดเจน ร้านเบอร์เกอร์ระดับรางวัลจากย่านซองซูดง กรุงโซล แห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันและยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวคือ เบอร์เกอร์ทุกชิ้นต้องรังสรรค์ด้วยมือจากวัตถุดิบสดใหม่ โดยไม่มีการใช้ของแช่แข็งเลยแม้ชิ้นเดียว และหากใครยังไม่ปักใจเชื่อ ทางร้านก็พร้อมให้คุณไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองผ่านโซนสวนผักไฮโดรโปนิกส์ที่ปลูกอยู่ภายในร้าน
สำหรับจานเด่นที่ไม่ควรพลาด เริ่มต้นด้วยเมนูซิกเนเจอร์ขายดีอย่าง Elder Burger ที่ผสานรสชาติของมายองเนสพริกไทยทรัฟเฟิล เห็ดไมตาเกะ เนื้อวัวเกรดพรีเมียม และแยมหัวหอมได้อย่างลงตัว หรือหากใครชอบรสชาติจัดจ้าน ต้องลอง Chili Cheese Burger ที่อัดแน่นด้วยดิจองมายองเนส มะเขือเทศ พริกเนื้อสูตรเข้มข้น หัวหอม และเชดดาร์ชีสเยิ้ม ๆ
Elder Burger,, ชั้น 2 มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ, 323 ซอยทองหล่อ 15, เขตวัฒนา, กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 10.30-22.00 น
ลิสต์เมนูใหม่ และ ข่าวสารวงการอาหารอื่น ๆ ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
11 กรกฎาคมนี้: การโคจรมาพบกันครั้งสำคัญของสองเพชรเม็ดงามแห่งวงการอาหาร Chai Jia Chai x La Bourriche 133
ปรากฏการณ์ความอร่อยครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อ Chai Jia Chai ร้านอาหารจีนหนึ่งเดียวในเมืองกรุงที่ครอบครองรางวัลระดับ 2 ดาว Black Pearl ประกาศจับมือกับ La Bourriche 133 หนึ่งในเดสทิเนชันอาหารทะเลระดับท็อปจากเซี่ยงไฮ้ รังสรรค์เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์สุดพิเศษเพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น
ภายในงานเหล่านักชิมจะได้ลิ้มลองเมนูระดับตำนานและวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ ที่ผสานความอ่อนช้อยละเมียดละไมสไตล์เอเชียเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นสูงแบบฝรั่งเศส โดย Chai Jia Chai ได้เผยคำนิยามสั้น ๆ ทว่าชวนฝันถึงค่ำคืนนี้ไว้ว่าเป็น “ห้วงเวลาที่กลิ่นอายความหอมของการผัดกระทะร้อน (Wok Hei) มาบรรจบกับความนุ่มนวลของซอสเนยขาว (Beurre Blanc)” ซึ่งฟังดูเย้ายวนใจจนสายกินไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
งานเลี้ยงอาหารค่ำจัดขึ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Chai Jia Chai
ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 กรกฎาคม: ดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งฤดูร้อนในเทศกาล ‘Tribute to the Tomato’ ณ Côte by Mauro Colagreco
Côte by Mauro Colagreco ห้องอาหารหรู ณ โรงแรม Capella Bangkok ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ระดับโลกโดยเชฟ Mauro Colagreco ด้วยการหยิบยกเสน่ห์ของ ‘มะเขือเทศ’ มาเฉลิมฉลองผ่านความล้ำลึกของอาหารสไตล์ริเวียร่าที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต
เมนู ‘Tribute to the Tomato’ มีให้บริการสำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็นจนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม ราคา 8000++ บาท สำหรับ 8 คอร์ส ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Capella Bangkok
สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากโดฮา กับป๊อปอัพสุดพิเศษจากร้าน Jiwan ณ ALATi
โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่านักชิมอย่างต่อเนื่องด้วยโปรเจกต์ป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟในปีนี้ หลังจากเพิ่งต้อนรับ Masque ร้านอาหารชั้นนำจากอินเดียไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดทางโรงแรมพร้อมเปิดประตูต้อนรับ Jiwan ร้านอาหารชื่อดังจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ที่บินลัดฟ้ามามอบประสบการณ์ความอร่อยต้อนรับซัมเมอร์นี้จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคมเท่านั้น
Jiwan คือร้านอาหารตะวันออกกลางร่วมสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ของเชฟระดับโลกอย่าง Alain Ducasse นำทีมโดยหัวหน้าเชฟ Julien Guilloret ซึ่งเดินทางมาคุมห้องครัวด้วยตัวเองที่กรุงเทพฯ นำเสนอเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียน-ตะวันออกกลางที่ทันสมัย มอบรสชาติที่เข้มข้นทว่าสดชื่นอย่างลงตัว โดยมีจานไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดอย่าง Hammour Tandoori (ปลาเก๋าหมักเครื่องเทศทานดูรี), Sumac Brussel Sprouts (กะหล่ำดาวคลุกเครื่องเทศซูแมค) และ Jiwan Rice ข้าวสูตรซิกเนเจอร์อันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะปิดท้ายมื้ออาหารด้วยกาแฟอาหรับรสละมุนที่เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติกับขนมบาคลาวา
เมนูแบบแบ่งปันมีราคา 1450++ บาทต่อท่านสำหรับมื้อกลางวัน และ 2250++ บาทต่อท่านสำหรับมื้อเย็น เมนูอาหารตามสั่งเริ่มต้นที่ 280++ บาทต่อจาน โครงการนี้มีระยะเวลาถึงวันที่ 14 กรกฎาคม (ยกเว้นวันที่ 5-6 กรกฎาคม) พ.ศ. 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Siam Kempinski Hotel Bangkok
Gaa เปิดตัวเมนูใหม่ พาทุกคนออกผจญภัยสู่ห้วงรสชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจแห่งรัฐพิหาร
เชฟ Garima Arora กลับมาสร้างความประทับใจให้เหล่านักชิมอีกครั้งในเดือนนี้กับการเปิดตัวเมนูใหม่ที่ทุกคนต่างรอคอย ณ ห้องอาหารสุดสวยดีไซน์เอกลักษณ์ในบ้านไม้ทรงไทยยุค 1960 ใจกลางย่านทองหล่อ
เมนูชุดนี้แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 8 บท ผ่านอาหารทั้งหมด 16 คอร์ส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือนแคว้นพิหาร (Bihar) ของเชฟการิมาเมื่อไม่นานมานี้ นำเสนอประสบการณ์ที่ผสมผสานความรื่นรมย์และเรื่องราวทางวัฒนธรรมได้อย่างมีเสน่ห์ แขกผู้มาเยือนจะได้มีส่วนร่วมในมื้ออาหาร ตั้งแต่การลองพับแป้ง ‘ปิฐิ’ (Pitha) ด้วยตัวเอง ไปจนถึงการเปิดหีบโบราณเพื่อค้นหาความอร่อย และปิดท้ายด้วยการชิมน้ำผึ้งรสละมุน ตลอดเส้นทางนี้ คุณจะได้สัมผัสรสชาติอันสดใหม่ทว่าคุ้นเคยของอาหารอินเดียอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ‘ชาต’ (Chaat) ขนมปังอบใหม่ (ซึ่งคอร์สที่เสิร์ฟพร้อมเนยคือจานโปรดของเรา) แกงหลากมิติ มาซาลา เคบับ ไปจนถึงคอร์สทันดูรีรสจัดจ้านที่มักสร้างบทสนทนาอันเผ็ดร้อนให้กับโต๊ะอาหารเสมอ สำหรับของหวานปิดท้ายด้วย ‘ไอศกรีมทัดก้า’ (Tadka Ice Cream) ไฮไลต์อยู่ที่การนำเครื่องเทศอุ่นร้อนมาราดลงบนไอศกรีมดาลพายาซัม (Dal Payasam) เย็นฉ่ำที่ข้างโต๊ะ ถือเป็นมื้ออาหารที่มอบทั้งความอร่อยและเปิดโลกทัศน์ในเวลาเดียวกัน แนะนำให้สั่ง Wine Pairing ควบคู่ไปด้วยเพื่อความสมบูรณ์แบบของรสชาติ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Gaa
Aksorn ชวนย้อนเวลาสู่ความอร่อยระดับตำนาน กับการเปิดตัวคอร์สเมนูอาหารไทยโบราณชุดใหม่
ร่วมเปิดบทเรียนหน้าใหม่ของรสชาติไทยแท้ที่ห้องอาหาร Aksorn (อักษร) ที่ซึ่ง เชฟ David Thompson ได้หยิบยกตำราอาหารเก่าแก่หลากยุคสมัย มารังสรรค์และชุบชีวิตใหม่อีกครั้งเพื่อให้นักชิมยุคปัจจุบันได้ลิ้มลอง
การเดินทางของรสชาติในครั้งนี้เริ่มต้นด้วยสารพัดจานเรียกน้ำย่อยรสสัมผัสละเมียดละไม อาทิ ชมพู่น้ำปลาหวานกะปิคั่ว ไก่ผัดมะพร้าว และกุ้งฝอยทอดใบเล็บครุฑ ก่อนจะนำเข้าสู่สำรับจานหลักที่เชฟเดวิดภูมิใจนำเสนออย่าง หลนปลาช่อนเค็มผัดกะทิแนมผักสด และไข่พะโล้ห้าเครื่องเทศ (ไข่ห้ากษัตริย์) ซึ่งเป็นสูตรโบราณดั้งเดิมจากชุมพรที่เชฟเก็บรักษาไว้นานกว่า 20 ปี เสิร์ฟเคียงคู่มากับไก่ย่างน้ำปลาหวาน แกงส้มปลาดุก และส้มตำรสจัดจ้าน ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานโบราณหาทานยากจากยุคปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 (สมัยรัชกาลที่ 5) ที่สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมอาหารอันยาวนาน เป็นประสบการณ์การย้อนเวลาเพื่อตามรอยความอร่อยที่แท้จริง
เมนูชิมราคา 4150++ บาท นอกจากนี้ยังมีบริการไวน์ที่คัดสรรมาเข้ากับอาหาร ในราคา 3200++ บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Aksorn
เปิดโลกแห่งรสชาติที่ ‘Khao San Sek’ กับเมนูใหม่ที่หยิบยก ‘ข่า’ หลากหลายสายพันธุ์มาสร้างสรรค์จานเด่น
หลายคนอาจคิดว่า ‘ข่า’ มีเพียงแค่ชนิดเดียว แต่เมนูใหม่ล่าสุดของ Khao San Sek จะทำให้คุณต้องคิดใหม่! ในฤดูกาลนี้ ร้านอาหารชื่อดังย่านสองวัดพร้อมพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของหนึ่งในสมุนไพรคู่ครัวไทย ผ่านการรังสรรค์อย่างประณีตและลึกซึ้ง โดยยกให้ ‘ข่าแดง ข่าเหลือง และข่าป่า’ เป็นดาวเด่นที่เปล่งประกายในทุกอณูของอาหารแต่ละจาน
ไลน์อัปเมนูไฮไลต์ชวนน้ำลายสอ เริ่มต้นด้วยปลาหมึกผัดข่าป่าในซอสน้ำหมึกดำรสเข้มข้น แกงป่าคางหมูใส่กล้วยอ่อนที่เผ็ดร้อนถึงใจ หมูสามชั้นรมควันยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงราดซอสข่าไหม้รสลุ่มลึก และยำไก่เมืองรสจัดจ้านสไตล์เหนือที่เหมาะกับสภาพอากาศในฤดูกาลนี้เป็นที่สุด ก่อนจะปิดท้ายมื้ออาหารด้วยความสดชื่นจากของหวานซิกเนเจอร์อย่างเกล็ดน้ำแข็งปลาต้มส้ม (ปลาหวาน) ดับร้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้าน Khao San Sek
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Feature Image by TAANG via PR
Hero Image by TAANG via PR
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.