โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หากสุขภาพจิตดี สะท้อนเมืองดี แล้ว ผู้ว่าฯ กทม.ต้องออกแบบเมืองอย่างไร

Thai PBS

อัพเดต 19 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ปัญหาสุขภาพจิตกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาเชิงสังคมที่ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 มีผู้เข้ารับบริการด้านจิตเวชจำนวนกว่า 2,900,000 คน และมีการคาดการณ์ว่า ประเทศไทยอาจมีประชาชนที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิตสูงถึง 10 ล้านคน ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก

ขณะเดียวกัน กรมสุขภาพจิตรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2567 มีประชาชนเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตตนเองกว่า 750,000 คน โดยพบว่าร้อยละ 15.5 มีภาวะเครียด ร้อยละ 17.2 มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า และร้อยละ 10.6 มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ ผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อปี 2562 ยังพบว่าคนไทยรู้สึกเหงาสูงถึง 26.57 ล้านคน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสุขภาพจิตสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายรูปแบบ และแต่ละอาการก็มีสาเหตุรวมถึงแนวทางการดูแลรักษาที่แตกต่างกันออกไป

เมืองกับสุขภาพจิต ปัญหาที่เชื่อมโยงกันมากกว่าที่คิด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมของเมือง ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตของผู้คน ทั้งในมิติของการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ความกดดันจากหน้าที่การงาน ค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ หรือปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างค่าครองชีพที่สูงขึ้น การจราจรติดขัด และการขาดแคลนพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสภาพจิตใจของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

งานศึกษาจากประเทศเยอรมนีในปี 2560 พบว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีแนวโน้มเผชิญปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรควิตกกังวล และโรคจิตเภท มากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท นอกจากนี้ ลักษณะของชุมชนและสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมยังมีผลต่อสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญ

โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งขาดความเข้มแข็งของชุมชน หรือมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต มักมีแนวโน้มเผชิญปัญหาสุขภาพจิตมากกว่า ขณะที่ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่เข้มแข็งและเอื้อต่อการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน มักมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า

นอกเหนือจากปัจจัยทางสังคมแล้ว ปัจจัยทางกายภาพของเมืองก็ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย มลพิษทางเสียง หรืออาคารสูงที่บดบังทัศนียภาพ ล้วนส่งผลต่อระดับความเครียดและความก้าวร้าวของผู้คน ในทางกลับกันการมีพื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำ ต้นไม้ใหญ่ รวมถึงทางเดินเท้าที่เหมาะสม สามารถช่วยลดภาวะซึมเศร้า บรรเทาความร้อน และลดความรู้สึกอึดอัดจากสภาพแวดล้อมเมืองได้

แนวโน้มดังกล่าว ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อประชากรโลกกำลังย้ายเข้าสู่เมืองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประชากรกว่าร้อยละ 50 ของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมือง และมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2593 สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบร้อยละ 70

สำหรับกรุงเทพมหานคร สถานการณ์ไม่แตกต่างจากมหานครขนาดใหญ่ทั่วโลกมากนัก ชาวกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับปัญหารถติด ฝุ่นควัน พื้นที่พักผ่อนที่มีจำกัด ค่าครองชีพที่สูง และการแข่งขันในการทำงานที่เข้มข้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่อาจสูงถึง 10 ล้านคนในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

คนกรุงสะท้อน พื้นที่พักผ่อนยังไม่เพียงพอ

นายไชยวัฒน์ จุฑาวนิชกุล นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตทวีวัฒนา เปิดเผยว่า แม้จะพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ชานเมือง แต่ต้องเดินทางเข้ามาเรียนและใช้ชีวิตในตัวเมืองทุกวัน ท่ามกลางการแข่งขันด้านการเรียนและการทำงานที่สูง ทำให้บางครั้งเกิดความเครียดและความกดดัน โดยมักเลือกคลายเครียดด้วยการออกไปรับประทานอาหารกับเพื่อน หรือพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ

ส่วนตัวในตอนนั้นรู้สึกไม่มีปัญหา จนกระทั่งตอนไปทำงานที่ต่างประเทศถึงเข้าใจว่า สภาพแวดล้อมที่ดีทำให้คนรู้สึกอยากออกไปใช้ชีวิตข้างนอกมากกว่าอยู่ภายในบ้าน

เขาเล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกว่า สภาพแวดล้อมของเมืองจะส่งผลต่อสุขภาพจิตมากนัก จนกระทั่งมีโอกาสเดินทางไปโครงการ Work and Travel ที่สหรัฐอเมริกา จึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมืองที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของผู้คนได้จริง

นายไชยวัฒน์มองว่า ความแตกต่างสำคัญระหว่าง กทม. กับเมืองที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ คือความหลากหลายของพื้นที่สาธารณะและกิจกรรมที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ รวมถึงพื้นที่ของรัฐที่เปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน ระบบคมนาคมยังเชื่อมโยงสถานที่ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เดินทางสะดวกและเอื้อต่อการออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีย่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้เวลาว่างและการพบปะผู้คน ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการพักผ่อนและใช้ชีวิตร่วมกับสังคมมากขึ้น

ในทางกลับกัน เขามองว่ากรุงเทพฯ ยังมีกิจกรรมพักผ่อนของคนเมืองที่กระจุกตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก ส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตค่อนข้างซ้ำเดิม ขาดความหลากหลาย และไม่จูงใจให้ผู้คนออกมาใช้พื้นที่สาธารณะมากนัก

ถ้ามีแบบบรอดเวย์ (Broadway) ก็ดีมาก โดยเฉพาะยิ่งตัวเราที่เรียนการแสดง เราก็อยากมี Theater District หรือย่านโรงละคร เป็นพื้นที่ที่คนได้ไปผ่อนคลาย ไปเสพงานศิลป์

ในฐานะนักศึกษาที่ทำงานเกี่ยวข้องกับศิลปะการแสดง เขาเสนอว่า กทม. ควรเพิ่มพื้นที่ด้านศิลปะและวัฒนธรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จัดการแสดง โรงละคร หรือย่านสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะในชีวิตประจำวัน เพราะมองว่าศิลปะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการเยียวยาความเครียดและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง

โลกที่หมุนเร็วขึ้น กำลังสร้างความเครียดให้คนเมือง

ด้านนายปฏิภาณ ดำรงค์กิจมั่น นักศึกษาที่อาศัยอยู่ในเขตสายไหม มองว่า โลกในปัจจุบันขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนต้องเร่งปรับตัวตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งนี้เองเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเมืองเกิดความเครียดสะสม

รู้สึกว่า เมื่อมันรวดเร็วมาก ๆ คนตามไม่ทัน หมายถึงว่า ไม่ใช่แค่ตามรถไม่ทัน หรือตามอะไรไม่ทัน แต่มันคือตามอารมณ์ตัวเองไม่ทัน ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ เหมือนมีที่ทำงานแต่ก็ไม่ได้รู้สึกดี แต่ว่าเราต้องพาตัวเองไปเพื่อทำให้รูทีนครบทุกวัน ก็รู้สึกว่ามันคือคำว่าเครียด กดดัน

นายปฏิภาณระบุว่า แม้ กทม.จะมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมือง รวมถึงประชากรแฝงที่เดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในแต่ละวัน ปัญหาการจราจรและความแออัดยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเครียดให้กับคนเมืองอย่างต่อเนื่อง

นอกจากปัญหาการเดินทางแล้ว เขายังมองว่า กรุงเทพฯ มีพื้นที่สาธารณะสำหรับการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพจิตไม่เพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่ส่วนกลางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

เวลาจะหาที่พักผ่อน หลายคนก็นึกถึงห้างสรรพสินค้าก่อน แต่สุดท้ายก็กลายเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ต้องใช้จ่าย ขณะที่พื้นที่สาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้จริงยังมีไม่มาก

นอกจากนี้ เขายังเสนอว่ากรุงเทพฯ ควรมีพื้นที่สาธารณะรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดสาธารณะ พื้นที่อ่านหนังสือ พื้นที่ทำงานร่วมกัน หรือพื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้เวลาว่างนอกเหนือจากห้างสรรพสินค้า บางครั้งความสุขอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ อย่างการได้ฟังดนตรีในสวน หรือได้เดินเล่นหลังเลิกงาน แต่พื้นที่แบบนี้ยังมีไม่มากสำหรับคนกรุงเทพฯ

สำหรับพื้นที่ที่อยากเห็นในอนาคต เขาระบุว่า อยากให้มีพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาทำกิจกรรมได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น การแสดงดนตรีในสวน หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ขนาดเล็กที่ช่วยให้ผู้คนได้หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน

ข้อเสนอเชิงนโยบาย สร้างเมืองที่โอบรับสุขภาพจิต

เมื่อปัญหาสุขภาพจิตเชื่อมโยงกับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และสภาพแวดล้อมของเมือง การแก้ไขปัญหาจึงอาจต้องมองให้ไกลกว่าการรักษาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว โดย Policy Watch ได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายที่ครอบคลุมทั้งระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาเมือง และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนี้

  • จัดสรรงบประมาณเพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ด้านสุขภาพจิตให้เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากปัจจุบันผู้เข้ารับบริการต้องรอคิวนาน และจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
  • บูรณาการประเด็นสุขภาพจิตเข้ากับแผนพัฒนาเมือง โดยพัฒนาเมืองให้เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่พบปะสังสรรค์ รวมถึงระบบคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว
  • พัฒนานโยบายด้านสวัสดิการแรงงานที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับลักษณะงานที่หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีเวลาพักผ่อนและลดความเครียดจากการทำงาน
  • สร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพจิตที่ดี เช่น เมืองที่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมดีและปลอดจากมลพิษ
  • ผลักดันให้มีศูนย์เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในทุกระดับ ตั้งแต่โรงเรียน ชุมชน ไปจนถึงชุมชนผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
  • ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ลดอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐที่คุกคามประชาชน และเพิ่มกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจโดยมิชอบ เนื่องจากชีวิตที่ถูกจำกัดเสรีภาพมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เสนอแนวทางแก้ปัญหาความเหงาและสุขภาพจิต

ประเด็นสุขภาพจิตและความเหงาของคนเมืองยังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในเวที "Think Tank Bangkok" ของไทยพีบีเอส

  • นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เสนอแนวคิดสร้างพื้นที่ให้คนเหงาได้พบปะกัน โดยจะพัฒนาย่านต่าง ๆ ให้มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวและมีกิจกรรมประจำย่าน คล้ายหมู่บ้านศิลปินคลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ พร้อมต่อยอดกิจกรรมด้านกีฬา ดนตรี และเวิร์กช็อปต่าง ๆ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

  • นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ เสนอการกระจายกิจกรรมออกจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ไปสู่ "สวน 15 นาที" จำนวน 500 สวนทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เต้นแอโรบิก ดนตรีในสวน และ Street Art รวมถึงการจัดตั้งคลินิกให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตในทุกเขตและในโรงเรียน

  • นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางสร้างบรรยากาศและพื้นที่ปลอดภัย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน พบปะผู้คน และสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมมากขึ้น

ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบุคคลหรือระบบสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิต การออกแบบเมือง พื้นที่สาธารณะ สิ่งแวดล้อม และความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตของคนเมืองในอนาคต

รายงาน : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นักศึกษาฝึกงาน คณะวาสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มาข้อมูล : กรมสุขภาพจิต เรื่อง ถอดรหัสความเหงา! เมื่อสังคมไทยกำลังเต็มไปด้วยคนรู้สึกโดดเดี่ยว, Thai PBS policy watch เรื่อง สร้างเมืองที่โอบรับสุขภาพจิตได้ ก่อนจะสายเกินไป, DEUTSCHES ÄRZTEBLATT INTERNATIONAL.

อ่านข่าว :

มติ ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า “พิพัฒน์” คาดเริ่มใช้ 1 ม.ค.70

"อนุทิน" สยบข่าวลือชายแดนตึงเครียด ยัน F-16 ขึ้นบิน แค่ซ้อมตามปกติ

“สีหศักดิ์” เร่งตรวจสอบปมดักฟังโทรศัพท์ ประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เด้ง "อธิบดี สถ."เซ่นทุจริตสอบท้องถิ่น "นายกฯ" บอกเป็นเรื่องของปลัดมหาดไทย

24 นาทีที่แล้ว

“เชียงใหม่”สำรวจเมือง ระดม “ทาสี-แต่งเมือง” รอรับการตรวจมรดกโลก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เดลิเวอรี่จีน” ระบาด พาณิชย์ลุยตรวจ 3 แพลตฟอร์ม เปิดให้บริการรับส่งอาหาร

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แก้ปมระบบสุขภาพเมืองกรุง แนะ 4 ภารกิจ ผู้ว่าฯ คนใหม่

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...