โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

World Bank เลื่อนชั้น 6 ประเทศ “เวียดนาม-ฟิลิปปินส์” ก้าวสู่รายได้ปานกลางระดับสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

World Bank เลื่อนชั้น 6 ประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงขึ้น "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" นำทีมก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ขณะเดียวกันไม่มีประเทศใดถูกลดอันดับ

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ธนาคารโลก (World Bank) เปิดเผยการปรับปรุง การจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ (World Bank Group Country Income Classifications) ประจำปี 2569 โดยระบุว่า แม้ในปีนี้จะมี 6 ประเทศได้รับการเลื่อนระดับรายได้ แต่เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละประเทศมีปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน ทั้งการเติบโตของการส่งออก การฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ การปรับปรุงระบบสถิติ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร

รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนประเทศที่ถูกจัดอยู่ใน กลุ่มรายได้ต่ำ (Low Income) ลดลงจาก 30% เหลือเพียง 11% สะท้อนให้เห็นว่าหลายประเทศสามารถยกระดับรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นด้วยความเร็วที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ธนาคารโลกจัดอันดับรายได้ใหม่ทุกปี

ธนาคารโลกอธิบายว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี หน่วยงาน Development Data Group จะทบทวนและปรับการจัดกลุ่มประเทศทั่วโลกจากข้อมูล รายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income per capita: GNI per capita) ของปีก่อนหน้า

การประเมินใช้ Atlas Method ซึ่งเป็นวิธีคำนวณที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้น และมีการปรับเกณฑ์รายได้ในแต่ละปีให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ยังนำปัจจัยอื่นมาพิจารณา เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากร การปรับปรุงบัญชีประชาชาติ และการทบทวนข้อมูลสถิติของแต่ละประเทศ

สำหรับปี 2569 การประเมินครอบคลุม 218 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ และจะใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงระดับโลกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2570

ธนาคารโลกระบุว่า การจัดกลุ่มรายได้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเกณฑ์กำหนดสิทธิในการเข้าถึง เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Concessional Loans) และความช่วยเหลือด้านการพัฒนา รวมทั้งเป็นเครื่องมือที่รัฐบาล นักวิจัย และองค์กรระหว่างประเทศใช้ติดตามความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

ปีนี้ไม่มีประเทศใดถูกลดชั้น

ผลการประเมินปีนี้พบว่า ไม่มีประเทศใดถูกปรับลดระดับรายได้ ขณะที่มี 6 ประเทศได้รับการเลื่อนชั้น

  • 5 ประเทศ เลื่อนจากกลุ่ม รายได้ปานกลางระดับต่ำ (Lower-Middle Income) เป็น รายได้ปานกลางระดับสูง (Upper-Middle Income) ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา จอร์แดน และไมโครนีเซีย
    • 1 ประเทศ คือ โตโก เลื่อนจาก กลุ่มรายได้ต่ำ ขึ้นสู่รายได้ปานกลางระดับต่ำ

แม้จะก้าวสู่ระดับรายได้ใหม่เหมือนกัน แต่แต่ละประเทศมีเส้นทางการพัฒนาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เวียดนาม: เติบโตจากการส่งออก

ธนาคารโลกระบุว่า เวียดนามเป็นตัวอย่างของประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย โมเดลการเติบโตที่นำโดยการส่งออก (Export-led Growth) ในปี 2567 และ 2568 มูลค่าการส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ต่อปี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 7% และ 8% ตามลำดับ ขณะที่รายได้ประชาชาติ (GNI) เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ในช่วงปี 2564-2568 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

ฟิลิปปินส์ เติบโตทั้งระบบเศรษฐกิจ

สำหรับฟิลิปปินส์ ธนาคารโลกชี้ว่า การเลื่อนชั้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเติบโตโดดเด่น แต่เกิดจาก การขยายตัวของเศรษฐกิจในวงกว้าง

GDP ของฟิลิปปินส์เติบโตเฉลี่ย 5.8% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยทุกภาคเศรษฐกิจหลักต่างมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศสามารถก้าวข้ามเกณฑ์รายได้ได้ในที่สุด

ศรีลังกา ฟื้นตัวจากวิกฤต

ศรีลังกาเป็นอีกประเทศที่ได้รับการเลื่อนชั้น หลังสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในปี 2565 ซึ่งเคยทำให้ประเทศเกือบล้มละลาย เพียง 3 ปีหลังเกิดวิกฤต GDP ที่แท้จริงของศรีลังกาขยายตัว 5% ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ภาคการเงิน และการท่องเที่ยว แม้ว่าประเทศจะผ่านเกณฑ์รายได้เพียงเล็กน้อย แต่ธนาคารโลกมองว่าเป็นสัญญาณของความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

จอร์แดน เศรษฐกิจใหญ่กว่าที่คิด

กรณีของจอร์แดนแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องจากไม่ได้เกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการ ปรับปรุงบัญชีประชาชาติครั้งใหญ่

สำนักงานสถิติของจอร์แดนได้ปรับปีฐานและขยายการจัดเก็บข้อมูล ทำให้พบว่าขนาดเศรษฐกิจของประเทศใหญ่กว่าที่เคยประเมินไว้เกือบ 10% เมื่อรวมกับการเติบโตของ GDP 2.8% ในปี 2568 จึงทำให้รายได้ต่อหัวสูงพอที่จะเลื่อนชั้นได้

ไมโครนีเซีย เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป

ไมโครนีเซียสามารถเลื่อนชั้นได้จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังการฟื้นตัวจากโควิด-19 โดยมีภาคก่อสร้างและเกษตรกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้ว่ารายได้จากต่างประเทศจะลดลงจนกดดันการเติบโตบางส่วนก็ตาม

โตโก เลื่อนชั้นเพราะจำนวนประชากรลดลง

สำหรับโตโก การเลื่อนจากประเทศรายได้ต่ำเป็นรายได้ปานกลางระดับต่ำ มีปัจจัยสำคัญมาจากการ ปรับปรุงข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2565

ลสำรวจใหม่ทำให้จำนวนประชากรของประเทศลดลง 11.7% เมื่อประชากรลดลง แต่รายได้รวมของประเทศยังอยู่ในระดับเดิม จึงทำให้รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ GDP จะเติบโต 5.9% ในปี 2568 และอัตราแลกเปลี่ยนจะมีส่วนช่วย แต่ธนาคารโลกระบุว่าการปรับจำนวนประชากรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โตโกเลื่อนชั้น

ทั้งนี้แม้การจัดกลุ่มรายได้ของธนาคารโลกจะใช้ข้อมูลที่เข้มงวดและทันสมัยที่สุดในแต่ละปี แต่ธนาคารโลกย้ำว่า ไม่มีตัวชี้วัดเชิงตัวเลขเพียงตัวเดียวที่สามารถสะท้อนความซับซ้อนของการพัฒนาประเทศได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลทุกปี พร้อมขยายจำนวนประเทศที่ประเมินจาก 163 ประเทศในปี 2530 เป็น 218 ประเทศในปัจจุบัน ทำให้การจัดกลุ่มรายได้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ และช่วยสะท้อนให้เห็นว่าประเทศเหล่านั้นกำลังเดินหน้าไปในทิศทางใดของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก

อ้างอิง : blogs.worldbank.org

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...