World Bank เลื่อนชั้น 6 ประเทศ “เวียดนาม-ฟิลิปปินส์” ก้าวสู่รายได้ปานกลางระดับสูง
World Bank เลื่อนชั้น 6 ประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงขึ้น "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" นำทีมก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ขณะเดียวกันไม่มีประเทศใดถูกลดอันดับ
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ธนาคารโลก (World Bank) เปิดเผยการปรับปรุง การจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ (World Bank Group Country Income Classifications) ประจำปี 2569 โดยระบุว่า แม้ในปีนี้จะมี 6 ประเทศได้รับการเลื่อนระดับรายได้ แต่เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละประเทศมีปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน ทั้งการเติบโตของการส่งออก การฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ การปรับปรุงระบบสถิติ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร
รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนประเทศที่ถูกจัดอยู่ใน กลุ่มรายได้ต่ำ (Low Income) ลดลงจาก 30% เหลือเพียง 11% สะท้อนให้เห็นว่าหลายประเทศสามารถยกระดับรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นด้วยความเร็วที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ธนาคารโลกจัดอันดับรายได้ใหม่ทุกปี
ธนาคารโลกอธิบายว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี หน่วยงาน Development Data Group จะทบทวนและปรับการจัดกลุ่มประเทศทั่วโลกจากข้อมูล รายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income per capita: GNI per capita) ของปีก่อนหน้า
การประเมินใช้ Atlas Method ซึ่งเป็นวิธีคำนวณที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้น และมีการปรับเกณฑ์รายได้ในแต่ละปีให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ยังนำปัจจัยอื่นมาพิจารณา เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากร การปรับปรุงบัญชีประชาชาติ และการทบทวนข้อมูลสถิติของแต่ละประเทศ
สำหรับปี 2569 การประเมินครอบคลุม 218 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ และจะใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงระดับโลกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2570
ธนาคารโลกระบุว่า การจัดกลุ่มรายได้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเกณฑ์กำหนดสิทธิในการเข้าถึง เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Concessional Loans) และความช่วยเหลือด้านการพัฒนา รวมทั้งเป็นเครื่องมือที่รัฐบาล นักวิจัย และองค์กรระหว่างประเทศใช้ติดตามความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
ปีนี้ไม่มีประเทศใดถูกลดชั้น
ผลการประเมินปีนี้พบว่า ไม่มีประเทศใดถูกปรับลดระดับรายได้ ขณะที่มี 6 ประเทศได้รับการเลื่อนชั้น
- 5 ประเทศ เลื่อนจากกลุ่ม รายได้ปานกลางระดับต่ำ (Lower-Middle Income) เป็น รายได้ปานกลางระดับสูง (Upper-Middle Income) ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา จอร์แดน และไมโครนีเซีย
- 1 ประเทศ คือ โตโก เลื่อนจาก กลุ่มรายได้ต่ำ ขึ้นสู่รายได้ปานกลางระดับต่ำ
แม้จะก้าวสู่ระดับรายได้ใหม่เหมือนกัน แต่แต่ละประเทศมีเส้นทางการพัฒนาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
เวียดนาม: เติบโตจากการส่งออก
ธนาคารโลกระบุว่า เวียดนามเป็นตัวอย่างของประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย โมเดลการเติบโตที่นำโดยการส่งออก (Export-led Growth) ในปี 2567 และ 2568 มูลค่าการส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ต่อปี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 7% และ 8% ตามลำดับ ขณะที่รายได้ประชาชาติ (GNI) เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ในช่วงปี 2564-2568 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
ฟิลิปปินส์ เติบโตทั้งระบบเศรษฐกิจ
สำหรับฟิลิปปินส์ ธนาคารโลกชี้ว่า การเลื่อนชั้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเติบโตโดดเด่น แต่เกิดจาก การขยายตัวของเศรษฐกิจในวงกว้าง
GDP ของฟิลิปปินส์เติบโตเฉลี่ย 5.8% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยทุกภาคเศรษฐกิจหลักต่างมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศสามารถก้าวข้ามเกณฑ์รายได้ได้ในที่สุด
ศรีลังกา ฟื้นตัวจากวิกฤต
ศรีลังกาเป็นอีกประเทศที่ได้รับการเลื่อนชั้น หลังสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในปี 2565 ซึ่งเคยทำให้ประเทศเกือบล้มละลาย เพียง 3 ปีหลังเกิดวิกฤต GDP ที่แท้จริงของศรีลังกาขยายตัว 5% ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ภาคการเงิน และการท่องเที่ยว แม้ว่าประเทศจะผ่านเกณฑ์รายได้เพียงเล็กน้อย แต่ธนาคารโลกมองว่าเป็นสัญญาณของความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
จอร์แดน เศรษฐกิจใหญ่กว่าที่คิด
กรณีของจอร์แดนแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องจากไม่ได้เกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการ ปรับปรุงบัญชีประชาชาติครั้งใหญ่
สำนักงานสถิติของจอร์แดนได้ปรับปีฐานและขยายการจัดเก็บข้อมูล ทำให้พบว่าขนาดเศรษฐกิจของประเทศใหญ่กว่าที่เคยประเมินไว้เกือบ 10% เมื่อรวมกับการเติบโตของ GDP 2.8% ในปี 2568 จึงทำให้รายได้ต่อหัวสูงพอที่จะเลื่อนชั้นได้
ไมโครนีเซีย เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไมโครนีเซียสามารถเลื่อนชั้นได้จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังการฟื้นตัวจากโควิด-19 โดยมีภาคก่อสร้างและเกษตรกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้ว่ารายได้จากต่างประเทศจะลดลงจนกดดันการเติบโตบางส่วนก็ตาม
โตโก เลื่อนชั้นเพราะจำนวนประชากรลดลง
สำหรับโตโก การเลื่อนจากประเทศรายได้ต่ำเป็นรายได้ปานกลางระดับต่ำ มีปัจจัยสำคัญมาจากการ ปรับปรุงข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2565
ลสำรวจใหม่ทำให้จำนวนประชากรของประเทศลดลง 11.7% เมื่อประชากรลดลง แต่รายได้รวมของประเทศยังอยู่ในระดับเดิม จึงทำให้รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ GDP จะเติบโต 5.9% ในปี 2568 และอัตราแลกเปลี่ยนจะมีส่วนช่วย แต่ธนาคารโลกระบุว่าการปรับจำนวนประชากรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โตโกเลื่อนชั้น
ทั้งนี้แม้การจัดกลุ่มรายได้ของธนาคารโลกจะใช้ข้อมูลที่เข้มงวดและทันสมัยที่สุดในแต่ละปี แต่ธนาคารโลกย้ำว่า ไม่มีตัวชี้วัดเชิงตัวเลขเพียงตัวเดียวที่สามารถสะท้อนความซับซ้อนของการพัฒนาประเทศได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลทุกปี พร้อมขยายจำนวนประเทศที่ประเมินจาก 163 ประเทศในปี 2530 เป็น 218 ประเทศในปัจจุบัน ทำให้การจัดกลุ่มรายได้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ และช่วยสะท้อนให้เห็นว่าประเทศเหล่านั้นกำลังเดินหน้าไปในทิศทางใดของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง : blogs.worldbank.org