โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแล้ว “ด่านสะเดาแห่งใหม่” ประตูเศรษฐกิจเชื่อมไทย-มาเลเซีย ดันท่องเที่ยวชายแดนใต้คึกคัก

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ด่านสะเดาแห่งใหม่ เปิดแล้ว นายกฯ เผย เป็นประตูเศรษฐกิจชายแดนที่สำคัญที่สุดของไทยกับมาเลเซีย ด้าน รมว.ท่องเที่ยว ระบุจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้าสู่เมืองไทย ขณะที่ ททท. เตรียมเปิดตัวโครงการ “New Hatyai” ดึงคนดังจากมาเลย์ ทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์หาดใหญ่ เชื่อมพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานพิธีถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท. ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่จะช่วยยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้าและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้าน Ease of Traveling เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาคอาเซียน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ด่านสะเดาแห่งใหม่เป็น “ประตูเศรษฐกิจ” ที่จะเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ถือเป็นประตูการค้าชายแดนที่สำคัญที่สุดของไทยกับมาเลเซีย และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งหลักของภูมิภาค อำนวยความสะดวกทั้งการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างสองประเทศ

รัฐบาลเชื่อว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงชายแดนในครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้สองประเทศเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคในระยะยาว

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่เป็น Tourism Infrastructure ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจรองรับการเติบโตของกลุ่ม Overland Tourism โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งมีพฤติกรรมการเดินทางมายังประเทศไทยด้วยการคมนาคมทางบกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังทำการตลาดเชิงรุกรองรับการเปิดด่านแห่งใหม่ร่วมมือกับพันธมิตรการท่องเที่ยวในพื้นที่มาเลเซียและชมรมผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของมาเลเซีย กระตุ้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและคาราวานท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวแบบ Scenic Route เพื่อกระตุ้นการ เดินทางระหว่างกันในรูปแบบการท่องเที่ยวขับรถข้ามแดน (Cross-border Tourism) อันนำไปสู่การะจายรายได้สู่พื้นที่ชายแดนและเมืองน่าเที่ยวของภาคใต้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาคอาเซียน

การเปิดด่านชายแดนสะเดาแห่งใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่นิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล การมีด่านทางบกที่มีขีดความสามารถรองรับผู้เดินทางได้มากขึ้น จะช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมีความสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัวยิ่งขึ้น

รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการเชื่อมต่อชายแดน ถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าการเปิดใช้งานด่านสะเดาแห่งใหม่และถนนเชื่อมต่อดังกล่าว จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงสร้างโอกาสในการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเดินทางด้วยกลยุทธ์ Value over Volume เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานบริเวณด่านสะเดาแห่งใหม่ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบ Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle (IMT-GT) ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดย ททท. เชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับภาคใต้ของไทยสู่การเป็น Southern Tourism Gateway เชื่อมโยงการเดินทางไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ และเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียนในระยะยาว และในช่วงการเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ททท. ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “New Hatyai” เชิญผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (KOL) จากประเทศมาเลเซีย

มาถ่ายทอดมุมมองใหม่ของหาดใหญ่ พร้อมเชื่อมโยงการเดินทางสู่จังหวัดพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช ควบคู่กับการจัดกิจกรรม Roadshow, Joint Marketing และประชาสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรในประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จากเมืองชายแดนสู่เมืองน่าเที่ยวของประเทศไทย

จากข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 21 มิถุนายน 2569

มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าไทยแล้ว 2,054,203 คน เป็นนักท่องเที่ยวผ่านด่านทางบกจำนวน 1,768,663 คน คิดเป็นร้อยละ 86.1 และเป็นนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านสะเดาถึง 1,041,816 คน คิดเป็นประมาณ

ร้อยละ 50.7 ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทย สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพที่เดินทางเข้าประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีน ทั้งด้านความถี่ในการเดินทางและการเดินทางซ้ำ นิยมเดินทางมาไทยเพื่อพักผ่อนวันหยุดและเป็น Weekend Destinations โดยมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่ สงขลา กรุงเทพฯ นราธิวาส ยะลา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล ตามลำดับ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...