ทำไมทรัมป์สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน เกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสเปนกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวกลางที่ประชุมนาโต (NATO) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสั่งการอย่างกะทันหันให้ระงับการค้าและการเดินทางทั้งหมดกับสเปน
ประเด็นสำคัญ
- ทำไมทรัมป์สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน เกิดอะไรขึ้น
- การระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
ทำไมทรัมป์สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน เกิดอะไรขึ้น
ความขัดแย้งหลักที่นำไปสู่คำสั่งระงับการค้าของทรัมป์มาจาก 2 ประเด็นสำคัญ นั่นคือ
1.เรื่องงบประมาณกลาโหม: ทรัมป์ไม่พอใจอย่างมากที่รัฐบาลสเปนปฏิเสธการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้ถึงเป้าหมายใหม่ที่ 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ตามเป้าหมายของประเทศกลุ่มสมาชิก NATO
2.จุดยืนในสงครามอิหร่าน: ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจที่ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ออกมาประณามปฏิบัติการทางทหารในสงครามอิหร่านอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้สเปนยังปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้เขตน่านฟ้าและฐานทัพร่วมสำหรับการทำสงครามอีกด้วย
ประเด็นเหล่านี้ทำให้ทรัมป์เรียกสเปนว่าเป็น ‘หุ้นส่วนที่แย่มาก’ (Terrible Partner) ในที่ประชุม NATO อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มีท่าทีอ่อนลงในเวลาต่อมา เมื่อทราบว่า สเปนได้จ่ายเงินสมทบด้านความมั่นคงและบรรลุเป้าหมายเดิมของ NATO ที่ 2% ของ GDP ได้แล้ว
การระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การระงับการค้า ‘สามารถทำได้จริง’ แต่ในทางปฏิบัติมี ‘ความท้าทายสูงมาก’ โดยทรัมป์มีทางเลือกและเครื่องมือทางกฎหมายหลายอย่าง เช่น การใช้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่ทรัมป์สามารถใช้ เพื่อสั่งคว่ำบาตรแบบเบ็ดเสร็จหรือบางส่วน แต่เงื่อนไขคือ ทรัมป์ต้องประกาศ ‘ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ’ โดยระบุว่า สเปนเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เสียก่อน
ปีเตอร์ เชน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ให้สัมภาษณ์กับ Reuters โดยมองว่า การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจ่ายงบกลาโหมไม่ถึงเป้าในช่วงเวลาที่ไม่ได้มีสงคราม ไม่น่าจะนับเป็น ‘ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ’ ได้ สอดคล้องกับ เจนนิเฟอร์ ฮิลล์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเศรษฐกิจที่ชี้ว่า การลงโทษสเปนทำได้ แต่ท้าทายมาก เพราะทรัมป์ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ว่า สเปนเป็นภัยคุกคามจริงๆ
นอกจากนี้ทรัมป์ยังมีทางเลือกอื่น อย่าง ‘การระงับการค้าแบบบางส่วน’ (Selective Embargo) เลือกแบนสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือยกเว้นสินค้าที่จำเป็น เช่น ชิ้นส่วนเครื่องบิน ได้ อีกทั้งยังอาจเลือกใช้ มาตรา 301 ว่าด้วยการค้าที่ไม่เป็นธรรม, มาตรา 232 เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในยุคสงครามเย็น หรือการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน เช่นเดียวกับที่เคยใช้กับมะกอกดำของสเปนในอดีต
ขณะที่ มาเรีย เดอเมิร์ตซิส ศาสตราจารย์จากสถาบันมหาวิทยาลัยยุโรป (EUI) แสดงความเห็นใน TIME ว่า ในโลกความเป็นจริง สหรัฐฯ ไม่สามารถสกัดกั้นการค้ากับสเปนได้ทั้งหมด เพราะสเปนยังสามารถนำเข้าหรือส่งออกสินค้าผ่านประเทศอื่นใน EU เช่น ฝรั่งเศส ได้ เนื่องจากสหภาพยุโรปไม่มีข้อจำกัดทางการค้าภายใน
ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า การพุ่งเป้าโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งใน EU อาจถือเป็นการละเมิดหลักการเจรจาการค้าร่วมระหว่างสหรัฐฯ-EU โดยที่ EU มีเครื่องมือครบมือที่จะใช้มาตรการทางภาษีเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเท่าเทียม อย่างไรก็ตาม เดอเมิร์ตซิส เชื่อว่า EU อาจไม่กล้าตอบโต้รุนแรงต่อสหรัฐฯ เพราะท้ายที่สุดยุโรปยังคงต้องพึ่งพาสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านการทหารและความมั่นคง
ท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของคำขู่ระงับการค้าจากประธานาธิบดีทรัมป์อาจเป็นเพียงยุทธวิธีบีบคั้นทางการเมืองมากกว่าการหวังผลในทางปฏิบัติจริง แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะมีเครื่องมือทางกฎหมายอันทรงพลังอย่างกฎหมาย IEEPA อยู่ในมือ แต่การตัดขาดทางการค้ากับสเปนอย่างเบ็ดเสร็จนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคทางความจริง โดยเฉพาะจากโครงสร้างไร้พรมแดนของตลาดร่วมสหภาพยุโรปที่สเปนสามารถทำการค้าผ่านประเทศสมาชิกอื่นได้ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่น ซึ่งบริษัทสหรัฐฯ เองก็ได้เข้าไปลงทุนในสเปนอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ ท่าทีที่อ่อนลงของทรัมป์ล่าสุดหลังรับทราบเรื่องงบประมาณกลาโหมที่เพิ่มขึ้นของสเปน รวมถึงข่าวการพิจารณาคว่ำบาตรแบบเจาะจงบางส่วน ชี้ให้เห็นว่า มาตรการขั้นเด็ดขาด ‘อาจไม่เกิดขึ้นจริง’ ดังเช่นที่เขาเคยขู่ไว้หลายครั้งในอดีตแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ได้ทิ้ง ‘รอยร้าว’ ที่รุนแรงในระดับความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก และเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญถึงความเปราะบางของกลุ่มพันธมิตรยุโรป ที่ยังคงไม่อาจตอบโต้ได้อย่างเต็มที่ ตราบใดที่ยังคงต้องพึ่งพิงร่มเงาความมั่นคงจากสหรัฐฯ อยู่เช่นเดิม
ภาพ:Jonathan Ernst / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/trump-says-he-ordered-cutting-off-all-trade-with-spain-2026-07-08/
- https://time.com/article/2026/07/09/can-trump-cut-off-all-trade-with-spain-here-s-what-experts-say/
- https://www.reuters.com/world/can-us-president-trump-cut-off-all-trade-with-spain-2026-07-08/
- https://www.reuters.com/world/europe/spain-says-trump-softened-rhetoric-after-learning-madrids-contributions-nato-2026-07-09/