ทรัมป์เปลี่ยนกะทันหัน ใช้ “แอร์ ฟอร์ซ วัน” ลำเดิม เดินทางกลับจากกาตาร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ตัดสินใจเดินทางออกจากตุรกี หลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ที่กรุงอังการา ด้วยการใช้เครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ลำเดิมซึ่งเป็นการเปลี่ยนแผนการเดินทาง "อย่างฉับพลัน" แทนการใช้เครื่องบินลำใหม่ที่ได้รับจากกาตาร์ และเพิ่งเปิดตัวอย่างอลังการไปเมื่อไม่นานมานี้
ทรัมป์ให้เหตุผลว่า "เพื่อรำลึกถึงวันเก่า ๆ"และเปิดเผยว่า แอร์ ฟอร์ซ วัน ลำใหม่ ที่ใช้โดยสารขามา จะไปจอดชั่วคราวที่ฐานทัพอากาศมิลเดนฮอลล์ ในสหราชอาณาจักร และฐานทัพอีก 2-3 แห่งในยุโรป เพื่อเปิดโอกาสให้ทหารอเมริกันที่ประจำการในยุโรปได้เข้าชม
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่า การเปลี่ยนเครื่องบิน "อย่างกะทันหัน" มีสาเหตุมาจากความกังวลว่าจะถูกลอบสังหารหรือไม่ ทรัมป์ไม่ได้ตอบโดยตรง แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ เนื่องจาก "มีชื่อเป็นหมายเลขหนึ่งอยู่ในบัญชีของอิหร่าน" แม้ยืนยันด้วยว่า "ไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้"
ทั้งนี้ การรับมอบเครื่องบินจากกาตาร์ ทำให้ทรัมป์เผชิญกับข้อครหาอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับความเหมาะสม และการปรับปรุงจำเป็นต้องติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสารป้องกันการดักฟัง และระบบป้องกันขีปนาวุธ ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก
ขณะที่กองทัพอากาศสหรัฐยืนยันว่า เครื่องบินลำดังกล่าวผ่านการประเมินตามมาตรฐานสำหรับการใช้งานของประธานาธิบดีทุกประการ นอกจากนี้ เครื่องบินที่กาตาร์มอบให้นั้น ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินชั่วคราว ระหว่างที่บริษัทโบอิ้งพัฒนาเครื่องบินสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐรุ่นใหม่ 2 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 ภายใต้สัญญามูลค่า 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 130,603.20 ล้านบาท ) ที่ลงนามเมื่อปี 2561
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวล่าช้ากว่ากำหนดแล้วประมาณ 4 ปี และคาดว่าจะส่งมอบได้ไม่เร็วกว่ากลางปี 2571 ซึ่งอาจทำให้ทรัมป์ที่จะหมดวาระในเดือน ม.ค. 2572 โดยยังไม่ได้ใช้งานเครื่องบินประธานาธิบดีรุ่นใหม่ที่ผลิตในสหรัฐ ขณะที่ต้นทุนของโครงการเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 167,440 ล้านบาท ).
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS