โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จำเป็นต้อง "ซาวข้าว" จริงหรือ? ผู้เชี่ยวชาญเตือน 4 วิธีหุงข้าวผิดๆ ทั้งสกปรก-อันตราย!

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ก่อนหุงจำเป็นต้อง

จำเป็นไหมที่ต้อง "ซาวข้าว" ก่อนหุง? แพทย์เตือน 4 พฤติกรรมยอดฮิตที่ทำร้ายสุขภาพไม่รู้ตัว

ข้าวสวยร้อน ๆ ถือเป็นอาหารจานหลักที่อยู่คู่กับโต๊ะอาหารของคนไทยและประชากรมากกว่าครึ่งโลกในทุก ๆ วัน ทว่าหากตั้งคำถามว่า "ก่อนหุงข้าว จำเป็นต้องซาวข้าวทุกครั้งหรือไม่?" คำตอบที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามความคุ้มเคย บางคนเชื่อว่าต้องขัดถูอย่างแรงจนกว่าน้ำจะใสสะอาดเพื่อความอนามัย ขณะที่บางคนเลือกที่จะไม่ซาวเลยเพราะกลัวสูญเสียคุณค่าทางอาหาร

ในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนเล็ก ๆ อย่างการซาวข้าวมีประเด็นเชิงวิทยาศาสตร์การอาหารและข้อควรระวังด้านสุขภาพที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกคำตอบพร้อมเช็ก 4 พฤติกรรมการซาวข้าวที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายโดยที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

จำเป็นต้องซาวข้าวก่อนหุงหรือไม่? คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย (University of South Australia) และมหาวิทยาลัยแอดิเลด (University of Adelaide) ระบุว่า ข้าวสารที่วางจำหน่ายในห้างร้านที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่ ผ่านกระบวนการกะเทาะเปลือก ขัดสี และอบแห้งเพื่อลดความชื้นและควบคุมจุลินทรีย์มาแล้วระดับหนึ่ง ดังนั้น การซาวข้าวจึงไม่จำเป็นต้องทำอย่างเอาเป็นเอาตาย

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยในปี ค.ศ. 2021 พบว่า การซาวข้าวเบา ๆ ด้วยน้ำสะอาดก่อนหุง สามารถช่วยลดปริมาณเศษไมโครพลาสติกปนเปื้อนลงได้ราว 20% ถึง 40% และยังช่วยชะล้างสารหนูรวมถึงโลหะหนักบางชนิดที่อาจตกค้างอยู่บนผิวเมล็ดข้าวออกไปได้บางส่วน ทางด้านผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาจึงสรุปว่า การซาวข้าวในระดับที่พอดี โดยล้างผ่านน้ำเบา ๆ 1-2 ครั้ง ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

4 ข้อผิดพลาดในการซาวข้าวที่หลายครอบครัวควรเปลี่ยนทันที!

แม้ว่าการซาวข้าวจะมีประโยชน์ แต่สิ่งที่แพทย์กังวลกลับเป็น "วิธีการซาวข้าว" ที่หลายคนมักทำผิดวิธีจนอาจเปลี่ยนข้าวสวยเปี่ยมประโยชน์ให้กลายเป็นโทษต่อร่างกายได้ดังนี้:

1. การซาวข้าวในหม้อในของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าโดยตรง

  • ความเสี่ยง: ด้วยความสะดวกหลายคนมักเทข้าวสารใส่หม้อในแล้วเปิดน้ำซาวทันที การขัดถูและแรงเสียดทานจากเมล็ดข้าวอาจทำให้สารเคลือบกันติด (Non-stick) บริเวณผิวหม้อเกิดรอยขีดข่วนหรือหลุดลอกเมื่อใช้ไปนาน ๆ ซึ่งส่งผลให้เนื้อโลหะด้านล่างสัมผัสกับความร้อนและความชื้นโดยตรง จนอาจเกิดปฏิกิริยาที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ
  • ข้อแนะนำ: ควรซาวข้าวในชามหรือกระชอนแยกต่างหาก จากนั้นจึงสะเด็ดน้ำแล้วเทใส่หม้อหุงข้าว และควรเช็ดก้นหม้อด้านนอกให้แห้งสนิทก่อนกดสวิตช์หุงเพื่อความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหล

2. การแช่ข้าวสารทิ้งไว้ข้ามคืนในอุณหภูมิห้อง

  • ความเสี่ยง: บางครอบครัวนิยมซาวข้าวทิ้งไว้และแช่น้ำข้ามคืนเพื่อให้เมล็ดข้าวนุ่มฟูและสุกไวขึ้น ทว่าแพทย์เตือนว่าการแช่ข้าวในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงกว่า 12 องศาเซลเซียส หรือในห้องครัวที่ร้อนชื้น เป็นการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราที่สร้างสารพิษ ซึ่งสารพิษบางชนิดมีคุณสมบัติทนความร้อนสูงและไม่สามารถถูกทำลายได้ด้วยอุณหภูมิน้ำเดือดของหม้อหุงข้าว
  • ข้อแนะนำ: หากต้องการให้ข้าวมีความนุ่มนวลมากขึ้น แนะนำให้ซาวข้าวแล้วแช่น้ำปิดฝาเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาทีก่อนนำมาหุง แทนการตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน

3. การขัดถูข้าวอย่างรุนแรงจนน้ำใสแจ๋ว

  • ความเสี่ยง: น้ำสีขาวขุ่นที่ออกมาในตอนแรกไม่ได้แปลว่าข้าวสกปรกเสมอไป ทว่ามันคือแหล่งรวมของวิตามินบีสารพัดชนิด เช่น วิตามินบี 1 (Vitamin B1), บี 2, บี 6 รวมถึงแร่ธาตุตามธรรมชาติ การขัดถูอย่างรุนแรงและซาวน้ำหลาย ๆ รอบจนน้ำใสสะอาดยิ่งยวด จะเป็นการชะล้างคุณค่าทางอาหารเหล่านั้นออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงแค่แป้งและคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น
  • ข้อแนะนำ: ควรใช้มือคนข้าวกวนน้ำเบา ๆ เพียง 1-2 รอบ เพื่อกำจัดฝุ่นละอองก็เพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องขัดถูจนเมล็ดข้าวหักหรือน้ำใสสนิท

4. ความเข้าใจผิดว่า ข้าวสารที่ขึ้นราหรือเป็นมอด แค่ซาวแรง ๆ ก็ทานได้

  • ความเสี่ยง: ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายที่สุด เนื่องจากข้าวสารที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีกลิ่นอับ หรือมีลักษณะป่นเนื่องจากเชื้อรา มักปนเปื้อนสารพิษกลุ่ม "อะฟลาท็อกซิน" (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในตับ สารพิษชนิดนี้มีความเสถียรทางความร้อนสูงมาก ไม่ว่าจะซาวกี่ครั้งหรือหุงด้วยความร้อนสูงขนาดไหนก็ไม่สามารถกำจัดออกไปได้
  • ข้อแนะนำ: หากพบว่าข้าวสารมีลักษณะเปลี่ยนสี เป็นเชื้อรา หรือเสื่อมสภาพอย่างชัดเจน ควรทิ้งทันทีและไม่ควรเสียดายนำกลับมาซาวซ้ำเพื่อรับประทาน

สรุปแล้ว ข้าวสวยที่ดีและปลอดภัยเริ่มต้นจากการใส่ใจในขั้นตอนเล็ก ๆ อย่างการซาวข้าว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นการล้างผ่านน้ำอย่างนุ่มนวลและถูกวิธี ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินบี 1 ไว้ให้อยู่คู่กับมื้ออาหารของครอบครัว แต่ยังช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีและปลอดภัยจากสารปนเปื้อนในระยะยาวอีกด้วย

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...