“Loud Budgeting” เทรนด์การเงินใหม่ของ Gen Z ใช้เงินอย่างตั้งใจ ไม่ตามใจสังคม
จากเดิมที่หลายคนยอมใช้เงินเพื่อรักษาบรรยากาศหรือไม่อยากตกกระแส วันนี้คนรุ่น Gen Z กำลังเปลี่ยนวิธีคิดผ่านเทรนด์ Loud Budgeting เพื่อควบคุมรายจ่าย ลดแรงกดดันจากสังคม
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การพูดว่า "งบไม่พอ" หรือ "สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในแผนการใช้เงินของฉัน" กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนรุ่น Gen Z ผ่านแนวคิดที่เรียกว่า Loud Budgeting ซึ่งหมายถึงการเปิดเผยข้อจำกัดทางการเงินของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเกินความจำเป็น ลดแรงกดดันจากสังคม และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ลอเรน ธอร์ป วัย 28 ปี นักระดมทุนเพื่อชุมชนในเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เป็นหนึ่งในผู้ที่นำแนวคิดนี้มาใช้จริง เธอบอกว่า หากกิจกรรมใดอยู่นอกงบประมาณ เธอจะพูดอย่างตรงไปตรงมา และเสนอทางเลือกที่ประหยัดกว่าแทน เช่น หากเพื่อนชวนไปนั่งผับ เธออาจชวนไปเดินเล่น หรือค่อยไปพบกันภายหลังแทน
สำหรับมื้ออาหารกับครอบครัวหรือเพื่อน เธออาจเลือกดื่มน้ำเปล่าแทนการร่วมสั่งไวน์หนึ่งขวด โดยย้ำว่าไม่ได้ปฏิเสธการเข้าสังคม แต่จะวางแผนออกไปพบปะเพียงเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้
ปัจจุบัน ธอร์ปมีรายได้เดือนละ 2,050 ปอนด์ โดยแบ่ง 650 ปอนด์ สำหรับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน 500 ปอนด์ เป็นงบใช้จ่ายส่วนตัวแบบไม่ต้องรู้สึกผิด และนำเงินที่เหลือไปออมและลงทุน
เธอยังทบทวนรายจ่ายบางอย่างที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น การเข้าร้านทำผมทุก 8 สัปดาห์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายราว 90 ปอนด์ต่อครั้ง แม้จะเป็นธรรมเนียมของผู้หญิงในครอบครัว แต่เธอเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่ได้รับคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายหรือไม่
ธอร์ปเชื่อว่าแนวคิดLoud Budgeting ช่วยให้เธอสร้างเงินออม เก็บเงินดาวน์บ้าน และปลดหนี้รถยนต์ได้สำเร็จ พร้อมสรุปแนวคิดของตัวเองว่า "คุณสามารถมีทุกอย่างที่ต้องการได้ แต่ไม่สามารถมีทุกอย่างพร้อมกันได้"
เทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่ Gen Z
รายงานล่าสุดของ Bank of America พบว่า 42% ของชาว Gen Z อายุ 18-29 ปีในสหรัฐฯ ใช้แนวทางLoud Budgeting โดยบอกเพื่อนอย่างตรงไปตรงมาว่าอะไรอยู่ในงบหรืออยู่นอกงบของตัวเอง ขณะที่ 75% พยายามหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่วางแผนทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
ด้าน แคเธอรีน วาเลกา ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน Green Bee Advisory มองว่า การที่คนรุ่นใหม่พูดเรื่องเงินกันอย่างเปิดเผยเป็นพัฒนาการเชิงบวก เพราะช่วยลดความอึดอัดในการวางขอบเขตด้านการเงิน
เธอแนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับการออมก่อนการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยเริ่มจากการสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน พร้อมกันนั้นก็สามารถจัดสรรงบสำหรับความสุขและประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้เช่นกัน เพราะแต่ละคนมีคุณค่าที่ให้กับการใช้เงินแตกต่างกัน
บทเรียนจาก Loud Budgeting
แนวคิดLoud Budgeting ไม่ได้หมายถึงการงดใช้เงินหรือใช้ชีวิตอย่างตึงเครียด แต่เป็นการใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย และไม่ปล่อยให้แรงกดดันจากสังคมเป็นตัวกำหนดการใช้จ่าย
สาระสำคัญของแนวคิดนี้ ได้แก่ พูดตรง ๆ เมื่อเกินงบ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เงินตามแรงกดดันจากคนรอบข้าง และจัดงบสำหรับความสุขควบคู่กับการออม เพราะวินัยทางการเงินไม่ได้หมายถึงการตัดความสุขทั้งหมดออกจากชีวิต รวมถึงใช้เงินอย่างตั้งใจ เลือกใช้จ่ายกับสิ่งที่ให้คุณค่าจริง มากกว่าการใช้เงินเพื่อเอาใจสังคมหรือทำตามความคาดหวังของผู้อื่น
สำหรับธอร์ป การทำงบประมาณไม่ใช่การอดทนหรือการปฏิเสธความสุข แต่เป็นการเลือกใช้เงินกับสิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเองอย่างแท้จริง
อ้างอิง : reuters.com