โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'เอกนิติ' ยันไม่ทิ้งวินัยการคลัง แจงโอนงบ 1 หมื่นล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์รับหลักการร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ด้วยคะแนนเสียง 462 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวจำนวน 25 คน และกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 1 วัน โดยจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการนัดแรกในวันที่ 26 มิถุนายน 2569

คลอดพ.ร.บ.โอนงบฯ รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า การปรับโอนงบประมาณครั้งนี้ เป็นผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่มีการจัดทำงบประมาณปี 2569 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพ ภัยธรรมชาติ ความเสี่ยงด้านภัยแล้ง ตลอดจนสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน ซึ่งล้วนสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและภาระการดำรงชีพของประชาชน

ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต หลายปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน และหลายเรื่องยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อดูแลประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

มุ่งดูแลค่าครองชีพ-ผลักดันลงทุน รักษาโมเมนตัม

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทั้งในและนอกงบประมาณควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ การใช้กลไกสถาบันการเงินของรัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ เช่น โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกร

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการลงทุนภาครัฐและการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ผ่านการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายเอกนิติ ยอมรับว่า ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาโอกาสการพัฒนาประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และการจัดเตรียมงบประมาณสำรองรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับการปรับโอนงบประมาณครั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ดำเนินการทบทวนและตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะงบเดินทางไปต่างประเทศของคณะรัฐมนตรี รวมถึงโครงการก่อสร้างที่ยังไม่เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำวงเงินที่เหลือกว่า 10,000 ล้านบาท ไปเสริมงบกลางสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉินและสถานการณ์ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

เราต้องเตรียมงบประมาณสำรองไว้รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก วิกฤตพลังงาน และภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้รัฐสามารถเข้าไปช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ย้ำยึดหลักสมดุลเศรษฐกิจ-การคลัง

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังตอบข้อวิจารณ์เรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลัง โดยยืนยันว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลยังคงยึดหลักความสมดุลระหว่างการดูแลเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพทางการคลังอย่างเคร่งครัด

โดยระบุว่า ผลลัพธ์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นดังกล่าวคือ การที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศปรับมุมมองฐานะการคลังของไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” ขณะที่การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐส่งผลให้การลงทุนภาครัฐขยายตัว 13.3% ในไตรมาสแรก และ 9.4% ในไตรมาสที่สอง ก่อนที่ข้อมูลล่าสุดยังเติบโตในระดับมากกว่า 10%

“รัฐบาลยังคงยืนอยู่บนหลักการรักษาวินัยการคลัง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลงทุน และการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง” นายเอกนิติกล่าว

แนะรัฐปรับยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

ด้านนายอภิสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายตอบโต้ภายหลังการชี้แจง โดยระบุว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายล้วนเป็นข้อมูลจากบุคคลในรัฐบาล และตั้งข้อสังเกตว่าการโอนงบประมาณครั้งนี้อาจสะท้อนการเร่งรัดการเบิกจ่ายมากกว่าการปรับยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนบางโครงการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อพิสูจน์ว่าการบริหารงบประมาณไม่ได้ถูกกำหนดด้วยแรงกดดันทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 อย่างเป็นเอกฉันท์ สะท้อนฉันทามติของฝ่ายนิติบัญญัติในการเปิดทางให้รัฐบาลปรับโครงสร้างงบประมาณเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...