โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พรรคส้ม’ เหนื่อย! คนกรุงเจน Y-Z ยังเทใจให้ ‘ชัชชาติ’

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 มิถุนายน 2569 เวลา 15.46 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'รองผอ.สถาบันพระปกเกล้า' ชี้พรรคส้มเหนื่อย กลุ่มเจนY-เจนZ มีแนวโน้มเทใจให้ชัชชาติ ที่มีจุดแข็งเก็บได้ทุกเจนเนอเรชัน

1 มิ.ย. 2569 - ร.อ.ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า กล่าววิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม. ผ่านรายการ ไทยโพสต์ ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นการเลือกตั้งสนามการเมืองท้องถิ่น ความคาดหวังของประชาชนอาจแตกต่างจากการเลือกตั้งใหญ่ที่คนมองว่าเป็นการเลือกตั้งนายกฯ โดยคนที่จะเข้าไปเป็นผู้ว่าฯกทม. ประชาชนต้องการคนที่เข้าไปทำงานแล้วแก้ปัญหาได้ ต้องมีบุคลิกแบบ down to earth พอสมควรเพราะเชื่อว่าคนยังโหยหาคนที่ใกล้ชิดประชาชน ลงมาลุยในเรื่องต่างๆ น้ำท่วมก็ลงมาลุย เป็นคนที่ประชาชนสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของผู้ว่าฯกทม. ที่แตกต่างจากการเลือกนายกฯ

ขณะเดียวกัน กทม. ยังอยู่ภายใต้กฎหมายหลักของประเทศ ทำให้การทำงานหลายเรื่อง กทม. ไม่สามารถทำได้ด้วย กทม. เองฝ่ายเดียว ต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆของภาครัฐ ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่ตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ต้องแสดงให้เห็นว่าเขามีความสามารถในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ได้ เช่น ตำรวจ

รอง ผอ.วิทยาลัยการเมืองการปกครอง กล่าวว่า ด้วยความที่กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นเมืองหน้าด่าน ปัญหาของ กทม. จึงมีหลายอย่างทั้งปัญหาคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เช่นเรื่องการคมนาคม การเดินทาง -สาธารณูปโภคต่างๆ การรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นปัญหาภัยพิบัติ แต่ปัญหาของกรุงเทพฯ ก็ค่อนข้างจะเป็นปัญหาเดิมๆ เพราะกรุงเทพฯ คนอยู่เยอะ มีกิจกรรมเกิดขึ้นตลอด ทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคมการเมือง แล้วก็ยังมีปัญหาขยะ ปัญหาเรื่องทางเท้าในกทม. ซึ่งแต่ละปัญหาก็มีความยากในการแก้ไขปัญหา

เพราะอย่างหากจะให้เป็นเมืองแห่งสตรีทฟู้ด แต่หากเน้นเรื่องความสะอาด การจัดระเบียบ ความเป็นสตีทฟู้ดก็จะหายไป จึงเป็นเรื่องที่ต้องหาจุดสมดุลให้ได้ โดยนโยบายแต่ละนโยบายที่ทำออกมา จะมีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และคนเสียประโยชน์จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ต้องหาวิธีการที่ทำให้คนที่เสียประโยชน์ไม่ถึงกับหนักหน่วงมาก ต้องหาวิธีการสร้างสมดุล ซึ่งฝ่ายการเมืองคงเข้าใจกันได้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้การทำแต่ละเรื่องแล้วทุกฝ่ายจะเห็นชอบด้วยกันหมด

เมื่อถามว่า ยังมีการมองว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะชนะการเลือกตั้ง ร.อ.ดร.จารุพล กล่าวว่า มองว่า นายชัชชาติ ก็ยังได้เปรียบอยู่เมื่อดูจากผลโพลต่างๆ อย่างผลโพลของสถาบันพระปกเกล้า ดร.ชัชชาติ ก็ยังนำมา แต่ถามว่าจะถึงขั้นนอนมาเลยไหม ตนว่าแม้แต่ตัวนายชัชชาติ ก็ต้องทำเต็มที่ คงไม่คิดว่าตัวเองจะนอนมา เพราะอย่าลืมว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เลือกตั้งซึ่งมีความสวิงสูงมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยฐานเสียงของพรรคประชาชนเองก็ยังแข็งแรง แต่พรรคประชาชนเองก็เหนื่อย

หากพูดกันตรงๆ เพราะหากวิเคราะห์ฐานเสียงของพรรคประชาชน กลุ่มที่เป็นส้มสุดทางเลย เขาก็คงเลือกอยู่แล้วไม่ว่าพรรคจะส่งใครมาลงเลือกตั้ง แต่จะมีกลุ่มเจนY เจนZ ที่สนับสนุนพรรคประชาชนในการเลือกตั้งใหญ่ แต่สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กลุ่มนี้อาจมองที่นายชัชชาติเช่นกัน เพราะนายชัชชาติ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มเจนZ ที่กลุ่มนี้ก็ชื่นชม ชื่นชอบนายชัชชาติไม่น้อยเช่นกัน

"ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของดร.ชัชชาติ ก็คือ ในกลุ่มของคนรุ่นใหม่ ทั้งเจนY เจนZ ก็ยังรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เขาเข้าใจได้ เขาแฮปปี้กับวิธีการทำงานของคุณชัชชาติ แม้คนกลุ่มนี้จะเป็นแฟนคลับพรรคประชาชนในการเลือกตั้งใหญ่ แต่ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ผมก็เชื่อว่ายังมีคนจำนวนมาก ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ชื่นชม ชื่นชอบดร.ชัชชาติ อันนี้เป็นข้อได้เปรียบของดร.ชัชชาติคือเก็บได้ทุกเจนเนอเรชัน" ร.อ.ดร.จารุพล ระบุ

ถามถึงการที่ผู้สมัครหลายคนลงสมัครในนามอิสระ มีนัยยะอะไรหรือไม่ ร.อ.ดร.จารุพล วิเคราะห์ว่า ก็มีเพราะหากดูจากผลโพลอย่างของสถาบันพระปกเกล้าที่ออกมาวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาที่ถามว่าหากเป็นคนกรุงเทพฯ มีแนวโน้มจะเลือกผู้ว่าฯกทม.หรือ สก.แบบไหน พบว่า 41.6 เปอร์เซ็นต์ตอบว่าเลือกที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง มองว่าตรงนี้มีนัยยะที่น่าสนใจคือคนอาจจะเห็น การทำงานของนายชัชชาติในช่วงที่ผ่านมาแล้วมีความรู้สึกว่า การที่คนทำงานหรือตัวนักการเมือง ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง อาจจะมีประโยชน์หรือดีกว่าการสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเบื่อการเมืองในรูปแบบที่พรรคการเมือง แล้วก็มีปัญหากันระหว่างพรรคการเมือง คนไทยก็คงเบื่อ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ร.อ.ดร.จารุพล ยังกล่าวถึงกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. ในการตอบคำถามการสำรวจโพลว่า กลุ่มดังกล่าว น่าจะรอดูนโยบายของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แต่ละคน เพราะอย่างโพลของสถาบันพระปกเกล้าที่ออกมาเมื่อ 29 พ.ค. กลุ่มคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจที่มีประมาณ 24.1 เปอร์เซ็นต์นั้น ก็เป็นไปได้ว่ากลุ่มคนบางกลุ่มยังไม่ได้เห็นนโยบาย เพราะผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ก็เริ่มทยอยเปิดนโยบายกันช่วงก่อนหน้านี้ เช่นนายชัชชาติที่เปิดไปเมื่อ 28 พ.ค. กลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจึงน่าจะเป็นกลุ่มที่รอดูนโยบายของผู้สมัครแต่ละคนแล้วค่อยตัดสินใจ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...