ไปไม่รอด! ชิงทองอ้างหาเงินจ่ายคดีชนคน เจอร้านทองกดล็อกประตูขัง
(31 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าทองแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สามารถจับภาพพฤติกรรมของ นายสุรศักดิ์ อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทำทีเข้ามาในร้านทองเพื่อขอเลือกซื้อสร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 บาท จากนั้นได้ออกอุบายขอหยิบสร้อยทองมาลองสวมที่ข้อมือ พร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปทำทีเป็นตรวจสอบความสวยงามและความเหมาะสม
จังหวะนั้นเอง ทางด้านเจ้าของร้านเริ่มไหวตัวทันและระวังตัว จึงพยายามบอกให้ชายคนดังกล่าวเทียบวัดขนาดกับข้อมือของเจ้าของร้านแทน เพื่อเลี่ยงการส่งสร้อยทองใส่มือโดยตรง แต่ชายรายนี้ไม่ยอมและยืนยันจะขอทดลองสวมใส่ด้วยตัวเอง เจ้าของร้านจึงอาศัยจังหวะนั้นกดสวิตช์ล็อกประตูอัตโนมัติของทางร้านทันที โดยที่คนร้ายไม่ทันสังเกตเห็นมาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าว
หลังจากทดลองสวมใส่ข้อมืออยู่ครู่หนึ่ง นายสุรศักดิ์ได้ตัดสินใจกระชากสร้อยทองหวังจะวิ่งหนีออกจากร้านทันที แต่ปรากฏว่าประตูถูกล็อกไว้แน่นหนา ทำให้คนร้ายถึงกับไปไม่เป็นและยอมจำนนแต่โดยดี ก่อนจะยอมถอดสร้อยทองคืนให้ทางร้าน ขณะเดียวกันทางร้านได้กดสัญญาณเตือนภัยแจ้งไปยัง สภ.บางพลี เพื่อประสานส่งสายตรวจที่อยู่ใกล้เคียงเข้าระงับเหตุ ทันทีที่รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ทั้งฝ่ายป้องกันปราบปรามและฝ่ายสืบสวน ได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ พร้อมของกลางสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 1 บาท มูลค่าประมาณ 71,000 บาท
ด้าน พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รองผกก.สส.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าสาเหตุที่ตัดสินใจลงมือเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ขับรถย้อนศรไปชนคู่กรณีจนบาดเจ็บและถูกศาลพิพากษาคดี ต้องหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท ประกอบกับถูกแฟนสาวทิ้งหลังเกิดเรื่องฉาว ทำให้เกิดความเครียดและไม่มีเงินไปจ่ายชดเชยให้ผู้เสียหาย จึงตัดสินใจเสี่ยงดวงมาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ แต่สุดท้ายขยับหนีไปไหนไม่ได้เพราะติดประตูร้านทอง จนถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายในที่สุด