โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดจดหมายสุดซาบซึ้งถึงน้องสาว ยาน ดิโอมองเด้ ปีกดาวรุ่งฟอร์มแรงเป้าหมายลิเวอร์พูล

SIAMSPORT

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ชีวิตบางคนมันไม่ง่าย และต้องผ่านอุปสวรรคมากมายกว่าจะประสบความสำเร็จ เหมือนกรณีของ ยาน ดิโอมองเด้ ปีกดาวรุ่งทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ที่ต้องพบกับช่วงชีวิตสุดรันทด และการสูญเสีย กว่าที่เขาจะยืนอยู่ในจุดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอนาคตวงการลูกหนังโลก

ดิโอมองเด้ ได้ประเดิมสนามในศึกฟุตบอลโลกให้กับทีมชาติไอวอรี่โคสต์ในเกมพบกับเอกวาดอร์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรค การถูกปฏิเสธ และความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้

ปีกวัย 19 ปีของแอร์เบ ไลป์ซิก เปิดใจถึงเส้นทางสู่เวทีฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกผ่านจดหมายสุดซาบซึ้งที่เผยแพร่โดย "The Players’ Tribune" ซึ่งอุทิศให้กับ ร็อกซาน น้องสาวของเขาที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี

- เริ่มต้นด้วยความหลังจากเสื้อปลอมหมายเลข 7 ของ โรนัลโด้

ช่วงต้นของจดหมายเป็นการบอกเล่าเรื่องราวในวัยเยาว์ที่ ดิโอม็องเด้ สวมเรื่องปลอมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับข้อความด้านหลังที่เขียนคำว่า โรนัลโด้ พร้อมกับหมายเลข 7

"ร็อกซานที่รัก จำได้ไหม ตอนที่มีคนซื้อเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปลอมตัวหนึ่งให้พี่ แล้วพี่ก็เอาปากกาเมจิกสีดำเขียนคำว่า "โรนัลโด้ 7" (Ronaldo 7) ไว้ด้านหลังเสื้อเอง?ตอนนั้นเราไม่เคยรู้หรอกว่าอะไรคือความรวยหรือความจน เรารู้จักแค่ความสุขเท่านั้น"

"จำได้ไหม ตอนที่คนถึง 25 คนอาศัยและนอนอยู่ในบ้านหลังเดียวกันที่อาบีจาน? แม่อยากดูละครโทรทัศน์ ส่วนคนอื่นๆ ก็อยากดูหนังกัน แล้วจำได้ไหมว่าพี่ชอบแกล้งทำเป็นหลับ พอเลยเที่ยงคืนก็แอบเข้าไปในห้องทีวี? พี่จะเปิดเสียงเบามาก ๆ แค่ประมาณ 2 ขีดเท่านั้น แล้วนั่งดูฟุตบอลอยู่ในความมืด พร้อมกับเฝ้าฝันถึงอนาคตของตัวเอง"

"จำได้ไหม ตอนที่พวกผู้ใหญ่เห็นพี่เตะฟุตบอลอยู่บนพื้นดินลูกรัง แล้วตั้งฉายาให้ผมว่า -โรแบร์โต้ คาร์ลอส- เพราะพี่ยิงบอลได้หนักมาก? และจำได้ไหมว่าลึก ๆ แล้วพี่แอบไม่พอใจเรื่องนั้นเอามาก ๆ เพราะไอดอลตัวจริงของพี่คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นั่นเอง?-"

- ความหิวทำให้ต้องทำเรื่องที่ไม่ดี

ดิโอม็องเด้ บรรยายความรู้สึกในช่วงเด็กที่สุดแสนยากลำบาก และบางครั้งความหิวก็ทำให้ต้องทำเรื่องที่ไม่ดี เพื่อที่จะหาอาหารประทังชีวิต และโชคดีที่ไม่โดนจับ ทำให้เขายังมีอนาคตจนทุกวันนี้

"จำได้ไหม ตอนที่พี่ต้องออกไปเล่นฟุตบอลไกลจากบ้านมาก? ตอนนั้นพี่อายุแค่ 9 ขวบเอง ที่สโมสรอินเตอร์ ฟุต ซูด โกโมเอ ใกล้กับชายแดนกานา เป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่ต้องใช้ชีวิตตามลำพัง พี่ไม่รู้ว่าเคยเล่าเรื่องนี้ให้น้องฟังหรือเปล่า แต่พี่กับเด็กคนอื่น ๆ เคยแอบเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขโมยมันฝรั่ง เพราะพวกเราหิวกันมากจริง ๆ"

"พวกเราเหมือนกำลังก่อเหตุปล้นธนาคารเลยนะ เด็กสองคนคอยเบี่ยงเบนความสนใจเจ้าของร้าน ส่วนเด็กอีก 18 คนก็วิ่งออกมาพร้อมมันฝรั่งคนละสองหัว มันไม่ได้อร่อยเลิศอะไรหรอก แต่สำหรับพวกเรา มันอร่อยที่สุดเลย ฮ่า ๆ ๆ จนถึงทุกวันนี้ มันฝรั่งยังเป็นอาหารโปรดของพี่อยู่เลย มันฝรั่งต้มราดน้ำมันนิดหน่อย เพราะมันทำให้พี่นึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้น"

- สตั๊ดคู่แรกของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต

สตาร์ลูกหนังดาวรุ่งจากไลป์ซิก บรรยายความรู้สึกผ่านจดหมายฉบับดังกล่าว ถึงช่วงเวลาที่ได้ของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต นั่นก็คือรองเท้าสตั๊ด และมันทำให้ชีวิตของเด็กน้อยคนหนึ่งมีความหวังที่จะก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าบนสังเวียนลูกหนัง

"จำได้ไหม ตอนที่พี่ได้รองเท้าสตั๊ดคู่แรกในชีวิต และพี่ถึงกับเอามันไปนอนกอดทุกคืน? ตอนเด็ก ๆ พี่เล่นฟุตบอลด้วยรองเท้าแตะพลาสติกสีขาวมาตลอด แม้แต่ตอนนี้ เวลาพี่กลับบ้าน พี่ก็ยังเล่นฟุตบอลด้วยรองเท้าแบบนั้นอยู่ เพราะมันเป็นธรรมเนียมของพวกเรา"

"จำได้ไหม เวลาที่ผมกลับบ้าน แล้วเธอจะบอกกับเพื่อน ๆ ในละแวกบ้านว่า -พวกนายเลิกซ้อมฟุตบอลไปทำไม? ยาน ไม่ได้จะซื้อรถให้พวกนายหรอกนะ พวกนายต้องขยันและพยายามด้วยตัวเองสิ-"

- เอเจนต์คนแรกในชีวิต และคนที่เชื่อมั่นในตัวพี่ชาย

ข้อความในจดหมายของ ดิโอม็องเด้ ระบุว่า ร็อกซาน เปรียบเสมือนเอเจนต์คนแรกของเขา เป็นคนที่เชื่อมั่นว่าพี่ชายจะสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่หัวใจปรารถนาได้ และมันทำให้เขาสู้อย่างเต็มที่

"ตอนนั้นเธออายุแค่ 10 ขวบเอง แต่ก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นเอเจนต์ส่วนตัวของพี่ไปแล้ว จำได้ไหม ตอนที่เราชอบนั่งคุยและฝันถึงการย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส? เราฝันกันว่าจะได้ไปเดินชอปปิ้ง มีอพาร์ตเมนต์เป็นของตัวเอง และพี่จะกลายเป็นนักฟุตบอลที่ร่ำรวย มีรถหลายคัน มีบ้านหลังใหญ่ เพื่อให้น้องไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกเลย"

"น้องคือคนที่เชื่อมั่นมาตลอดว่าพี่จะก้าวขึ้นเป็น -คริสเตียโน่ คนต่อไป- ทั้งที่คนอื่นพากันหัวเราะและไม่เชื่อในตัวพี่ จำได้ไหม ตอนที่พี่ย้ายไปเรียนมัธยมที่สหรัฐอเมริกาตอนอายุ 15 ปี และคิดถึงบ้านมากเหลือเกิน? อยู่หลายเดือนเลยที่พี่ไม่เข้าใจว่าคนรอบตัวพูดอะไรกัน"

"โรงเรียนจับพี่ให้นั่งข้างเด็กฝรั่งเศสคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็คอยช่วยแปลทุกอย่างที่ครูสอนให้พี่ฟัง จำได้ไหม ตอนที่พี่โทรหาเธอแล้วพูดว่า -น้องเชื่อไหม เด็กที่นี่เถียงครูด้วย!- แต่ที่บ้านเราในไอวอรี่โคสต์ แค่จะมองหน้าหรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อผู้ใหญ่ พวกเรายังไม่กล้าทำเลยด้วยซ้ำ"

"จำได้ไหม ตอนที่พี่แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กนักเรียนที่นี่สูบบุหรี่กันหลังเลิกเรียน? แล้วเธอก็ชอบพูดว่าชีวิตของพี่ฟังดูเหมือนกำลังอยู่ในซีรีส์อเมริกันสักเรื่องเลย"

- ทดสอบฝีเท้าหลายทีมแต่ไม่สำเร็จ

ความทรงจำของ ดิโอม็องเด้ ที่เขียนลงในจดหมายเพื่อบรรยายถึงช่วงเวลาที่ผิดหวังกับการทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสร แต่น้องสาวของเขายังคงให้กำลังใจ และเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะก้าวไปสู่จุดที่ฝันได้

"จำได้ไหม ตอนที่พี่ได้ไปทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสร ทั้ง บอร์นมัธ, เชลซี, เรนเจอร์ส, โอลิมเปียกอส และคริสตัล พาเลซ แม้กระทั่ง เอเบเรชี่ เอเซ่ กับ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ยังเดินเข้ามาพูดกับพี่หลังการซ้อมครั้งหนึ่งว่า -เฮ้ ไอ้หนู นายเก่งมากจริง ๆ นะ- แต่สุดท้าย พวกเขาก็ไม่ได้เซ็นสัญญากับพี่อยู่ดี"

"แม้แต่ทีมสำรองในลีก เอ็มแอลเอส หลายแห่งก็ไม่ต้องการตัวพี่ พี่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร เพราะไม่มีใครบอกเหตุผลให้พี่ฟังเลย ผู้ใหญ่เป็นคนจัดการทุกอย่าง พี่แค่ถูกพาเดินทางไปทั่วยุโรปเพื่อทดสอบฝีเท้า แล้วทุกที่ก็ยังตอบกลับมาว่า -ไม่-"

"วีซ่าของพี่หมดอายุ ความฝันของพี่ดูเหมือนจะจบลงแล้ว พวกเขาส่งพี่กลับไปแอฟริกา และเราสองคนก็ร้องไห้ด้วยกัน แต่น้องคือคนที่ไม่เคยหยุดเชื่อมั่นในตัวพี่เลย ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา พี่ก็ได้เซ็นสัญญากับ เลกาเนส และครั้งนั้น เราทั้งคู่ก็ร้องไห้อีกครั้ง แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ"

- น้องสาวที่เป็นทุกอย่าง "จากไป" ก่อนวัยอันควร

ในขณะที่ชีวิตกำลังไปได้สวย ดิโอม็องเด้ ต้องพบกับเรื่องราวที่สุดเจ็บปวด เพราะ ร็อกซาน น้องสาวที่เชื่อมั่นในตัวเขามาตลอด ต้องจากไปก่อนวัยอันควร ซึ่งมันเหมือนความฝันที่เขากำลังสร้างขึ้นมาต้องพังทลายไปในชั่วพริบตา

"นั่นเป็นเรื่องในอดีต ตอนที่พี่ยังรู้สึกถึงอารมณ์ต่าง ๆ ได้ แต่ตอนนี้ พี่ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว มันเหมือนกับว่าพี่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันที่น้องจากไป ข้างในตัวพี่ก็ว่างเปล่าไปหมด พี่ไม่คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองหลั่งน้ำตาออกมาในวันที่พวกเขาโทรมาบอกข่าวนั้น"

"พี่แค่ช็อกจนทำอะไรไม่ถูก มันเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่พี่ได้ลงประเดิมสนามให้กับ เลกาเนส ใครกันจะได้ประเดิมสนามในวัย 18 ปี ด้วยการเจอกับ เรอัล มาดริด ? ทุกอย่างมันเหลือเชื่อเกินไป มันคือความฝันที่เป็นจริง แล้วจู่ ๆ มันก็กลายเป็นฝันร้าย"

"มีคนโทรหาพี่จากบ้านเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนแรกพี่รู้สึกรำคาญด้วยซ้ำ พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงโทรมาไม่หยุด สุดท้ายพี่จึงรับสาย และพวกเขาก็ไม่ได้ค่อยๆ บอกข่าวหรือเกริ่นอะไรเลย"

"น้องก็รู้ว่าที่บ้านเราเป็นยังไง ไม่แสดงอารมณ์ ไม่อ้อมค้อม แค่พูดตรง ๆ ว่า…-น้องสาวของนายจากไปแล้ว มีคนใส่อะไรบางอย่างลงไปในเครื่องดื่มของเธอในงานปาร์ตี้ แล้วเธอก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย… เธอจากไปแล้ว- ตอนนั้นน้องอายุเพียง 15 ปี….15 ปีเท่านั้น.."

- ทำทุกอย่างเพื่อให้โลกรู้จักชื่อของ ร็อกซาน

การเสียชีวิตของ ร็อกซาน ยังคงเป็นปริศนาว่าทำไมถึงต้องทำกับเธอแบบนั้น

"พี่ไม่เคยได้คำตอบอะไรเลย และผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่าผมอยากรู้คำตอบหรือเปล่า บางทีมันอาจเป็นความอิจฉา บางทีมันอาจเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา บางทีผมอาจจะปกป้องพี่ได้ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"พยายามเชื่อในแผนของพระเจ้า นั่นคือสิ่งเดียวที่พี่ทำได้ พี่ไม่ได้พยายามลืม เพราะพี่รู้ว่าพี่ไม่มีวันลืม สิ่งเดียวที่พี่ทำได้คือใช้ความเจ็บปวดนี้ให้ทำงานหนักขึ้น และทำทุกอย่างที่เราฝันไว้ให้เป็นจริง"

"พี่เขียนสิ่งนี้เพราะพี่พูดมันออกมาไม่ได้ พี่เขียนเพราะพี่อยากให้น้องรู้ว่าพี่จะทำให้น้องยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป พี่จะทำให้ทุกคนรู้จักชื่อของน้องทั้งโลก ทุกอย่างที่พี่ทำบนสนามฟุตบอล มันเพื่อน้องมีหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พี่เจอเธอ… น้องคงไม่เชื่อแน่ ๆ พี่เองก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าพี่เชื่อมันจริงหรือเปล่า"

"เธอรู้ไหม อะไรที่มันน่าตลกที่สุด? หลังจากลงเล่นเปิดตัวเจอกับ มาดริด พี่ได้แลกเสื้อกับ เอ็มบัปเป้ ด้วยนะ จำได้ไหมตอนที่เรานั่งดูเขาทางทีวี แล้วน้องเคยพูดว่า -เอ็มบัปเป้เหรอ เก่งนะ แต่พี่ชายฉันเก่งกว่า-"

- ความร่ำรวยกลายเป็นดาบสองคม

เมื่อโด่งดังมีชื่อเสียง ดิโอมองเด้ ต้องพบกับเรื่องที่นักเตะชาวแอฟริกันต้องเจอ นั่นก็คือคนในครอบครัวพยายามสูบเงินจากเขาราวกับเป็นเหลือบไรที่คอยดูดเงิน

"พี่เคยคิดผิดอยู่เรื่องหนึ่ง ผมไม่ได้อยากรวยแล้ว เพราะพี่เห็นแล้วว่าความรวยมันทำอะไรกับคนได้บ้าง แม้แต่ในครอบครัวตัวเอง ตอนที่พี่อยู่เลกาเนส รายได้ทุกอย่างที่พี่ได้ พี่ส่งกลับบ้านทั้งหมด จนถึงจุดที่พี่ไม่อยากได้เงินอีกแล้ว มันเหมือนเป็นภาระ"

"พวกเขาไม่เคยหยุดขอเงินเลย พี่เดาว่าพวกเขาคงคิดว่าพี่เป็นเศรษฐีไปแล้ว ทั้งที่พี่ยังไม่มีแม้แต่อพาร์ตเมนต์ พี่อยู่ที่ศูนย์ฝึกซ้อมในห้องที่ไม่มีทีวี มีแค่ฟุตบอลกับการนอน ฟุตบอลกับการนอน พี่ไม่อยากได้บ้านหลังใหญ่ ไม่อยากได้รถ พี่แค่อยากทุ่มทุกอย่างให้ฟุตบอล ทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าน้องพูดถูกฮ่า…เธอคงคิดว่ามันตลกแน่ ๆ"

- พร้อมพิสูจน์คำพูดของน้องสาวที่ว่า -พี่ชายเก่งที่สุดในโลก-

การย้ายมาอยู่ในประเทศเยอรมนี ทำให้รู้จักความรับผิดชอบมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ ดิโอมองเด้ นำมาใช้ในชีวิตประจำวันจนถึงวันนี้

"ตอนที่พี่ย้ายไปเล่นให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก พี่มักมาสายตลอด จริง ๆ ไม่ได้สายหรอกนะ แค่ไปตรงเวลา ซึ่งที่เยอรมนีมันแปลว่าสายมากแล้ว แล้วเธอก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ทำอะไรต่อ พี่เริ่มไปก่อนเวลาทุกอย่างถึง 90 นาที พี่ไปเช้ามากจนเพื่อน ๆ เริ่มเรียกพี่ว่า -คนเยอรมัน-"

"พี่เป็นคนที่ทำอะไรต้องสุดทุกอย่างเสมอ ผมไม่มีความชิลเลย น้องเคยพูดแบบนั้นใช่ไหม สนามฟุตบอลคือที่เดียวที่ตอนนี้พี่รู้สึกเหมือนบ้านจริง ๆ เป็นที่ที่พี่รู้สึกสงบ และเป็นที่ที่พี่สามารถคุยกับน้องได้ พี่แค่อยากให้น้องยังอยู่ตรงนี้ เพื่อจะได้บอกว่า… เราทำได้แล้ว ทุกอย่างที่น้องเคยพูด มันเป็นความจริงหมดเลย"

"พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปฟุตบอลโลกแล้วนะ ของจริงเลย พี่ชายของน้องจะไปเล่นให้ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ เหมือน ดีดิเยร์ ดร็อกบา, ยาย่า ตูเร่, แชร์วินโญ่ พี่ไม่เคยมองมันเป็นแค่เกมเลย พี่มองมันเป็นเวที นี่คือโอกาสของพี่ที่จะพิสูจน์ให้ทั้งโลกเห็นสิ่งที่น้องเคยเห็นในตัวพี่"

"ทุกครั้งที่พี่ยิงประตู พี่จะทำให้ทุกคนรู้จักชื่อของน้อง พี่จะทำให้ไม่มีใครลืมน้อง เธอเคยบอกว่าพี่เก่งกว่าโรนัลโด้ ถ้าพี่เจอเขาในการแข่งขันนี้ พี่จะไปทักทายเขาแทนน้องนะ พี่จะทำให้สิ่งที่น้องเคยทำนายไว้เป็นจริง พี่สาบาน"

"ตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กๆ น้องก็เคยบอกทุกคนแล้วว่า - พี่ชายฉันจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก- พี่จะพิสูจน์ว่าน้องพูดถูก.. หรือไม่ก็จะพยายามจนตาย จากพี่ชายของน้อง…ยาน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...