โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กระทรวงต่างประเทศ’ โต้ ‘กัมพูชา’ ใส่ร้ายไทยยิงระเบิด-รุกล้ำแดน

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘กระทรวงต่างประเทศ’ โต้ 'กัมพูชา' ใส่ร้ายไทยยิงระเบิด-รุกล้ำแดน เผยทหารเขมรเหยียบระเบิดเอง ยันไทยต้องการสันติภาพ-พร้อมเดินหน้า UNCLOS

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงพัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่าทหารไทยยิงระเบิดเข้าไปในพื้นที่ฐานที่ตั้งของทหารกัมพูชา ทำให้ฝ่ายกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเพราะทหารกัมพูชาชุดใหม่ขาดความชำนาญและไม่คุ้นเคยพื้นที่ จนทำให้เหยียบทุ่นระเบิดที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่เอง กระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยอยู่ภายใต้คำสั่งกฎการใช้กำลังและถ้อยแถลงร่วมที่ลงนามร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา งวดที่ 27 ธ.ค. 2568 อย่างเคร่งครัด และยึดมั่นในหลักการความอดกลั้นโปร่งใสและความรับผิดชอบ จึงขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน ซึ่งถือเป็นการขาดวิจารณญาณและบิดเบือนข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด อีกทั้งแสดงถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชา
นางมาระตี กล่าวอีกว่า ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าไทยรุกล้ำเขตแดนกัมพูชานั้น ตนขอย้ำว่าไทยเคารพตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายวางกำลังในพื้นที่ปัจจุบัน โดยไม่เคลื่อนย้ายกำลังหรือลาดตระเวน ไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย การดำเนินการของฝ่ายไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของประชาชนภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน จึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวที่กัมพูชานำไปอ้างอิงในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ย้ำว่าไทยต้องการสันติภาพและพร้อมแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานข้อเท็จจริงความจริงใจและสุจริตใจ เคารพซึ่งกันและกันและเคารพข้อตกลงของสองฝ่าย เพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งในขณะนี้กัมพูชามีพฤติกรรมที่ย้อนแย้ง พยายามจะบอกว่ามุ่งมั่นแก้ไขปัญหากับประเทศไทย แต่ในทางกลับกัน เดินสายให้ข้อมูลบิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อเวทีโลก
นางมาระตี กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) หลังจากที่ได้แจ้งตอบรับการเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับแล้ว ตอนนี้ผู้ประนอมฯ ทั้ง 4 คน ของทั้งไทยและกัมพูชากำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ประนอมฯ คนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอมฯ ซึ่งคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวนั้น ต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับ และเป็นกลาง มีความรู้เชิงลึกทางด้านการทูตเป็นพิเศษ กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงกฎหมายทางทะเล และควรมีความเข้าใจสถานการณ์บริบทของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ขอย้ำว่าไทยจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพและยึดผลประโยชน์สูงสุดของชาติเป็นสำคัญ

นางมาระตี กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยใช้อนุสัญญา UNCLOS มาเป็นข้ออ้างหรือเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถหารือในกรอบอื่นได้ แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือการแสดงความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา ทั้งที่เคยตกลงกันแล้วในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าก่อนจะมีการประชุม คณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา บรรยากาศจะต้องเอื้ออำนวย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการประชุมเลย แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปตามจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ควรเริ่มการเจรจาในบรรยากาศที่มีการกล่าวหาโจมตีกันอยู่ วัตถุประสงค์ของ UNCLOS คือการแนะนำแนวทางทั้ง 2 ประเทศหันกลับมาคุยกันได้ หวังว่าจะไม่มีผลเสีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...